ถ้วยฟุตบอลโลกของจริงมีเพียงใบเดียว ทีมแชมป์ได้ชูเพียงช่วงสั้น ๆ ก่อนส่งคืน FIFA
ในบรรดาถ้วยรางวัลของวงการกีฬาทั่วโลก คงไม่มีถ้วยใดที่ทรงคุณค่าและเป็นที่ใฝ่ฝันของนักฟุตบอลมากไปกว่า ถ้วยฟุตบอลโลก หรือ FIFA World Cup Trophy
ภาพของกัปตันทีมชาติผู้ชนะชูถ้วยทองคำเหนือศีรษะ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้คนนับล้าน กลายเป็นหนึ่งในภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกกีฬา
แต่เบื้องหลังช่วงเวลาแห่งชัยชนะนั้น มีข้อเท็จจริงที่แฟนฟุตบอลจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่เคยรู้ นั่นคือ ถ้วยฟุตบอลโลกของจริงมีอยู่เพียงใบเดียว และยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของ FIFA ไม่ได้ตกเป็นของชาติใดอย่างถาวร
ทีมแชมป์ไม่ได้เก็บถ้วยฟุตบอลโลกของจริง
หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่อทีมชาติใดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ ประเทศนั้นจะได้รับถ้วยรางวัลกลับไปเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ
แต่ในความเป็นจริง FIFA กำหนดให้ถ้วยฟุตบอลโลกรุ่นปัจจุบันยังคงอยู่ในความครอบครองขององค์กร และไม่มีประเทศใดสามารถชนะจนได้ครอบครองถ้วยใบจริงอย่างถาวร ไม่ว่าจะคว้าแชมป์ได้มากกี่สมัยก็ตาม
ทีมที่คว้าแชมป์จะได้รับเกียรติให้ชูและสัมผัสถ้วยใบจริงในพิธีมอบรางวัลหลังจบการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่ถ้วยจะกลับเข้าสู่การดูแลของ FIFA
ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่นักฟุตบอลได้ยกถ้วยเหนือศีรษะจึงไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่เป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่นักฟุตบอลจำนวนมากใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไปให้ถึง
ถ้วยทองคำที่มีความหมายมากกว่ามูลค่าของวัสดุ
ถ้วยฟุตบอลโลกที่ใช้ในปัจจุบันได้รับการออกแบบโดย ซิลวิโอ กัซซานิกา (Silvio Gazzaniga) ศิลปินชาวอิตาลี
ตัวถ้วยสร้างจากทองคำ 18 กะรัต มีความสูงประมาณ 36.8 เซนติเมตร และน้ำหนัก 6.175 กิโลกรัม ส่วนฐานประกอบด้วยหินมาลาไคต์สีเขียว
รูปทรงของถ้วยเป็นภาพบุคคลสองคนยกโลกขึ้นเหนือศีรษะ สื่อถึงชัยชนะ พลังของมนุษย์ และความเป็นหนึ่งเดียวที่เกิดขึ้นผ่านการแข่งขันฟุตบอล
แม้จะไม่มีราคาซื้อขายอย่างเป็นทางการ แต่ถ้วยใบนี้มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในถ้วยรางวัลกีฬาที่มีคุณค่าสูงที่สุดในโลก เพราะคุณค่าของถ้วยไม่ได้อยู่ที่ทองคำเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ประเมินเป็นตัวเงินได้ยาก คือเรื่องราวของการแข่งขัน ความทรงจำของแฟนฟุตบอล และชื่อของประเทศแชมป์ที่เชื่อมโยงกับถ้วยใบนี้มาตลอดหลายทศวรรษ
แล้วทีมแชมป์นำถ้วยอะไรกลับประเทศ?
หลังพิธีมอบรางวัลสิ้นสุดลง ทีมแชมป์จะได้รับถ้วยอีกใบหนึ่งที่เรียกว่า FIFA World Cup Winners’ Trophy สำหรับนำกลับไปเก็บรักษาและจัดแสดง
ถ้วยสำหรับทีมผู้ชนะมีรูปลักษณ์คล้ายกับถ้วยต้นฉบับ แต่เป็นถ้วยจำลองชุบทอง ไม่ใช่ถ้วยฟุตบอลโลกของจริง
ดังนั้น ถ้วยที่แฟนฟุตบอลเห็นจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หรือสำนักงานใหญ่ของสมาคมฟุตบอลประเทศแชมป์ จึงไม่ใช่ถ้วยทองคำต้นฉบับที่ถูกชูในสนามหลังจบนัดชิงชนะเลิศ
ส่วนชื่อของประเทศผู้ชนะฟุตบอลโลกจะถูกจารึกไว้บริเวณด้านล่างของถ้วย เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของการแข่งขันและส่งต่อเรื่องราวจากแชมป์รุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ทำไม FIFA ต้องดูแลถ้วยของจริงอย่างเข้มงวด?
นโยบายดังกล่าวอาจดูเข้มงวด แต่มีเหตุผลสำคัญอยู่เบื้องหลัง เพราะถ้วยฟุตบอลโลกเคยมีประวัติการสูญหายและถูกโจรกรรมมาแล้ว
ถ้วยรางวัลรุ่นแรกมีชื่อว่า Jules Rimet Trophy เคยถูกขโมยระหว่างจัดแสดงในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1966 ก่อนจะถูกสุนัขชื่อ Pickles พบในเวลาต่อมา
หลังบราซิลคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ในปี ค.ศ. 1970 ประเทศบราซิลได้รับสิทธิ์ครอบครองถ้วย Jules Rimet อย่างถาวรตามกติกาในขณะนั้น
แต่ในปี ค.ศ. 1983 ถ้วยถูกขโมยออกจากสำนักงานใหญ่ของสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล และไม่เคยถูกค้นพบอีกเลย โดยเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าอาจถูกนำไปหลอมแล้ว
ประวัติการสูญหายเหล่านี้เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ถ้วยฟุตบอลโลกรุ่นปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด และถูกนำออกมาเฉพาะในโอกาสสำคัญ เช่น พิธีมอบรางวัล กิจกรรมของ FIFA หรือการจัดแสดงในโครงการ FIFA World Cup Trophy Tour
ไม่ใช่ทุกคนจะสัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกของจริงได้
แม้ในกิจกรรมทัวร์ถ้วยรางวัล ผู้เข้าชมทั่วไปจะมีโอกาสถ่ายภาพและชมถ้วยอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสัมผัสถ้วยได้ตามใจชอบ
สิทธิ์ในการสัมผัสถ้วยต้นฉบับถูกจำกัดไว้สำหรับบุคคลบางกลุ่ม เช่น อดีตผู้ชนะฟุตบอลโลก ประมุขแห่งรัฐ และบุคคลที่ได้รับอนุญาตจาก FIFA
จึงอาจกล่าวได้ว่า การได้สัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกของจริงเป็นเกียรติที่มีคนเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่จะได้รับ และสำหรับนักฟุตบอล ช่วงเวลาที่ได้ชูถ้วยหลังคว้าแชมป์โลกย่อมเป็นหนึ่งในความสำเร็จสูงสุดของชีวิต
การที่ FIFA ยังคงถือครองถ้วยใบจริงจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของมูลค่าทางวัตถุ แต่ยังเป็นการรักษาสัญลักษณ์และจิตวิญญาณของฟุตบอลโลก ให้เชื่อมโยงผู้คนจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน
ทุก ๆ สี่ปี ถ้วยใบเดิมจะถูกส่งต่อไปอยู่ในมือของแชมป์โลกทีมใหม่เพียงช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนกลับเข้าสู่การดูแลของ FIFA อีกครั้ง
แม้ผู้ชนะจะไม่ได้ครอบครองถ้วยจริงตลอดไป แต่ช่วงเวลาที่ได้ชูถ้วยเหนือศีรษะก็เพียงพอจะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกจดจำไปชั่วชีวิต
เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณค่าที่แท้จริงของถ้วยฟุตบอลโลกอาจไม่ได้อยู่ที่การได้ครอบครอง แต่คือการได้พิสูจน์ว่า ครั้งหนึ่งทีมชาติของตนเคยก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกฟุตบอล และมีชื่อถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดกาล
อ้างอิง:
https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/canadamexicousa2026/articles/trophy-design-history-jules-rimet
https://www.fifa.com/en/articles/world-cup-trophy-in-numbers-fifa-world-cup-qatar-2022
https://inside.fifa.com/news/april-1--wc-countdown-74-days-to-go-2934121
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ร้านอาหารไทยในตำนาน ที่เคยเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
รีวิวหนังดัง STAR WARS : THE MANDALORIAN AND GROGU
ดราม่าเที่ยวบินจีน ลูกเรือเข็นรถเข็นชนศอก คุกเข่าขอโทษแต่เรื่องก็ไม่จบ
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
2 สำนักดัง เทใจให้เลขเดียวกัน “ทิดจันทร์” ชน “ประกันวิ่งบน” งวด 16 ต.ค. 69
4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกัน
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ถนนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
รีวิวหนังดัง STAR WARS : THE MANDALORIAN AND GROGU
ประเทศที่นิยมกินไก่ของไทยมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของโลก



