หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปรตวัดสุทัศน์ ตัวสูงเท่าต้นตาล ปรากฏหน้าวัดยามค่ำคืน ตำนานสยองที่ซ่อนโศกนาฏกรรมจริงในประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ


เขียนโดย wanaleehunter

          หลายคนคงเคยได้ยินวลีคล้องจอง "ยักษ์วัดแจ้ง แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์" ที่คนกรุงเทพฯ รุ่นปู่ย่าตายายพูดติดปากกันมานานหลายชั่วอายุคน แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังวลีนี้ไม่ได้มาจากเรื่องเล่าลอยๆ ที่แต่งขึ้นเพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่ผูกโยงกับโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงในกรุงเทพฯ เมื่อกว่าร้อยปีก่อน

เมื่อโรคระบาดคร่าชีวิตคนนับหมื่นภายในเวลาไม่กี่วัน

ตำนานนี้มีจุดกำเนิดในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 ต่อรัชกาลที่ 4 เมื่อเกิดโรคอหิวาตกโรคระบาดหนักในกรุงเทพฯ ความรุนแรงของการระบาดในครั้งนั้นน่าตกใจมาก มีการบันทึกไว้ว่าในช่วงที่โรคระบาดหนักที่สุด มีผู้เสียชีวิตมากถึงราวสามหมื่นคนภายในเวลาเพียง 15 วันเท่านั้น ลองจินตนาการดูว่าในยุคที่กรุงเทพฯ ยังมีประชากรไม่มากเท่าทุกวันนี้ การสูญเสียชีวิตในระดับนั้นภายในเวลาสั้นๆ ย่อมสร้างความสั่นสะเทือนให้กับคนทั้งเมืองขนาดไหน

ด้วยจำนวนศพที่มากเกินกว่าจะเผาได้ทัน ศพจำนวนมหาศาลจึงถูกนำมากองรวมไว้ที่วัดสระเกศ ซึ่งเป็นวัดที่ใช้สำหรับเผาศพในสมัยนั้น เหตุผลที่ต้องเผานอกเขตกำแพงเมืองก็เพราะว่าตามธรรมเนียมโบราณ วัดที่อยู่ในเขตกำแพงพระนครจะไม่มีเมรุเผาศพ ผู้ที่เสียชีวิตในเมืองจึงต้องถูกนำศพออกมาเผานอกเมือง และวัดสระเกศก็กลายเป็นจุดหมายหลักของขบวนศพจำนวนมากในช่วงเวลานั้น

เมื่อศพกองสูงขึ้นเรื่อยๆ ฝูงแร้งจำนวนมหาศาลก็พากันบินมารุมล้อมเพื่อกินซากศพเป็นอาหาร ภาพนั้นน่าสยดสยองจนติดตาคนที่พบเห็น กลายเป็นที่มาของสำนวน "แร้งวัดสระเกศ" ที่คนรุ่นก่อนใช้เตือนสติกันถึงความน่าสะพรึงกลัวของโรคระบาดครั้งนั้น

ยักษ์ใหญ่ตัวสูงเท่าต้นตาล เดินเยื้องกรายหน้าวัดยามค่ำคืน

ส่วน "เปรตวัดสุทัศน์" นั้นเชื่อกันว่าเกิดจากข่าวลือที่แพร่กระจายไปทั่วเมืองว่ามีคนพบเห็นเปรตตัวสูงใหญ่ปรากฏกายอยู่หน้าวัดสุทัศน์ ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับวัดสระเกศ ภาพจำของเปรตในความเชื่อพื้นบ้านไทยมักถูกบรรยายไว้ในลักษณะเฉพาะตัว คือมีร่างกายสูงใหญ่เทียบเท่าต้นตาล มือและเท้าใหญ่โตราวกับใบลาน แต่กลับมีปากเล็กเท่ารูเข็ม ทำให้ไม่ว่าจะพยายามกินอาหารมากเท่าไหร่ก็ไม่มีวันอิ่ม เปรตเหล่านี้มักส่งเสียงร้องหวีดหวิวโหยหวนในยามค่ำคืน และมักปรากฏตัวเพื่อขอส่วนบุญจากผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา ตามความเชื่อดั้งเดิม ผู้ใดที่บังเอิญไปพบเจอเปรตเข้า มักถือกันว่าเป็นช่วงที่ดวงตกและควรรีบไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เปรตตนนั้นเพื่อความสบายใจ

ที่น่าสนใจคือ แม้เรื่องเล่านี้จะแพร่หลายและถูกส่งต่อกันมาจนกลายเป็นวลีติดปากที่คนกรุงเทพฯ รุ่นเก่าแทบทุกคนรู้จัก แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตในภายหลังว่า ภาพเปรตที่คนเล่าลือกันนั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาจากเสาชิงช้าขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณหน้าวัดสุทัศน์ เมื่อมองจากระยะไกลในช่วงเวลาเช้ามืดหรือในวันที่มีหมอกหนาทัศนวิสัยไม่ดี เงาของเสาชิงช้าที่สูงเด่นเป็นสง่าอาจถูกตาคนมองผิดเพี้ยนไปเป็นร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งสงบอยู่กลางความมืดก็เป็นได้ ซึ่งเมื่อผสมกับความหวาดกลัวโรคระบาดที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจผู้คนในยุคนั้น การมองเห็นสิ่งผิดปกติแล้วตีความเป็นเปรตจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

ภาพวาดเปรตในพระอุโบสถ ร่องรอยที่ยังหลงเหลือถึงปัจจุบัน  “กัญจิกาสูรเปรต”หรือ “กาลกัญจิกาสุรกาย”

สิ่งที่ทำให้ตำนานนี้มีมิติมากกว่าแค่เรื่องเล่าขู่เด็กทั่วไปคือ ภายในพระอุโบสถของวัดสุทัศน์ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏอยู่บนเสาต้นที่สี่ เป็นภาพเปรตนอนทอดกายอยู่ มีพระธุดงค์ยืนพยายามป้อนน้ำในบาตรให้เปรตตนนั้นได้ดื่ม แต่ด้วยบาปกรรมที่เปรตตนนั้นเคยก่อไว้ตอนยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ไม่สามารถดื่มน้ำได้แม้จะกระหายเพียงใดก็ตาม ภาพนี้ถือเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากในอดีต และเป็นหนึ่งในกุศโลบายที่พระสงฆ์ใช้สอนธรรมะเรื่องกฎแห่งกรรมให้กับพุทธศาสนิกชนมาช้านาน ปัจจุบันใครที่อยากไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองก็ยังสามารถเข้าไปชมภาพนี้ได้ที่วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

วัดสุทัศน์เองก็ไม่ใช่วัดธรรมดา แต่เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2350 โดยมีพระประสงค์ให้วัดนี้มีความงดงามทัดเทียมกับวัดสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่อัญเชิญมาจากเมืองสุโขทัย ความศักดิ์สิทธิ์และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดแห่งนี้ยิ่งทำให้ตำนานเปรตวัดสุทัศน์มีน้ำหนักและถูกเล่าขานสืบต่อกันมาอย่างไม่ขาดสาย

เรื่องเล่าที่สะท้อนความกลัวร่วมของคนทั้งเมือง

จุดที่ทำให้ตำนานเปรตวัดสุทัศน์แตกต่างจากเรื่องผีทั่วไปคือ มันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นเพื่อความสนุกสนานหรือขู่เด็กให้เชื่อฟัง แต่เป็นภาพสะท้อนของความหวาดกลัวร่วมกันของคนทั้งเมืองในช่วงเวลาที่เผชิญกับโรคระบาดร้ายแรงจนควบคุมไม่ได้ ความตายที่มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว การสูญเสียคนที่รักไปในเวลาอันสั้น และภาพของศพกองสูงที่ไม่มีใครอยากพบเห็น ล้วนเป็นประสบการณ์ร่วมที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของคนยุคนั้น เมื่อความกลัวเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องเล่าปากต่อปาก มันจึงกลายเป็นตำนานที่มีชีวิต มีที่มาที่ไปชัดเจน และยังคงถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้ แม้เวลาจะผ่านมาเกือบสองร้อยปีแล้วก็ตาม

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตำนานเปรตวัดสุทัศน์ถึงไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของคนไทย เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องผีธรรมดา แต่เป็นหน้าประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของตำนานสยองขวัญ

บทสรุป

ครั้งหน้าถ้าใครมีโอกาสผ่านไปแถวเสาชิงช้าหรือวัดสุทัศน์ยามค่ำคืน ลองมองไปที่เสาชิงช้าสูงตระหง่านนั้นดูสักครั้ง แล้วลองจินตนาการถึงบรรยากาศเมื่อสองร้อยปีก่อนที่ผู้คนต่างหวาดผวากับข่าวลือเรื่องเปรตตัวสูงใหญ่ที่เดินเยื้องกรายอยู่แถวนั้น ไม่แน่ว่าความรู้สึกขนลุกที่คุณสัมผัสได้ อาจไม่ได้มาจากอะไรเหนือธรรมชาติ แต่มาจากน้ำหนักของประวัติศาสตร์ที่ทับถมอยู่ในพื้นที่นั้นมานานแสนนานก็เป็นได้

เพื่อนๆ เคยผ่านไปแถววัดสุทัศน์ตอนกลางคืนบ้างไหมครับ รู้สึกยังไงกันบ้าง หรือมีใครเคยได้ยินตำนานผีกรุงเทพฯ เรื่องอื่นที่มีที่มาจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จริงแบบนี้อีกบ้างไหม มาแชร์เล่าสู่กันฟังได้เลยครับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
wanaleehunter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 85 ครั้ง
เขียนโดย wanaleehunter
WanaleeHunter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยตัวเลขบนปลั๊กไฟและอะแดปเตอร์ บอกอะไรเรา อ่านให้เป็นก่อนเสียบใช้งานพี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85ตัวเลขบนเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำไมต้องมีหลายชุด อ่านให้เป็น ใช้เครื่องได้ถูกต้องพฤติกรรมทั่วไปที่อาจทำให้ตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัวทำไมเปิดเมนูร้านประจำทุกครั้งแต่สุดท้ายกลับสั่งจานเดิมที่คุ้นเคยทำไมส้อมสมัยนี้ต้องมี 4 ง่าม ทั้งที่ยุคหนึ่งเคยมีแค่ 2 ง่ามความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำอยากเป็นทหาร เริ่มเรียนที่ไหน? รู้จักเส้นทางเตรียมทหาร นายร้อย และสายประทวน10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตัวเลขบนเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำไมต้องมีหลายชุด อ่านให้เป็น ใช้เครื่องได้ถูกต้องAre pet breed identification apps accurate enough to trust?อยากเป็นทหาร เริ่มเรียนที่ไหน? รู้จักเส้นทางเตรียมทหาร นายร้อย และสายประทวนสุกี้ - เมนูหม้อไฟ ความจริงที่เราอาจเข้าใจผิดมาตลอดทำไมเปิดเมนูร้านประจำทุกครั้งแต่สุดท้ายกลับสั่งจานเดิมที่คุ้นเคยทำไมเวลาเล่นเกมถึงชอบดองไอเทมหายากจนจบเกมทั้งที่ไม่เคยหยิบมาใช้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
หินมงคลแตกเอง: รับเคราะห์แทนเจ้าของ หรือสัญญาณเงินช็อต?กวาดบ้านเหยียบส้นเท้า: พฤติกรรมไล่โชคลาภ เงินไหลออกเสียงตุ๊กแกทักตอนกลางวัน: ลางบอกเหตุรับโชคใหญ่ หรือเตือนภัย?โต๊ะทำงานหันหลังให้ประตู: โดนเลื่อยขาเก้าอี้ ขัดลาภเงินทอง
ตั้งกระทู้ใหม่