หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 ขนมหวานกัมพูชา มีอะไรที่หน้าตาคล้ายขนมไทยบ้าง

เขียนโดย Idea DD

ถ้าเราไปเดินตลาดในกัมพูชา แล้วเห็นโซนขนมหวาน บอกเลยว่าอาจต้องมีหลุดอุทานว่า “เอ๊ะ! นี่มันขนมบ้านเรานี่นา”

ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะไทยกับกัมพูชามีพรมแดนติดกัน มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมายาวนาน และใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นคล้ายกันมาก เช่น กะทิ น้ำตาลโตนด แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว กล้วย และใบตอง

พอวัตถุดิบคล้ายกัน วิธีทำบางอย่างคล้ายกัน ขนมหวานของทั้งสองประเทศจึงมีหน้าตาและรสชาติที่คุ้นลิ้นคนไทยอย่างไม่น่าแปลกใจ

นี่คือ 5 ขนมหวานกัมพูชาที่หน้าตาคล้ายขนมไทยมาก จนเห็นครั้งแรกแล้วต้องนึกถึงของหวานบ้านเราแน่นอน

1. ลอดช่องกัมพูชา / Lot Chong

คล้ายลอดช่องไทย

หน้าตาและความคล้ายของเมนูนี้เรียกได้ว่าเหมือน “ลอดช่อง” บ้านเรามาก ตัวเส้นทำจากแป้งสีเขียว กลิ่นหอมแบบใบเตยหรือสมุนไพรพื้นถิ่น กดเป็นเส้นสั้น ๆ แล้วกินคู่กับน้ำกะทิ น้ำตาลโตนด และน้ำแข็งทุบ

รสชาติจะออกหวาน มัน หอมกลิ่นน้ำตาลโตนดชัดเจน คล้ายลอดช่องน้ำกะทิของไทยมาก โดยในกัมพูชาบางพื้นที่อาจเรียกใกล้เคียงกับคำว่า Lot Chong ซึ่งฟังแล้วคนไทยก็พอเดาได้ทันทีว่าเป็นขนมแนวไหน

หมายเหตุเล็กน้อย ชื่อขนมในแต่ละพื้นที่อาจเรียกต่างกันได้ และบางชื่อที่คล้ายกันอาจหมายถึงอาหารคนละแบบ เช่น Num Banh Chok ในกัมพูชามักพบในความหมายของอาหารเส้นแบบคาวมากกว่า ดังนั้นถ้าไปเที่ยวจริง ควรดูหน้าตาขนมหรือถามแม่ค้าประกอบด้วย

2. นม เจ๊ก เจียน

คล้ายกล้วยแขก / กล้วยทอด

นม เจ๊ก เจียน หรือกล้วยทอดกัมพูชา มองผ่าน ๆ คือกล้วยแขกบ้านเราเลยครับ เป็นกล้วยฝานแล้วนำไปชุบแป้งทอด

จุดที่ต่างกันนิดหน่อยคือ ของกัมพูชามักรีดหรือกดกล้วยให้แบนและยาวกว่าของไทยเล็กน้อย แป้งด้านนอกมีความกรอบพอง กัดแล้วได้ทั้งความกรอบและความหวานนุ่มของกล้วยด้านใน

รสชาติคือกรอบนอก นุ่มใน หวานจากกล้วย เป็นสตรีทฟู้ดยอดฮิตที่หากินได้ง่ายตามข้างทาง ตลาดเช้า หรือตลาดโต้รุ่ง เหมาะมากสำหรับคนไทยที่อยากลองของกินใหม่ แต่ยังอยากได้รสชาติที่คุ้นเคย

3. สังขยา เจ๊ก

คล้ายสังขยาฟักทอง

คำว่า “สังขยา” ในภาษากัมพูชาก็เรียกคล้ายไทยมาก เมนูนี้คือการนำไข่ กะทิ และน้ำตาลโตนดมาตีให้เข้ากัน แล้วเทใส่ในผลฟักทองที่คว้านไส้ออก จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก

ตอนหั่นออกมาเป็นชิ้น จะเห็นเนื้อฟักทองด้านนอกและสังขยาเนียน ๆ อยู่ตรงกลาง หน้าตาคล้ายสังขยาฟักทองของไทยแบบถอดกันมาเลย

รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น เนื้อสังขยาเนียนนุ่ม กินคู่กับเนื้อฟักทองมัน ๆ แล้วเข้ากันมาก เป็นขนมที่ไม่ได้หวือหวา แต่กินแล้วรู้สึกอบอุ่นแบบขนมบ้าน ๆ ที่หลายคนคุ้นมาตั้งแต่เด็ก

4. นม กง

คล้ายขนมวง

วัยรุ่นยุคนี้อาจไม่คุ้นชื่อ “ขนมวง” มากนัก แต่ขนมไทยโบราณชนิดนี้มีหน้าตาคล้ายโดนัทวงเล็ก ๆ เคลือบน้ำตาลเคี่ยว

ที่กัมพูชา นม กง ก็เป็นขนมที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเหนียว ปั้นเป็นวงกลมแล้วนำไปทอด จากนั้นราดหรือเคลือบด้วยน้ำตาลโตนดเคี่ยวเหนียว ๆ ด้านบน บางสูตรอาจมีงาเพิ่มกลิ่นหอมด้วย

รสชาติของนม กง จะได้ความหนึบจากแป้ง ด้านนอกกรอบนิด ๆ และหวานเข้มจากน้ำตาลโตนดที่เคลือบอยู่ด้านบน ใครชอบขนมแนวทอด ๆ หนึบ ๆ หวาน ๆ น่าจะชอบเมนูนี้ไม่ยาก

5. บอร์บอร์ ขะนอร์

คล้ายข้าวเหนียวเปียกขนุน

บอร์บอร์ ขะนอร์ เป็นขนมแนวข้าวเหนียวเปียกที่ใส่เนื้อขนุนฉีกลงไปต้มด้วย แล้วราดหน้าด้วยน้ำกะทิสดรสเค็มมันเพื่อตัดหวาน

หน้าตาและรสชาติจะทำให้นึกถึงข้าวเหนียวเปียกขนุน หรือข้าวเหนียวเปียกลำไยของไทย ได้ความหวานจากข้าวและขนุน แล้วมีความมันนัวจากกะทิ

จุดที่ทำให้เมนูนี้น่าสนใจคือกลิ่นขนุนที่หอมชัด พอกินกับข้าวเหนียวเปียกและกะทิแล้วให้ความรู้สึกเป็นขนมหวานแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาก ๆ คือหวาน มัน หอม และอิ่มท้องในถ้วยเดียว

เกร็ดน่ารู้: ขนมห่อใบตองก็คล้ายกัน

นอกจาก 5 อย่างนี้แล้ว ขนมห่อใบตองประเภทข้าวต้มมัด ที่กัมพูชาก็มีเช่นกัน เรียกว่า นม อานซอม หรือ Num Ansom

ขนมชนิดนี้มักทำจากข้าวเหนียว ห่อด้วยใบตอง มีทั้งไส้กล้วยแบบหวาน และไส้คาวอย่างหมูสามชั้นกับถั่วเขียว ซึ่งชวนให้นึกถึงข้าวต้มมัดหรือข้าวต้มมัดไส้หมูของบางพื้นที่ในไทย

ในกัมพูชา ขนมลักษณะนี้ยังเกี่ยวข้องกับเทศกาลและงานสำคัญด้วย จึงไม่ได้เป็นแค่ของกินเล่น แต่ยังเป็นขนมที่ผูกกับครอบครัว ความเชื่อ และวัฒนธรรมการทำอาหารแบบดั้งเดิม

ทำไมขนมไทยกับขนมกัมพูชาถึงคล้ายกัน?

เหตุผลหลัก ๆ คือทั้งสองประเทศอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ใช้วัตถุดิบใกล้เคียงกัน และมีวิถีการกินที่ผูกกับตลาด วัด งานบุญ และเทศกาลคล้ายกันมาก

กะทิ น้ำตาลโตนด กล้วย ข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า และใบตอง จึงกลายเป็นวัตถุดิบร่วมที่ทำให้ขนมหลายชนิดออกมาหน้าตาคล้ายกัน ถึงแม้ชื่อเรียก วิธีทำ หรือรสชาติย่อย ๆ จะต่างกันไปตามพื้นที่

ถ้ามีโอกาสได้ไปเยือนกัมพูชา ลองเดินตลาดเช้าหรือตลาดโต้รุ่ง แล้วสั่งขนมเหล่านี้มาชิมเปรียบเทียบดูนะครับ รับรองว่าอร่อยคุ้นลิ้นคนไทยแน่นอน และอาจทำให้เราเห็นด้วยว่า ของหวานเพื่อนบ้านไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิดเลย

อ้างอิง:
ข้อมูลประกอบเรื่อง Num Kong และส่วนผสมแนวแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลโตนด กะทิ อ้างอิงจาก Kitchen Frau และ Flavourfully Good
ข้อมูลประกอบเรื่อง Num Ansom / Num Ansam ในเทศกาลกัมพูชา อ้างอิงจาก Carmen’s Kitchen และ Wonders of Cambodia
ข้อมูลประกอบเรื่องอาหารกัมพูชาและ Num Banh Chok ในฐานะอาหารเส้นแบบคาว อ้างอิงจาก Serious Eats
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Idea DD's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย Idea DD
สาระความรู้ ประโยชน์สิ่งต่างๆในสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว และสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 25693 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุดปลาน้ำจืดพันธุ์หายากมากที่สุด ที่ยังสามารถพบได้ในประเทศไทยจังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุดทำไมควรดื่มน้ำหลังตื่นนอน? 5 เหตุผลที่ดีต่อร่างกาย7 พฤติกรรมก่อนนอน ทำร้ายสุขภาพทำไมเวลาน้ำมันขึ้นถึงขึ้นเร็ว แต่เวลาลงกลับลงทีละนิด? คำถามนี้หลายคนยังสงสัยเขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุดเปิด 15 แบรนด์แว่นตายอดนิยมทั่วโลก ดีไซน์สวย คุณภาพดี และเป็นที่ยอมรับเปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมีนวัตกรรมคลายร้อนจากจีน: เปลี่ยนดาดฟ้าเป็นระบบพ่นละอองน้ำลดอุณหภูมิเมือง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย7 พฤติกรรมก่อนนอน ทำร้ายสุขภาพทำไมเวลาน้ำมันขึ้นถึงขึ้นเร็ว แต่เวลาลงกลับลงทีละนิด? คำถามนี้หลายคนยังสงสัย7 ประเทศที่ขาดแคลนผู้ชาย ทำไมผู้หญิงถึงมีจำนวนมากกว่า?นวัตกรรมคลายร้อนจากจีน: เปลี่ยนดาดฟ้าเป็นระบบพ่นละอองน้ำลดอุณหภูมิเมือง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ปลาน้ำจืดพันธุ์หายากมากที่สุด ที่ยังสามารถพบได้ในประเทศไทยประวัติของเงิน10 สัตว์ที่เดินถอยหลังไม่ได้ หรือทำได้ยากมากผึ้งกับชันโรง ต่างกันอย่างไร? แมลงตัวจิ๋วที่หลายคนมักเข้าใจผิด
ตั้งกระทู้ใหม่