สิ่งมีชีวิตที่เคยเกือบทำให้โลก เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
สิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วที่เคยทำให้โลกเปลี่ยนไปทั้งใบ
หากพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่เคย “เกือบล้างโลก” ในทางวิทยาศาสตร์ คำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดอาจไม่ใช่สัตว์ประหลาด หรือสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ แต่คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากที่ชื่อว่า ไซยาโนแบคทีเรีย หรือ Cyanobacteria
สิ่งมีชีวิตชนิดนี้เคยถูกเรียกว่า “สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน” และมีบทบาทสำคัญต่อเหตุการณ์ใหญ่ในประวัติศาสตร์โลกที่เรียกว่า มหาเหตุการณ์เพิ่มออกซิเจน หรือ Great Oxidation Event เมื่อประมาณ 2,400 ล้านปีก่อน
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันในวันเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ สะสมเป็นเวลายาวนาน จนทำให้สภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล
โลกยุคแรกแทบไม่มีออกซิเจนให้หายใจ
ในช่วงเวลานั้น โลกแทบไม่มีออกซิเจนอิสระในชั้นบรรยากาศเหมือนทุกวันนี้ สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่เป็นจุลชีพที่ดำรงชีวิตได้โดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน
ต่อมา ไซยาโนแบคทีเรียวิวัฒนาการให้สามารถสังเคราะห์แสงโดยใช้น้ำ และปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมาเป็นผลพลอยได้
หากมองจากวันนี้ ออกซิเจนคือสิ่งจำเป็นต่อชีวิตของมนุษย์และสัตว์จำนวนมาก แต่สำหรับสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในยุคนั้น ออกซิเจนกลับเป็นสิ่งแปลกใหม่ และในหลายกรณีอาจเป็นพิษต่อพวกมัน
เมื่อเวลาผ่านไปหลายล้านปี ออกซิเจนที่ถูกปล่อยออกมาจึงค่อย ๆ สะสมในมหาสมุทรและบรรยากาศมากขึ้นเรื่อย ๆ
ออกซิเจนเคยเป็นภัยต่อชีวิตยุคแรก
การเพิ่มขึ้นของออกซิเจนครั้งนั้นเป็นภัยร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถทนต่อออกซิเจนได้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาลได้รับผลกระทบ และอาจสูญพันธุ์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
พูดให้เข้าใจง่ายคือ สิ่งที่กลายเป็นอากาศให้เราหายใจในวันนี้ เคยเป็นสารอันตรายสำหรับสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในโลกยุคแรก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่บางครั้งเหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก แม้จะไม่ได้ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดสูญพันธุ์ก็ตาม
แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นก็เปิดทางให้โลกแบบปัจจุบัน
แม้การเพิ่มขึ้นของออกซิเจนจะทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากอยู่ต่อไม่ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์นี้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิวัฒนาการ
การมีออกซิเจนในบรรยากาศช่วยเปิดทางให้เกิดชั้นโอโซน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ และทำให้สิ่งมีชีวิตที่ใช้ออกซิเจนสามารถวิวัฒนาการขึ้นมาได้ในเวลาต่อมา
จากจุดเปลี่ยนนี้ โลกจึงค่อย ๆ เดินหน้าไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งพืช สัตว์ และสุดท้ายคือมนุษย์
เรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจโลกต่างออกไป
สิ่งที่น่าสนใจคือ ไซยาโนแบคทีเรียไม่ได้ “ตั้งใจ” เปลี่ยนโลก พวกมันเพียงดำรงชีวิตตามกระบวนการธรรมชาติของตัวเอง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับเปลี่ยนองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศโลกอย่างสิ้นเชิง
เรื่องนี้จึงชวนให้เห็นว่า สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากก็สามารถมีผลต่อโลกทั้งใบได้ หากการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นต่อเนื่องและยาวนานพอ
ดังนั้น หากถามว่าสิ่งมีชีวิตชนิดใดเคย “เกือบล้างโลก” ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ คำตอบที่ได้รับการยอมรับทางวิทยาศาสตร์คือ ไซยาโนแบคทีเรีย
เพราะพวกมันทำให้ออกซิเจนสะสมในโลกมากขึ้น ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากในยุคแรกไม่สามารถอยู่รอดได้ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นจุดเริ่มต้นของโลกที่อุดมด้วยออกซิเจน และเปิดทางให้สิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนดำรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน
เนื้อหาโดย: Mesuk
NASA Astrobiology — Great Oxidation Event
American Society for Microbiology — Cyanobacteria and Great Oxidation Event
Smithsonian National Museum of Natural History — Early Life on Earth
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
ผึ้งกับชันโรง ต่างกันอย่างไร? แมลงตัวจิ๋วที่หลายคนมักเข้าใจผิด
ส่องแนวทางเลขเด็ดพญานาคคู่บารมีและเลขเด่นคำชะโนดต้อนรับดาวย้าย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
จะลดจริงใช่ไหม? รมว.พลังงานเรียกประชุมด่วนเย็นนี้ ลุยลดราคาน้ำมันทันที หลังต้นทุนน้ำมันดิบโลกลดลง
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
ส่องเทรนด์เลข "ยอดมหาเฮง" 16 ก.ค. 69
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
5 สัตว์ป่าไทยหายาก ที่อาจหายไปจากธรรมชาติหากไม่ช่วยกันปกป้อง
6 ผลไม้และผักที่ถูกลืม...
5 เครื่องดื่มแปลกๆ ที่ทำจากส่วนผสมสุดพิสดาร
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
ส่องแนวทางเลขเด็ดพญานาคคู่บารมีและเลขเด่นคำชะโนดต้อนรับดาวย้าย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
ผึ้งกับชันโรง ต่างกันอย่างไร? แมลงตัวจิ๋วที่หลายคนมักเข้าใจผิด
6 ผลไม้และผักที่ถูกลืม...
จะลดจริงใช่ไหม? รมว.พลังงานเรียกประชุมด่วนเย็นนี้ ลุยลดราคาน้ำมันทันที หลังต้นทุนน้ำมันดิบโลกลดลง



