หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“อาเซียนคัพหลบไป” ฟุตบอลนัดแรกของไทยเริ่มเตะที่ “สนามหลวงสเตเดี้ยม”

เขียนโดย Mind Matter

 

เรื่องฟุตบอลนัดแรกของสยามที่สนามหลวง ต้องเริ่มจากการเข้าใจบรรยากาศของบางกอกเมื่อร้อยกว่าปีก่อนโน้นก่อนเลย ช่วงนั้นสนามหลวงยังไม่ได้เป็นสนามหญ้าโล่งสำหรับพักผ่อนอย่างเดียวตามที่คนรุ่นหลังคุ้นตา แต่เป็นลานกว้างสารพัดประโยชน์กลางพระนคร ใช้ทั้งพระราชพิธี การฝึกทหาร ม้าแข่ง กอล์ฟ การออกกำลังกายของข้าราชการและนักเรียน เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่กลางแจ้งที่สำคัญที่สุดของเมืองหลวง เพราะสมัยนั้นยังไม่มีสนามฟุตบอลหรือสนามกีฬาเฉพาะทางเลยแม้แต่แห่งเดียว การจะมีที่โล่งพอจะขีดเส้นตีกรอบเตะบอลได้ ต้องอาศัยลานหลวงแห่งนี้เท่านั้น

 

 

จุดเริ่มต้นมาจากคนคนหนึ่งซึ่งภายหลังคนไทยรู้จักกันในนาม “ครูเทพ” ก็คือเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตอนนั้นท่านมียศเป็นหลวงไพศาลศิลปศาสตร์ รับราชการอยู่ในกรมศึกษาธิการ กระทรวงธรรมการ ท่านเพิ่งกลับจากการไปเห็นการเล่นฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษแล้วเกิดความสนใจ จึงเป็นผู้ริเริ่มแปลและร่างกติกาฟุตบอลจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทยเป็นครั้งแรกเมื่อราวปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) เพื่อให้นักเรียนและครูอ่านเข้าใจแล้วลองเล่นตามได้ จากเดิมที่ชาวต่างชาติในบางกอกเล่นกันเองอยู่ในสโมสรของฝรั่งอย่างรอยัลบางกอกสปอร์ตคลับ คนไทยทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จักวิธีเล่นที่เป็นแบบแผน

 

พอมีกติกาเป็นภาษาไทยแล้ว ความนิยมก็ค่อยๆ แผ่ขยายอย่างรวดเร็วในหมู่โรงเรียนหลวงและข้าราชการหนุ่ม จนนำมาสู่ความคิดว่าน่าจะลองจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการตามแบบสมาคมฟุตบอลอังกฤษดูสักครั้งหนึ่ง ให้มีกรรมการ มีการนับประตู มีกติกา Association Football เต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่เตะเล่นเพื่อออกกำลังกาย

 

การแข่งขันนัดประวัติศาสตร์นัดนั้นจึงเกิดขึ้นที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2443 ตามปฏิทินเก่า ซึ่งถ้านับตามปฏิทินใหม่ที่ใช้กันปัจจุบันก็ตรงกับ พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) บันทึกของสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทยและบทความประวัติฟุตบอลไทยหลายชิ้นตรงกันว่านี่คือการแข่งขันฟุตบอลที่ถูกบันทึกไว้เป็นครั้งแรกของสยามโดยใช้กติกาสมาคมฟุตบอลอังกฤษอย่างเป็นทางการ

 

คู่แข่งขันในวันนั้นไม่ได้เป็นทีมชาติหรือสโมสรอาชีพแบบปัจจุบัน แต่เป็นการแข่งขันระหว่างสองกลุ่มที่สะท้อนภาพสังคมบางกอกยุคนั้นได้ดีมาก ฝ่ายหนึ่งคือทีมบางกอก หรือบางบันทึกเรียกว่าชุดบางกอก เป็นทีมของชาวบริเตนและชาวต่างชาติที่พำนักและรับราชการอยู่ในบางกอก ผู้คุ้นเคยกับฟุตบอลอยู่แล้ว อีกฝ่ายหนึ่งคือทีมกรมศึกษาธิการ หรือชุดศึกษาธิการ สังกัดกระทรวงธรรมการ ซึ่งเป็นกลุ่มครู นักเรียนฝึกหัดครู และข้าราชการรุ่นใหม่ที่หัดเล่นฟุตบอลตามกติกาที่ครูเทพแปลไว้ เรียกการแข่งขันครั้งนี้ในเอกสารเก่าว่า การแข่งขันฟุตบอลตามข้อบังคับของแอสโซซิเอชั่น เพราะสมัยนั้นยังเรียกฟุตบอลว่า แอสโซซิเอชั่นฟุตบอล ก่อนจะกร่อนเหลือแค่ฟุตบอลสมาคมในภายหลัง

 

ผลการแข่งขันวันนั้นจบลงด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 2 ถ้าดูรายละเอียดที่บันทึกไว้ ครึ่งแรกทีมกรมศึกษาธิการนำก่อน 1 ประตูต่อ 0 ก่อนที่ครึ่งหลังจะไล่กันจนเสมอกันไปอย่างสนุก คนดูที่มายืนล้อมรอบสนามหลวงวันนั้นเป็นข้าราชการ นักเรียน และชาวบางกอกที่อยากรู้อยากเห็นกีฬาชนิดใหม่ ไม่ได้มีการขายตั๋ว ไม่ได้มีอัฒจันทร์ ไม่มีป้ายโฆษณา มีเพียงการขึงเชือกกั้นเขตและการใช้ธงปักมุมสนามแบบเรียบง่ายที่สุด

 

สาเหตุที่ต้องมาเตะฟถตบอลกันที่สนามหลวง เพราะสมัยนั้นยังไม่มีสนามฟุตบอลเลย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานแห่งแรกของไทยจริงๆ คือสนามกรีฑาสถานที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสนามศุภชลาศัย ตั้งอยู่ในกรีฑาสถานแห่งชาติ ย่านปทุมวัน ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) นั่นคือห่างจากนัดแรกที่สนามหลวงเกือบสี่สิบปีเต็ม ดังนั้นก่อนหน้านั้นฟุตบอลต้องอาศัยพื้นที่อเนกประสงค์ทั้งหมด สนามหลวงจึงรับบทเป็นทั้งสนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ ลานพิธี และสนามฟุตบอลแห่งแรกไปพร้อมกัน พื้นสนามก็ไม่ได้เรียบเสมอกันแบบสนามสมัยใหม่ เป็นดินลูกรังปนหญ้า ฝุ่นเยอะเมื่อหน้าแล้งและแฉะเมื่อหน้าฝน แต่ก็เพียงพอสำหรับคนยุคนั้นที่จะวิ่งไล่ลูกบอลหนังที่เย็บด้วยมือลูกหนึ่งไปทั่วลาน

 

หลังจากนัดเสมอกัน 2-2 ที่สนามหลวง ความนิยมของฟุตบอลก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีถัดมา พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) กรมศึกษาธิการก็จัดการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนชิงโล่ห์กรมศึกษาธิการขึ้น ใช้ระบบแพ้คัดออก มีโรงเรียนเข้าร่วมถึง 9 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนแผนที่ โรงเรียนสวนกุหลาบทั้งฝ่ายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ และโรงเรียนอื่นๆ ในสังกัด ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลนักเรียนครั้งแรกของประเทศ และต่อยอดไปสู่การที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเคยศึกษาที่ประเทศอังกฤษและทรงโปรดฟุตบอลมาก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งสโมสรคณะฟุตบอลสยามขึ้น มีพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงร่วมลงแข่งขันด้วยพระองค์เอง ก่อนจะพัฒนาไปสู่การก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งชาติสยามเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916) และเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1925) เป็นชาติแรกของทวีปเอเชีย

 

ถ้ามองย้อนกลับไป นัดแรกที่สนามหลวงจึงไม่ใช่แค่เกมกีฬานัดหนึ่ง แต่เป็นหมุดหมายที่บอกว่าสยามเริ่มเปิดรับวัฒนธรรมการเล่นกีฬาสมัยใหม่แบบมีกติกาเป็นสากลแล้ว จากลานดินโล่งกลางพระนครที่ไม่มีเส้นขอบสนามถาวร ไม่มีตาข่ายประตู ไม่มีที่นั่งคนดู สู่จุดเริ่มต้นของวงการฟุตบอลไทยทั้งหมดที่ต่อเนื่องมาจนถึงไทยลีกและทีมชาติไทยในปัจจุบัน ทุกอย่างเริ่มจากครูคนหนึ่งที่แปลกติกา ชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งในบางกอก นักเรียนฝึกหัดครูกลุ่มหนึ่ง และพื้นที่ว่างผืนใหญ่ที่ชื่อว่าท้องสนามหลวง ซึ่งทำหน้าที่เป็นสนามกีฬาแห่งชาติจำเป็นก่อนที่ประเทศจะมีสนามกีฬาจริงๆ เสียอีก

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 767 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ความหรูหราข้ามมหาสมุทรมาเป็นหวานเย็นริมทาง เปิดประวัติศาสตร์ “น้ำแข็งไส” ในเมืองสยามตราด-จันทบุรี เสน่ห์ชายฝั่งทะเลและพรมแดนกัมพูชาเปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอมเจาะตาราง 'มหาทักษา' 16 ก.ย. 69 ชน 7-2 แตกยับๆ อย่าหาว่าไม่เตือน!ชัยปุระการละคร หุ่นของเขาแต่ว่าเรานั้นคิดว่ามันน่ากลัวมาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569กาญจนบุรีมีอุทยานแห่งชาติกี่แห่งและเที่ยวต่างกันอย่างไรเลขปิงปอง น้องเพชรกล้า งวด 16 ก.ย. 69 เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาทคณะไหนเรียนหนักที่สุดในมหาวิทยาลัย ต้องอ่านหนังสือวันละกี่ชั่วโมง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลขหายไปหลายงวดแล้ว “ต้องมา” จริงหรือ? จุดที่สถิติย้อนหลังชอบหลอกความรู้สึกเราความหรูหราข้ามมหาสมุทรมาเป็นหวานเย็นริมทาง เปิดประวัติศาสตร์ “น้ำแข็งไส” ในเมืองสยามน้ำตกปิตุ๊โกรสูงที่สุดในไทยจริงไหมตราด-จันทบุรี เสน่ห์ชายฝั่งทะเลและพรมแดนกัมพูชาสะพานเอกชัยพาข้ามทะเลน้อยอย่างไรกาญจนบุรีมีอุทยานแห่งชาติกี่แห่งและเที่ยวต่างกันอย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
กลิ่นอายแห่งปัญญาชน ในชัยปุระ อิสระภาพทางการศึกษาคนไส? เปิดบ้านเกิดสาววอลเลย์ไทย ชุดล่าฝันโอลิมปิกกฎหมายปืนเข้มขึ้น ตลาดมืดอาจโตขึ้น? จาก Demand Shift สู่คำถามเรื่อง Agenda Settingหากว่ามาถึงอินเดียต้องลองเพ้นท์วาดลาย ครีมทำด้วยสมุนไพร
ตั้งกระทู้ใหม่