เปิด 10 กระเป๋าแบรนด์เนมที่ราคาตกน้อยที่สุด พร้อมราคาและมูลค่าขายต่อ
การซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของแฟชั่น แต่ยังเป็นการลงทุนสำหรับหลายคน เพราะกระเป๋าบางรุ่นสามารถขายต่อได้ในราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อจากช็อป ขณะที่บางรุ่นราคาตกเพียงเล็กน้อย โดยแบรนด์ที่รักษามูลค่าได้ดีที่สุดมักเป็นแบรนด์ที่ผลิตจำนวนจำกัด มีประวัติยาวนาน และเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก
1. Hermès (Birkin และ Kelly)
ถือเป็นแบรนด์ที่รักษามูลค่าได้ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะรุ่น Birkin และ Kelly ซึ่งบางใบขายต่อได้ 120–250% ของราคาซื้อจากช็อป หากเป็นสีและหนังยอดนิยม ราคาหน้าช็อปเริ่มประมาณ 350,000–500,000 บาท แต่ในตลาดมือสองอาจสูงกว่า 500,000–2,000,000 บาท หรือมากกว่านั้นในรุ่นหายาก
2. Goyard
กระเป๋า Goyard มีการผลิตจำกัดและไม่มีการขายออนไลน์อย่างเป็นทางการ ทำให้ราคาขายต่อแข็งแรง โดยเฉพาะรุ่น Saint Louis ราคามือหนึ่งเริ่มประมาณ 60,000–90,000 บาท และหลายใบสามารถขายต่อได้ใกล้เคียงหรือสูงกว่าราคาซื้อ
3. Chanel
รุ่น Classic Flap เป็นหนึ่งในกระเป๋าที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด ราคามือหนึ่งในปัจจุบันเริ่มตั้งแต่ประมาณ 350,000 บาทขึ้นไป และหลายใบสามารถขายต่อได้ประมาณ 65–90% ของราคาป้าย หรือสูงกว่านั้นหากเป็นรุ่นหายาก
4. Louis Vuitton
โดยเฉพาะรุ่น Neverfull, Speedy และ Capucines เป็นรุ่นที่มีตลาดมือสองใหญ่ ราคามือหนึ่งของ Neverfull MM อยู่ที่ประมาณ 68,500 บาท และมักขายต่อได้ประมาณ 70–85% ของราคาซื้อ หากสภาพดีและอุปกรณ์ครบ
5. Dior
รุ่น Lady Dior เป็นกระเป๋าไอคอนิกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ราคามือหนึ่งเริ่มประมาณ 200,000–300,000 บาท และสามารถรักษามูลค่าได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะสีดำและสีคลาสสิก
6. Bottega Veneta
รุ่น Jodie และ Andiamo ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ราคามือหนึ่งเริ่มประมาณ 120,000–250,000 บาท และมีราคาขายต่อประมาณ 65–80% ของราคาป้าย
7. Celine
รุ่น Triomphe เป็นรุ่นยอดนิยม ราคามือหนึ่งประมาณ 120,000–170,000 บาท และยังคงมีความต้องการในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่อง
8. Loewe
รุ่น Puzzle ถือเป็นรุ่นเด่นของแบรนด์ ราคามือหนึ่งประมาณ 120,000–180,000 บาท และมีราคาขายต่อเฉลี่ย 50–75% ของราคาซื้อ
9. Prada
รุ่น Re-Edition และ Galleria ได้รับความนิยมสูง ราคามือหนึ่งเริ่มประมาณ 80,000–180,000 บาท และมีตลาดมือสองที่คึกคัก โดยเฉพาะสีคลาสสิก
10. Fendi
รุ่น Baguette และ Peekaboo ยังคงได้รับความนิยม ราคามือหนึ่งเริ่มประมาณ 120,000–250,000 บาท และสามารถขายต่อได้ในราคาที่ดีหากดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
แบรนด์ที่ราคาตกน้อยที่สุด
หากจัดอันดับจากความสามารถในการรักษามูลค่า Hermès ถือเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย Goyard, Chanel, Louis Vuitton และ Dior ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากนักสะสมและตลาดซื้อขายมือสองทั่วโลกว่ามีมูลค่าขายต่อสูงที่สุด
หากต้องการซื้อกระเป๋าเพื่อใช้งานและสามารถขายต่อได้ในราคาดี Hermès Birkin และ Kelly ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง ส่วน Chanel Classic Flap, Goyard Saint Louis และ Louis Vuitton Neverfull ก็เป็นรุ่นยอดนิยมที่ราคาตกน้อยและมีสภาพคล่องสูงในตลาดมือสอง การเลือกสีคลาสสิก เช่น สีดำ น้ำตาล หรือสีเอิร์ธโทน พร้อมเก็บกล่อง ใบเสร็จ และอุปกรณ์ให้ครบ จะช่วยเพิ่มมูลค่าในการขายต่อได้อย่างมาก
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
กำเนิด “ศัลยกรรม” ครั้งแรกของโลก
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
เสื้อผ้าแบรนด์เนมกับแบรนด์ทั่วไป ต่างกันตรงไหน? เปรียบเทียบทุกด้านก่อนตัดสินใจซื้อ
3 ร้านข้าวแกงกรุงเทพฯ ที่คนรักอาหารไทยพูดถึงบ่อยที่สุด
เหงื่อออกมากผิดปกติ ต้องกังวลโรคไตหรือไม่?
ถนน 111 โค้ง "ภูทับเบิก" อีกหนึ่งถนนที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของเพชรบูรณ์
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
ดราม่าดอกไม้ 4 กลีบ! ศาลจีนสั่ง Molly Tea ชดใช้กว่า 55 ล้านบาทให้ Louis Vuitton
5 รถมอเตอร์ไซค์ที่ทำตลาดในไทยได้ ไม่ดี และมียอดขายไม่สูง
ทำไมกินยาแก้ปวดแล้วหายตรงจุด ทั้งที่ยาไม่ได้รู้ว่าเราปวดตรงไหน
3 ร้านข้าวแกงกรุงเทพฯ ที่คนรักอาหารไทยพูดถึงบ่อยที่สุด
ทำไมกินยาแก้ปวดแล้วหายตรงจุด ทั้งที่ยาไม่ได้รู้ว่าเราปวดตรงไหน
เหงื่อออกมากผิดปกติ ต้องกังวลโรคไตหรือไม่?
กำเนิด “ศัลยกรรม” ครั้งแรกของโลก
เสื้อผ้าแบรนด์เนมกับแบรนด์ทั่วไป ต่างกันตรงไหน? เปรียบเทียบทุกด้านก่อนตัดสินใจซื้อ
5 พืชหายากและใกล้สูญพันธุ์ของ ประเทศไทย



