จัดอันดับ 7 นิสัยการใช้เงินของ "เศรษฐีสร้างตัว" ที่คนธรรมดาเลียนแบบได้ทันที
จัดอันดับ 7 นิสัยการใช้เงินของ "เศรษฐีสร้างตัว" ที่คนธรรมดาเลียนแบบได้ทันที
ใครๆ ก็อยากรวย แต่หลายคนมักคิดว่าความร่ำรวยเป็นเรื่องของโชคชะตาหรือมรดกตกทอด ทั้งที่ในความเป็นจริง "เศรษฐีสร้างตัว" (Self-Made Millionaires) ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากกองเงินกองทอง แต่พวกเขามี "พิมพ์เขียวทางการเงิน" ที่แตกต่างจากคนทั่วไป วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 7 นิสัยการใช้เงินของคนที่สร้างฐานะด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่เรียบง่าย ทรงพลัง และที่สำคัญคือ คนธรรมดาอย่างเราสามารถเลียนแบบและเริ่มทำได้ทันทีตั้งแต่วันนี้!
อันดับที่ 1: "จ่ายให้ตัวเองก่อน" เสมอ
นี่คือกฎเหล็กข้อแรก คนส่วนใหญ่เมื่อได้เงินเดือนมามักจะจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ แต่เศรษฐีสร้างตัวจะหักเงินออมหรือเงินลงทุนทันทีที่เงินออก (อย่างน้อย 10-20%) แล้วจึงค่อยบริหารเงินส่วนที่เหลือสำหรับการใช้ชีวิต การทำแบบนี้คือการบังคับตัวเองให้มีเงินเก็บอย่างสม่ำเสมอ
อันดับที่ 2: ใช้จ่ายต่ำกว่าฐานะ (Live Below Your Means)
ภาพลักษณ์ของเศรษฐีอาจดูหรูหรา แต่เศรษฐีสร้างตัวส่วนใหญ่กลับใช้ชีวิตสมถะกว่าที่คิด พวกเขาไม่จำเป็นต้องขับรถสปอร์ตป้ายแดงหรือใส่แบรนด์เนมหัวจรดเท้าเพื่ออวดใคร พวกเขาเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "ความต้องการ" (Want) และ "ความจำเป็น" (Need) และเลือกที่จะนำเงินส่วนต่างไปลงทุนให้งอกเงยแทน
อันดับที่ 3: เกลียด "หนี้จน" รัก "หนี้รวย"
เศรษฐีไม่ได้ปฏิเสธหนี้สินเสียทีเดียว แต่พวกเขาแยกแยะประเภทของหนี้ "หนี้จน" คือหนี้บริโภคที่ทำให้เงินออกจากกระเป๋า เช่น หนี้บัตรเครดิตที่จ่ายขั้นต่ำ หนี้กู้ซื้อของฟุ่มเฟือย ส่วน "หนี้รวย" คือหนี้ที่นำไปสร้างรายได้ เช่น กู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หรือกู้เพื่อขยายธุรกิจ พวกเขาจะพยายามกำจัดหนี้จนให้เร็วที่สุดและใช้หนี้รวยอย่างชาญฉลาด
อันดับที่ 4: ลงทุนในความรู้เป็นอย่างแรก
วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยกล่าวไว้ว่า "การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในตัวเอง" เศรษฐีสร้างตัวเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต พวกเขาจ่ายเงินซื้อหนังสือ เข้าสัมมนา หรือเรียนคอร์สออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะและวิสัยทัศน์ ความรู้เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นไอเดียในการทำธุรกิจหรือการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนมหาศาลในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครก็ขโมยไปไม่ได้
อันดับที่ 5: ให้เงินทำงานแทนด้วย "พลังดอกเบี้ยทบต้น"
พวกเขาเข้าใจดีว่า ลำพังเพียงแค่การออมเงินในธนาคารไม่สามารถทำให้รวยได้เนื่องจากเงินเฟ้อ เศรษฐีจะนำเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ และที่สำคัญคือพวกเขาให้เวลากับมัน ปล่อยให้ผลตอบแทนทบต้นทำงานไปเรื่อยๆ ยิ่งเริ่มเร็ว พลังนี้ยิ่งมหาศาล
อันดับที่ 6: คิดทุกครั้งก่อนควักเงิน (Value-Based Spending)
เศรษฐีสร้างตัวไม่ใช่คนขี้เหนียว แต่พวกเขาเป็นคนที่ใช้เงินอย่างคุ้มค่า (Frugal) พวกเขาจะคำนวณ "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" ของเงินทุกบาทที่จ่ายไป พวกเขาอาจจะยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อของที่มีคุณภาพสูงและใช้งานได้นาน ดีกว่าซื้อของถูกแต่พังบ่อยและต้องซื้อใหม่ซ้ำๆ ทุกการใช้จ่ายต้องตอบโจทย์ความคุ้มค่าและเป้าหมายในระยะยาว
อันดับที่ 7: มีเป้าหมายการเงินที่ชัดเจนและจับต้องได้
การอยาก "รวย" เป็นแค่ความฝัน แต่เศรษฐีจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น "ต้องการมีเงินเก็บ 1 ล้านบาทภายใน 5 ปี" หรือ "ต้องการมีรายได้จากสินทรัพย์เดือนละ 50,000 บาทเพื่อเกษียณ" เป้าหมายที่ชัดเจนนี้จะถูกย่อยออกเป็นแผนการปฏิบัติงานในแต่ละวัน แต่ละเดือน ทำให้พวกเขารู้ว่าต้องออมเท่าไหร่ และต้องลงทุนอย่างไรเพื่อให้ไปถึงจุดหมาย
4 ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ ที่สะท้อนวิธีสร้างภาพลักษณ์รัฐ
สถานที่ในไทยที่มีคำว่า “ทะเล” แต่ไม่ใช่ทะเลเค็ม
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
แนวทางเลข "ม้าวิ่ง" 16 กรกฏาคม 2569
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
ทำไมเราชอบดูข่าวทะเลาะกันผัวเมีย
4 สุสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ทำไมปุ่ม F และ J ถึงมีขีดนูนเล็ก ๆ บนคีย์บอร์ด
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
กิจวัตรของพระธุดงค์ คืออะไร ใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละวัน
สถานที่ในไทยที่มีคำว่า “ทะเล” แต่ไม่ใช่ทะเลเค็ม
ทำไมเราชอบดูข่าวทะเลาะกันผัวเมีย
4 ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ ที่สะท้อนวิธีสร้างภาพลักษณ์รัฐ
5 ของเล่นยุค 90 ที่ยังมีมูลค่าสูงในตลาดนักสะสม
ทำไมปุ่ม F และ J ถึงมีขีดนูนเล็ก ๆ บนคีย์บอร์ด
รู้จัก 5 นักธุรกิจใหญ่ลาว รวยเงียบแต่บทบาทไม่ธรรมดา




