กลิ่นเกิดจากโมเลกุลเล็กๆ และกลิ่นของบรรยากาศบนดาวเคราะห์ต่างๆ
บางครั้งแค่เดินผ่านร้านกาแฟ กลิ่นหอมบางๆ ก็ลอยเข้ามาก่อนจะทันเห็นแก้วด้วยซ้ำ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างแตะเข้าที่จมูกแล้วส่งต่อไปถึงความรู้สึกทันที ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลิ่นนั้นมาจากอะไร
สิ่งที่เรียกว่ากลิ่นจริงๆ แล้วไม่ได้เป็นสิ่งลึกลับเลย มันคือโมเลกุลเล็กมากที่ลอยอยู่ในอากาศ โมเลกุลพวกนี้เดินทางเข้าจมูกไปเจอกับตัวรับกลิ่นด้านใน แล้วสมองก็แปลผลออกมาเป็นภาพจำว่าเป็นกลิ่นอะไร บางครั้งเป็นกลิ่นอาหาร บางครั้งเป็นกลิ่นฝน หรือแม้แต่กลิ่นที่ทำให้ย้อนนึกถึงบ้านในวัยเด็ก
เรื่องน่าสนใจคือ กลิ่นไม่ได้มีอยู่ลอยๆ แบบเดียวกันทุกที่ มันขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว อากาศ สารเคมี ความชื้น และองค์ประกอบเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ถ้าลองขยับมุมมองออกไปไกลกว่านั้น กลิ่นของโลกนี้อาจเป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างเล็กๆ ของความเป็นไปได้ทั้งหมดในจักรวาล
ลองจินตนาการถึงดาวศุกร์ ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยก๊าซซัลเฟอร์และกรดกำมะถัน ถ้ามีใครยืนอยู่ใกล้พอโดยไม่โดนทำลายก่อน กลิ่นที่รับรู้ได้อาจคล้ายไข่เน่าหรือกลิ่นฉุนของสารกำมะถันเข้มข้น เป็นกลิ่นที่แทบไม่เหลือความคุ้นเคยแบบบนโลกเลย
ขยับไปที่ดาวอังคาร พื้นผิวที่เต็มไปด้วยฝุ่นเหล็กและแร่ธาตุ บรรยากาศเบาบางมาก กลิ่นอาจออกแนวโลหะจางๆ คล้ายสนิมผสมฝุ่นแห้งๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ความรู้สึกอาจเหมือนเดินอยู่ในเหมืองร้างที่ไม่มีลมพัดแรง
ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ยิ่งซับซ้อนกว่า บรรยากาศเต็มไปด้วยก๊าซไฮโดรเจน ฮีเลียม และสารประกอบแอมโมเนีย ในชั้นเมฆลึกลงไปอาจมีสารอย่างไฮโดรเจนซัลไฟด์ ถ้าแปลงเป็นความรู้สึกของกลิ่น อาจคล้ายกลิ่นฉุนปนหวานแปลกๆ ที่ไม่เหมือนอะไรบนโลกโดยตรง บางชั้นของบรรยากาศอาจเปลี่ยนกลิ่นไปเรื่อยๆ ตามความลึกและแรงดัน
ส่วนไททัน ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ มีทะเลของมีเทนและอีเทนเหลว กลิ่นอาจใกล้เคียงน้ำมันหรือเชื้อเพลิงเบาๆ คล้ายกลิ่นน้ำมันก๊าดเจือจาง ผสมกับความเย็นจัดที่ทำให้ทุกอย่างนิ่งและหนืดเหมือนเวลาถูกหยุดไว้
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า กลิ่นไม่ได้เป็นแค่ประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน แต่มันคือภาษาของเคมีที่เขียนอยู่ในอากาศแต่ละแห่ง ดาวแต่ละดวงอาจมีเรื่องเล่าของตัวเองผ่านกลิ่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ถ้ามนุษย์สามารถเดินทางไปได้ไกลพอ บางทีการสำรวจจักรวาลอาจไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่เห็น แต่เริ่มจากสิ่งที่จมูกรับรู้ก่อน แล้วค่อยๆ แปลออกมาเป็นภาพของโลกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
“ปลาตาใส” ปลาใต้ทะเลลึกที่มองทะลุหน้าผากตัวเอง ด้วยดวงตาทรงกระบอกซ่อนอยู่ภายในหัว!
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
อัลตร้าสมูทสัมผัสไทย: ถอดรหัสไอติมกะทิ-ไอติมตัด จากหวานเย็นตลาดนัดสู่ Soft Power ระดับโลก
รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
ความลับก้นขวดไวน์ ทำไมต้องมีรอยบุ๋ม
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
ถอนเหล้าแก้เมาค้างได้จริงไหม? วิทยาศาสตร์ตอบต่างจากที่หลายคนคิด
แจกเลขดับลดต้นทุน บน – ล่าง @โชยุ งวด 1 ส.ค. 69 มาแล้วครับ!
7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?
สุดขอบจักรวาล มีอยู่จริงไหม?
“ปลาตาใส” ปลาใต้ทะเลลึกที่มองทะลุหน้าผากตัวเอง ด้วยดวงตาทรงกระบอกซ่อนอยู่ภายในหัว!
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
นักบินอวกาศอาบน้ำแปรงฟันไหมเมื่ออยู่นอกโลก เวลาอึหรือฉี่ทำยังไง
อัลตร้าสมูทสัมผัสไทย: ถอดรหัสไอติมกะทิ-ไอติมตัด จากหวานเย็นตลาดนัดสู่ Soft Power ระดับโลก
ความลับก้นขวดไวน์ ทำไมต้องมีรอยบุ๋ม
สุดขอบจักรวาล มีอยู่จริงไหม?
รู้จักกับ “Elephantfish” ปลาหน้าตาประหลาดจมูกคล้ายช้าง ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ก้นมหาสมุทรลึกกว่า 1,800 เมตร!
“ปลาตาใส” ปลาใต้ทะเลลึกที่มองทะลุหน้าผากตัวเอง ด้วยดวงตาทรงกระบอกซ่อนอยู่ภายในหัว!
วัดย้อนยุคไป 40 50 ปีจะเป็นแบบใด
นักบินอวกาศอาบน้ำแปรงฟันไหมเมื่ออยู่นอกโลก เวลาอึหรือฉี่ทำยังไง