มนุษย์เวียนหัวเพราะสมองรับข้อมูลการทรงตัวไม่ตรงกัน และเชื่อมโยงกับสภาพไร้แรงโน้มถ่วงในอวกาศ
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่หลายคนเคยเจออาการเวียนหัวแบบอธิบายยาก เดินอยู่ดีๆ เหมือนพื้นเอียง นั่งรถแล้วคลื่นไส้ หรือแม้แต่แค่หมุนตัวเร็วๆ แล้วโลกเหมือนหมุนตาม ความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอของร่างกาย แต่เกิดจากการที่ข้อมูลที่สมองรับมามันไม่ตรงกัน
ร่างกายมนุษย์มีระบบช่วยเรื่องการทรงตัวอยู่ลึกในหูชั้นใน สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าระบบเวสทิบูลาร์ ทำงานร่วมกับตาและกล้ามเนื้อ เวลาเดิน วิ่ง หรือแม้แต่นั่งนิ่งๆ ทั้งสามส่วนนี้จะส่งข้อมูลให้สมองตลอดว่า ตอนนี้อยู่ในท่าไหน กำลังเคลื่อนที่หรือหยุดอยู่
ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อข้อมูลทั้งสามชุดไม่สอดคล้องกัน ตาตามองเห็นอย่างหนึ่ง แต่หูชั้นในรับรู้การเคลื่อนไหวอีกแบบ หรือกล้ามเนื้อส่งสัญญาณว่าร่างกายอยู่นิ่ง แต่ความรู้สึกในหูกลับบอกว่ากำลังหมุนอยู่ สมองจะพยายามรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่เมื่อมันขัดกันเกินไป อาการเวียนหัวก็เกิดขึ้น
เคยมีคนรู้สึกแบบนี้ตอนนั่งอ่านหนังสือในรถ เพราะตาโฟกัสอยู่กับตัวหนังสือ แต่ร่างกายรับรู้การเคลื่อนที่ของรถที่กำลังเลี้ยวไปมา สมองเลยเหมือนโดนดึงข้อมูลคนละทิศ
สิ่งนี้ยังเกิดในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย เช่น อยู่บนเรือกลางทะเล คลื่นซัดไปมาแม้สายตาจะพยายามโฟกัสเส้นขอบฟ้า แต่ร่างกายยังรู้สึกโยกตลอดเวลา จนเกิดอาการเมาเรือ
ถ้าลองขยับไปไกลกว่านั้น ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีพื้นชัดเจนอย่างในอวกาศ เรื่องนี้ยิ่งชัดขึ้นมาก บนสถานีอวกาศที่ไม่มีแรงโน้มถ่วงแบบบนโลก นักบินอวกาศจะลอยอยู่ตลอดเวลา ไม่มีบนหรือล่างให้ร่างกายยึดเป็นหลัก
ช่วงแรกที่เข้าไปอยู่ในอวกาศ ร่างกายจะสับสนอย่างหนัก หูชั้นในที่เคยใช้แรงโน้มถ่วงเป็นตัวอ้างอิงกลับไม่เจอสัญญาณเดิม ตาก็เห็นเพียงการลอยไปมา กล้ามเนื้อแทบไม่ต้องออกแรงเหมือนเดิม สมองจึงรับข้อมูลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนพร้อมกันทั้งหมด
ผลคืออาการที่เรียกว่า space motion sickness บางคนรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรือเหมือนโลกหมุนตลอดเวลา แม้จะไม่ได้เคลื่อนที่จริงๆ
เมื่ออยู่ไปสักระยะ สมองจะเริ่มปรับตัว มันจะเรียนรู้ใหม่ว่าการไม่มีแรงโน้มถ่วงคือสภาวะปกติ และเริ่มสร้างระบบอ้างอิงใหม่ขึ้นมาเอง ร่างกายจะไม่พยายามยึดบนหรือล่างเหมือนเดิมอีกต่อไป
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อกลับสู่โลกจริงอีกครั้ง อาการเวียนหัวสามารถกลับมาได้อีกครั้ง เพราะสมองต้องปรับจากระบบไร้แรงโน้มถ่วงกลับมาสู่โลกที่มีแรงดึงดูดเหมือนเดิม
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าความเวียนหัวไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก แต่เป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันของระบบรับรู้หลายส่วนในร่างกาย และยังสะท้อนให้เห็นว่า สมองมนุษย์ต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากกว่าที่คิด แม้กระทั่งการยืนอยู่บนพื้นธรรมดา ก็เป็นการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว
ทำไมแม่เหล็กดูดทองคำไม่ติด ทั้งที่ก็เป็นโลหะ
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
ทำไมบางคนจำเรื่องเล็ก ๆ ได้หมด แต่กลับลืมเรื่องสำคัญ?
ปิดด่านไทย-กัมพูชา ทำไมแรงงานกลับบ้านอาจสะเทือนเศรษฐกิจเขมรหนัก
“เช กูวารา" จากนักปฏิวัติสู่สัญลักษณ์ท้ายรถบรรทุก
Airways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกัน
ทำไมคนจีนจึงไม่ดื่มชาน้ำแรก?
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
ทำไม "เทวกุล" ต้องเขียน "Devakula" ทำไมไม่สะกดตรงตัว?
ทำไมสามชั้นในร้านบุฟเฟต์บางแห่ง เนื้อกับชั้นไขมันขาดออกจากกันง่ายๆ? ใช่สามชั้นปลอมรึเปล่า?
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
กระดูกมนุษย์แข็งแรงเพราะแรงโน้มถ่วง และทำไมในอวกาศนักบินอวกาศถึงมีกระดูกอ่อนลง
เส้นเลือดในร่างกายยาวเชื่อมต่อกันเหมือนเครือข่ายแม่น้ำบนดาวเคราะห์
ร่างกายต้องรักษาอุณหภูมิราว 37 องศา โลกของสิ่งมีชีวิตเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์สุดขั้วที่แทบไม่มีทางอยู่ได้
การนอนหลับคือการปิดระบบบางส่วนเพื่อซ่อมร่างกายและเป็นช่วงพักของโลกยามค่ำคืน