หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หมูห้ามกินสุก ๆ ดิบ ๆ จริงหรือ? เปิด 2 พยาธิอันตราย เสี่ยงกระทบสมองและดวงตา

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับข้อสงสัยใกล้ตัวว่า เหตุใดเวลาเรารับประทานเนื้อวัวจึงสามารถเลือกความสุกแบบมีเดียมได้ แต่เมื่อเป็นเนื้อหมูกลับมักได้รับคำเตือนว่าอย่ารับประทานแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ

เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงความเชื่อของคนรุ่นเก่า แต่มีเหตุผลด้านความปลอดภัยทางอาหารรองรับ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากพยาธิและเชื้อก่อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับเนื้อหมูดิบหรือปรุงไม่สุก

หนึ่งในพยาธิที่น่ากังวลคือ พยาธิตัวตืดหมู หรือ Taenia solium การรับประทานเนื้อหมูดิบหรือปรุงไม่สุกที่มีตัวอ่อนของพยาธิ สามารถทำให้เกิดพยาธิตัวตืดในลำไส้ได้ ขณะที่โรคที่เกี่ยวข้องกับระยะตัวอ่อน หรือ “ซิสติเซอร์โคซิส” สามารถเกิดในเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงสมองและดวงตาได้

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะมักมีการแชร์ข้อมูลคลาดเคลื่อนกันว่า “กินหมูไม่สุกแล้วพยาธิจะขึ้นสมองทันที” ความจริงแล้ว พยาธิตัวตืดหมูที่เข้าสู่สมอง หรือโรคนิวโรซิสติเซอร์โคซิส มักเกิดจากการที่คนกลืนไข่พยาธิของ T. solium ซึ่งปนเปื้อนจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช่เพียงแค่การกินหมูไม่สุกโดยตรงเท่านั้น

 

หากตัวอ่อนเข้าไปอยู่ในระบบประสาท อาจเกิดอาการชัก ปวดศีรษะ ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง หรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทได้ ส่วนการติดเชื้อในดวงตาก็สามารถกระทบต่อการมองเห็นได้เช่นกัน ดังนั้นคำกล่าวว่า “หมูไม่สุกอาจทำให้พยาธิขึ้นสมอง” มีพื้นฐานทางการแพทย์ แต่ควรอธิบายเส้นทางการติดเชื้อให้ถูกต้อง ไม่ควรทำให้เข้าใจว่าเกิดขึ้นกับทุกคนที่กินหมูไม่สุก

อีกชนิดหนึ่งคือ พยาธิไตรคิเนลลา (Trichinella) ซึ่งสามารถติดต่อจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีตัวอ่อนของพยาธิและปรุงไม่สุก โดยอาการอาจเริ่มจากคลื่นไส้ ท้องเสีย หรือไม่สบายท้อง ก่อนจะเกิดอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และในรายที่รุนแรงอาจมีภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะสำคัญได้

แต่สิ่งที่ผู้บริโภคควรจำให้แม่นกว่าการกลัวพยาธิคือ อุณหภูมิภายในเนื้อ” สำคัญกว่าสีของเนื้อ

ข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุว่า เนื้อหมูชิ้น เช่น สเต๊ก ช็อป หรือเนื้ออบ สามารถปรุงถึงอุณหภูมิภายในอย่างน้อย 63 องศาเซลเซียส แล้วพักเนื้ออย่างน้อย 3 นาทีได้ ส่วนหมูบดและผลิตภัณฑ์จากหมูบดควรปรุงถึง 71 องศาเซลเซียส

ดังนั้นจึงไม่ถูกต้องนักหากบอกว่า “หมูต้องสุก 100% จนขาวสนิทเท่านั้น” เพราะมาตรฐานความปลอดภัยไม่ได้ใช้สีของเนื้อเป็นตัวตัดสิน หากแต่ใช้ อุณหภูมิใจกลางเนื้อและเวลาที่ได้รับความร้อน เป็นหลัก

สำหรับผู้ที่ทำอาหารรับประทานเอง สิ่งสำคัญไม่แพ้การปรุงสุก คือการป้องกันการปนเปื้อนข้าม ควรแยกเขียงและมีดสำหรับเนื้อดิบกับอาหารพร้อมรับประทาน ล้างมือและอุปกรณ์หลังสัมผัสเนื้อดิบ และเก็บเนื้อสัตว์อย่างเหมาะสมในตู้เย็น

ผู้เขียนมองว่า

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า “ของอร่อย” กับ “ของปลอดภัย” ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงแต่ต้องรู้วิธีปรุงให้ถูกต้อง

สำหรับผู้สูงวัย เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การระมัดระวังเรื่องเนื้อหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการปรุงเนื้อให้ถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคอาหารเป็นพิษและพยาธิได้อย่างมาก

ส่วนคำเตือนว่า “กินหมูไม่สุกแล้วพยาธิขึ้นสมองหรือตาบอด” แม้จะมีโรคที่เกี่ยวข้องจริง แต่ไม่ควรนำไปพูดแบบเหมารวมจนทำให้คนเข้าใจผิด ทางที่ถูกต้องคือ หมูดิบและหมูที่ปรุงไม่ถึงอุณหภูมิที่ปลอดภัยมีความเสี่ยง จึงควรปรุงให้สุกอย่างเหมาะสม และรักษาความสะอาดระหว่างเตรียมอาหาร

เรื่องเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหารจึงอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพในระยะยาวมากกว่าที่คิด

แหล่งที่มาของข้อมูล:

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน[18+] เพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและการสื่อสารเรื่องบนเตียง: คู่มือสำหรับผู้ใหญ่วางไข่วันละหมื่นฟอง! เจาะชีวิต “ราชินีปลวก” และราชาคู่ชีวิตแห่งอาณาจักรใต้ดินพระตก-สร้อยขาด-รอดตายหวุดหวิด! 5 สัญญาณที่สายพระเชื่อว่า “องค์พระเตือนภัย”เลขเด็ด "อาม่าให้ลาภ" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..รีบซื้อหวย รวยก่อนใคร!4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดความรู้สึกตกหลุมรักเกิดอะไรขึ้นในร่างกายเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันอินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชีย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วางไข่วันละหมื่นฟอง! เจาะชีวิต “ราชินีปลวก” และราชาคู่ชีวิตแห่งอาณาจักรใต้ดินความรู้สึกตกหลุมรักเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย[18+] เพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและการสื่อสารเรื่องบนเตียง: คู่มือสำหรับผู้ใหญ่เปิด 7 ประเทศอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด ไทยอยู่อันดับที่เท่าไร?เลขเด็ด "อาม่าให้ลาภ" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..รีบซื้อหวย รวยก่อนใคร!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
พระตก-สร้อยขาด-รอดตายหวุดหวิด! 5 สัญญาณที่สายพระเชื่อว่า “องค์พระเตือนภัย”ทองคำ 2,300 ตันของรัสเซีย ไม่ได้สะสมไว้เล่น ๆ“ผีตายหวาก” ขนมชื่อชวนขนลุก แต่รสชาติหวานเย็น! เปิดตำนาน “บี้ถ่ายบัก” ของดีใต้ที่กำลังจะเลือนหายเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
ตั้งกระทู้ใหม่