หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

6 ความจริงของเสียงรบกวนในเมืองที่ทำให้หูและสมองเหนื่อย แม้ในเวลาที่คิดว่าเงียบ

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

หลายคนรู้สึกว่าเมืองเงียบลงเมื่อกลับถึงบ้าน ปิดประตู เปิดแอร์ แล้วนั่งพัก แต่ถ้าลองตั้งใจฟังดี ๆ จะพบว่ายังมีเสียงอยู่ตลอดเวลา เสียงเครื่องปรับอากาศ เสียงรถที่วิ่งไกล ๆ เสียงลิฟต์ เสียงท่อ เสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่เสียงคนเดินผ่านหน้าห้อง

หูของคนเราไม่ได้มีปุ่มปิดเหมือนดวงตา ต่อให้กำลังนอนหรือไม่ได้ตั้งใจฟัง สมองก็ยังรับข้อมูลจากเสียงรอบตัวอยู่ตลอด จึงไม่แปลกที่บางวันรู้สึกเหนื่อย หงุดหงิด หรือไม่มีสมาธิ ทั้งที่ไม่ได้เจอเรื่องหนักอะไรเป็นพิเศษ

ลองมาดู 6 ความจริงเกี่ยวกับเสียงรบกวนในเมืองที่หลายคนเจอทุกวันโดยไม่รู้ตัว

1. ความเงียบในเมืองอาจไม่ใช่ความเงียบจริง

หลายคนใช้คำว่าเงียบ เพราะไม่มีเสียงคนคุยหรือไม่มีเสียงเพลง แต่ในความเป็นจริงยังมีเสียงพื้นหลังอีกจำนวนมาก เช่น เสียงรถบนถนนใหญ่ เสียงพัดลมระบายอากาศ เสียงเครื่องปรับอากาศของอาคาร หรือเสียงมอเตอร์จากร้านค้าใกล้บ้าน

เสียงเหล่านี้อาจไม่ดังพอให้รู้สึกรำคาญทันที แต่เมื่อสะสมหลายชั่วโมง สมองก็ยังต้องประมวลผลอยู่ตลอด เหมือนมีคนคอยสะกิดเบา ๆ ทั้งวัน

2. หูไม่เคยหยุดทำงาน

แม้กำลังอ่านหนังสือ ดูหนัง หรือหลับอยู่ หูก็ยังทำหน้าที่รับเสียงต่อเนื่อง ต่างจากการมองเห็นที่สามารถหลับตาเพื่อลดสิ่งกระตุ้นได้

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเสียงแจ้งเตือนเพียงครั้งเดียว เสียงประตูปิด หรือเสียงของตกตอนกลางคืน จึงสามารถปลุกให้ตื่นได้ทันที เพราะระบบการรับเสียงยังคงทำงานแม้กำลังพักผ่อน

3. เสียงที่ไม่ดังมากก็สร้างความเครียดได้

หลายคนคิดว่าต้องเป็นเสียงเจาะถนนหรือเสียงคอนเสิร์ตเท่านั้นที่เป็นปัญหา แต่ความจริงเสียงระดับปานกลางที่เกิดซ้ำ ๆ ก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยได้เช่นกัน

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือเสียงรถจักรยานยนต์เร่งเครื่อง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ เสียงคนคุยจากโต๊ะข้าง ๆ หรือเสียงก่อสร้างที่ได้ยินเป็นระยะ แม้จะไม่ดังต่อเนื่อง แต่การถูกขัดจังหวะบ่อยครั้งทำให้สมองต้องเปลี่ยนความสนใจซ้ำไปมา

หลายคนจึงรู้สึกทำงานไม่เต็มที่ ทั้งที่ไม่รู้ว่าต้นเหตุคือเสียงรอบตัว

4. เมืองที่คึกคักทำให้สมองแทบไม่มีเวลาพัก

เมื่อออกจากบ้านก็เจอเสียงรถ ขึ้นรถไฟฟ้าก็มีเสียงประกาศ เข้าออฟฟิศก็มีเสียงคีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ และการประชุม หลังเลิกงานยังมีเสียงร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และการจราจรอีก

ถ้าชีวิตวนอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบนี้ทุกวัน สมองแทบไม่มีช่วงเวลาที่ได้รับความสงบจริง ๆ ถึงจะไม่รู้สึกทันที แต่หลายคนเริ่มรู้ตัวเมื่อกลับบ้านแล้วรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าปริมาณงานที่ทำ

5. เสียงรบกวนอาจส่งผลต่ออารมณ์มากกว่าที่คิด

เคยไหมที่รู้สึกหงุดหงิดง่าย ตอบสั้นกว่าปกติ หรือไม่มีสมาธิกับเรื่องเล็ก ๆ บางครั้งไม่ได้เกิดจากนิสัยหรืออารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเสียงก็มีส่วนได้

เมื่อสมองต้องรับข้อมูลจากเสียงต่อเนื่องเป็นเวลานาน พลังงานในการโฟกัสและควบคุมอารมณ์ก็อาจลดลง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ

6. การให้หูได้พักเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การพักสายตา

หลายคนจำได้ว่าควรพักสายตาจากหน้าจอ แต่กลับลืมว่าหูก็ต้องการเวลาพักเหมือนกัน

การปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น เดินเล่นในสวนที่เงียบกว่าเดิม นั่งโดยไม่เปิดทีวีตลอดเวลา หรือหาเวลานั่งในมุมที่มีเสียงธรรมชาติเพียงไม่กี่นาที ก็ช่วยลดภาระของสมองได้ไม่น้อย

ไม่จำเป็นต้องหนีไปอยู่บนภูเขาหรือเดินทางไกล แค่สร้างช่วงเวลาที่มีเสียงน้อยลงในแต่ละวัน ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้

อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการใส่หูฟังตลอดเวลา แม้จะเปิดเพลงเบา ๆ ก็ยังเป็นการส่งข้อมูลเข้าสู่หูอย่างต่อเนื่อง หากมีโอกาส ลองปล่อยให้หูได้อยู่กับความเงียบบ้าง จะช่วยให้สมองมีเวลาผ่อนคลายมากขึ้น

เสียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมืองและหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่การรู้ว่าหูของเรากำลังทำงานตลอดเวลา จะทำให้เริ่มสังเกตตัวเองมากขึ้น ถ้าวันไหนรู้สึกเหนื่อยแบบอธิบายไม่ถูก ลองมองไปรอบตัวแล้วฟังเสียงที่รายล้อมอยู่ บางครั้งต้นเหตุของความล้าก็ไม่ได้มาจากงานหรือความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเสียงเล็ก ๆ ที่สะสมเข้ามาทางหูทุกวันโดยที่ไม่เคยได้รับอนุญาตเลย

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 44 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกกินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างเลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจานักกีฬาจากเกาหลีเหนือเดินทางถึงญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์แล้ว7 ย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่เงินหมุนเวียนมหาศาลในไทยประธานบริษัทราปิดัส กำลังพิจารณาสร้างโรงงานผลิตชิปบนดวงจันทร์ ภายในปี 2040ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้ทรัมป์ประกาศว่าดวงจันทร์เป็นอเมริกาเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจาถ้าผมเล่าเรื่อง UFO แล้วใครจะเชื่อผมกินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?7 ย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่เงินหมุนเวียนมหาศาลในไทยอำเภอไหนมีร้านหมูกระทะและชาบูจดทะเบียนมากที่สุด"โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ" บนเขื่อนขนาดใหญ่ เขายึดแผงโซลาร์เซลล์นับแสนแผงยังไงไม่ให้ไหลตามกระแสน้ำ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
กินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?เห็น “ฝ้าขึ้นรา” แล้วเช็ดออกอาจยังไม่จบ เพราะสิ่งที่ต้องหาให้เจอจริง ๆ คือ “น้ำมาจากไหน?”ความต้องการทางเพศสูงผิดปกติไหมสิวหัวช้างควรจัดการอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่