หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถ้าผมเล่าเรื่อง UFO แล้วใครจะเชื่อผม

เขียนโดย สร้อยนกเขา

          เรื่องนี้ถ้าผมเล่าให้ใครฟังในยุคนั้น หรือแม้กระทั่งนำมาเล่าให้คนในยุคนี้ฟัง ทุกคนคงหัวเราะร่า แล้วชี้หน้าบอกว่าพวกมึงเอ๋ย... คงเพ้อเจ้อเพราะฤทธิ์ของสมุนไพรใบเขียวเป็นแน่แท้ แต่เชื่อเถอะครับว่า ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ ไม่เคยพร่ามัวหรือเลือนหายไปตามกาลเวลาเลยสักนิด ทุกรายละเอียด ทุกความรู้สึก ทุกเสียงตะโกน และดวงไฟสีเหลืองนวลวับวามเหนือน่านฟ้าในคืนนั้น มันคือ "เรื่องจริง" ที่ติดตัวพวกผมทุกคนมาจนถึงทุกวันนี้

 


​          ย้อนกลับไปประมาณปี พ.ศ. 2522 ในยุคนั้นพวกผมยังเป็นเพียงเด็กวัยรุ่น เลือดร้อน ก๋าแก่น และเต็มไปด้วยความคึกคะนองตามประสาคนวัยนั้น อายุของผมตอนนั้นก็ราวๆ 18 ปีเต็ม ส่วนเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ร่วมชะตากรรมด้วยกันอีก 3-4 คน อายุมากที่สุดในกลุ่มก็คงไม่เกิน 22 ปี ยุคนั้นโลกยังไม่ได้หมุนไวเหมือนสมัยนี้ ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโซเชียลมีเดียให้ก้มหน้ามอง สิ่งเดียวที่พวกเราทำในยามว่างจากงานหรือการเรียน คือการรวมตัวกันออกหาสถานที่ลับตาคน เพื่อปลดปล่อยความคึกคะนองตามวิถีวัยรุ่นยุค 70s

 


​          คืนนั้นเป็นเวลาประมาณสามทุ่มกว่า ๆ อากาศกำลังเย็นสบาย ความคะนองมันเรียกร้องให้พวกผมรวมตัวกันได้ประมาณ 4-5 คน พวกเรานัดหมายกันไปสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งคนแถวนั้นรู้จักกันดีว่าเป็น "ป่ากก" บริเวณนั้นเป็นทุ่งกว้างขนาดใหญ่ มีต้นกกขึ้นสูงลิ่วทึบแน่นจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ซึ่งสถานที่แบบนี้นี่แหละครับคือสวรรค์น้อยๆ ของพวกเราในยามนั้น 

 


​          พวกเราช่วยกันย่องเข้าไป ถางพงหญ้าและลุยเข้าไปข้างในป่ากก ช่วยกันเคลียร์พื้นที่ตรงกลางให้กลายเป็นลานกว้างขนาดพอดีๆ สำหรับนั่งล้อมวงกัน พอทำเสร็จแล้วเข้าไปนั่งข้างใน บอกได้คำเดียวเลยว่ามันสบายเหลือเกิน มันทั้งโปร่ง ทั้งโล่ง แถมลมพัดเย็นสบาย ที่สำคัญที่สุดคือมันสามารถหลบเลี่ยงจากสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาภายนอกได้อย่างมิดชิด เหมาะแก่การตั้งวง "ดูดกัญชา" สมุนไพรยอดฮิตของวัยรุ่นยุคนั้นอย่างยิ่ง

 


​บรรยากาศในตอนนั้นเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เสียงหัวเราะหยอกล้อกันตามประสาเพื่อนฝูง อารมณ์กำลังเคลิ้มๆ สบายๆ ได้ที่ ทุกคนกำลังจมลงสู่ความมึนนิด ๆ แต่แล้ว... ความเงียบสงบในคืนนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยบางสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เจอในชีวิตนี้

 


​          ขณะที่พวกเรากำลังนั่งเคลิ้มกันอยู่ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างแวบๆ ผิดปกติ สะท้อนลงมาจากทางด้านบน พอมองขึ้นไปเหนือศีรษะ หัวใจผมตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที แสงนั้นมันไม่ใช่แสงแดด และไม่ใช่แสงสะท้อนจากกระจก แต่มันเป็นแสงสว่างวับๆ ที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

 


​          "เฮ้ย! เฮ้ยพวกมึง ดูโน่นดิ!" ผมตะโกนออกมาสุดเสียง
​เพื่อนทุกคนที่กำลังเคลิ้มๆ อยู่ต่างตกใจ แหงนหน้าขึ้นไปมองตามมือผมพร้อมกัน ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเราทั้ง 4-5 คนในตอนนั้น มันคือวัตถุขนาดมหึมา ลอยอยู่เหนือหัวพวกเราในระยะที่ใกล้มาก ใกล้จนรู้สึกได้ถึงความอึดอัด มันคือวัตถุทรงแปลกประหลาดที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต มีดวงไฟสีเหลืองสว่างวับๆๆๆ เปล่งแสงสลับกันไปมาอยู่รอบตัวยานเต็มไปหมด ทุกคนอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกันด้วยความตื่นตะลึงและขวัญผวา

 


          ​"เฮ้ย! นั่นมัน... ยานอวกาศนี่หว่า!"
​ความรู้สึกในวินาทีนั้น มันเหมือนโลกหมุนช้าลง ยานลำนั้นมันใหญ่โตและลอยต่ำลงมาเรื่อยๆ ต่ำเสียจนพวกเรารู้สึกว่ามันแทบจะกดทับลงมาบนหัวของพวกเราในป่ากกแห่งนั้น ด้วยความกลัวสุดขีด กลัวว่ายานจะร่วงลงมาทับร่างจนแหลกเหลว พวกเราทุกคนต่างกระโดดสลัดความเคลิ้มทิ้งไปทันที แล้วสปรินท์ตัวกระโดดพรวดออกจากวงที่นั่งอยู่ แตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่คิดชีวิต

 


​          แต่แปลกตรงที่ ยานลำนั้นไม่ได้ร่วงลงมาทับพวกเราอย่างที่คิด มันหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ลอยตัวสูงขึ้นอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม ไม่มีแรงลมปะทะที่รุนแรง มีเพียงไฟสีเหลืองสว่างแวบๆๆๆ ที่ยังคงทอแสงวูบวาบอยู่รอบตัวยาน มันค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพวกเรา

 


​          ด้วยความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นที่สู้กับความกลัวในจิตใจ หลังจากตั้งสติได้ และเห็นว่ามันกำลังบินลอยห่างออกไป พวกเราที่กระโดดแตกวงกันไปในตอนแรก กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แล้วออกวิ่งตามมันไป! ใช่ครับ... พวกเราวิ่งตามยานอวกาศ!
​ณ วินาทีนั้น ไม่มีใครพูดถึงเรื่องตาฝาด ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเมา เพราะเพื่อนทุกคนเห็นตรงกันหมด 100% ลายละเอียดของดวงไฟสีเหลือง ทิศทางการลอย ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดชนิดที่ว่าไม่อาจปฏิเสธได้ พวกเราวิ่งกระหืดกระหอบตามแสงไฟสีเหลืองนั้นไปอย่างไม่ลดละ

 

          ยานลำนั้นค่อยๆ ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นจุดเล็กๆ บนท้องฟ้า
​ในระหว่างที่วิ่งตามนั้น บังเอิญว่าเส้นทางไปสกัดเข้ากับกำแพงปูนสูง ซึ่งเป็นกำแพงกั้นเขตของหน่วยราชการแห่งหนึ่ง แต่นาทีนั้นไม่มีอะไรหยุดยั้งพวกเราได้อีกแล้ว ด้วยความอยากเห็นให้แน่ชัด พวกเราทุกคนตัดสินใจกระโดดเหนี่ยวตัวปีนขึ้นไปบนกำแพงนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วออกวิ่งต่อกันบนขอบกำแพงกั้นของหน่วยงานราชการนั้นทันที

 

           เป็นภาพวัยรุ่น 4-5 คน วิ่งทอดตัวไปตามแนวยาวของกำแพง สายตาจดจ้องมองขึ้นไปบนฟ้า มองยานลำนั้นที่กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าออกไปทางทิศทางของ "ทะเล"
​พวกเราวิ่งตามกันไปจนสุดแนวความยาวของกำแพงราชการนั้น กระทั่งไม่สามารถวิ่ง ต่อไปได้อีก ยานอวกาศลำนั้นค่อยๆ ลอยลับสายตา หายลับไปในเส้นขอบฟ้าทางฝั่งทะเล ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบและพวกเราที่กำลังยืนหอบเหนื่อยอยู่บนกำแพง


​          พวกเราตัดสินใจกระโดดลงมาจากกำแพง กลับมานั่งจับเจ่ารวมกลุ่มกันอีกครั้งบนพื้นดิน บรรยากาศในการนั่งคุยกันรอบนี้แตกต่างจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง ความเคลิ้มหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนก ความทึ่ง และคำถามมากมายที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้

 


​          "มึงเห็นเหมือนที่กูเห็นไหม?"
"เห็นดิไฟสีเหลืองวับๆ ยานลำเบ้อเร่อเลย!"
"แล้ว... พวกเราจะไปบอกเรื่องนี้กับใครได้วะ?"
​คำถามสุดท้ายของเพื่อนในกลุ่ม ทำเอาทุกคนเงียบกริบลงทันที... เพราะพวกเรารู้ดีแก่ใจว่า ถ้าเดินออกไปบอกผู้ใหญ่ บอกพ่อแม่ หรือบอกใครก็ตามว่า "วันนี้พวกผมเห็นยานอวกาศลอยอยู่เหนือหัว" สิ่งแรกที่คนเหล่านั้นจะถามกลับมาก็คือ "แล้วพวกมึงไปทำอะไรกันมา?"
​ถ้าพวกเราตอบตามจริงว่า "ไปนั่งดูดกัญชาในป่ากกกันมาครับ" ผลลัพธ์มันชัดเจนยิ่งกว่าอะไรดี... ทุกคนคงจะหัวเราะเยาะ แล้วสรุปง่ายๆ ทันทีว่า "พวกมึงตาฝาด! พวกมึงเมาจนหลอนไปเองมากกว่า!" ไม่มีใครเชื่อหรอกครับว่าเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งซอยกัญชามา จะเจอ UFO ของจริง


​          แต่สำหรับพวกผมทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น พวกเราต่างยึดมั่นและยอมรับจากหัวใจเลยว่า "มันคือเรื่องจริง" สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่ภาพ hallucination ไม่ใช่ความฝัน และพวกเราทุกคนไม่ได้ตาฝาดเพราะเห็นตรงกันทุกรายละเอียด ทุกทิศทาง ทุกจังหวะการเคลื่อนไหว
​ด้วยเหตุนี้เอง ตั้งแต่วันนั้นในปี พ.ศ. 2522 พวกเราจึงทำได้เพียงกอดเก็บความลับนี้เอาไว้ ไม่กล้าไปเล่าให้ใครฟังอย่างเป็นทางการ ได้แต่เก็บมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของความทรงจำ คุยกันเองเฉพาะในกลุ่มเพื่อนเวลาที่ได้กลับมารวมตัวกันเท่านั้น

 


​          กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายสิบปี จากเด็กวัยรุ่นอายุ 18 ในวันนั้น ปัจจุบันพวกผมก็เติบโตจนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีวัยและประสบการณ์ชีวิตมากมาย แต่ภาพของยานอวกาศไฟสีเหลืองวับๆ ที่ลอยเหนือป่ากก แล้วบินลับออกสู่ท้องทะเลในวันนั้น ก็ยังคงแจ่มชัดไม่เคยเปลี่ยน ก่อนที่ความทรงจำชิ้นนี้จะเลือนหายไปตามกาลเวลาและอายุขัย ผมจึงขอถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดนี้ออกมาเป็นตัวอักษร เพื่อบันทึกไว้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ยุค พ.ศ. 2522 พวกเราได้เคยสัมผัสกับสิ่งเร้นลับเหนือน่านฟ้าด้วยตาตัวเองมาแล้วจริงๆ...

เนื้อหาโดย: สร้อยนกเขา
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยประธานบริษัทราปิดัส กำลังพิจารณาสร้างโรงงานผลิตชิปบนดวงจันทร์ ภายในปี 2040นักกีฬาจากเกาหลีเหนือเดินทางถึงญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์แล้ว7 ย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่เงินหมุนเวียนมหาศาลในไทยย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้เลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจาAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69กินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?6 ตลับเมตรเหล็กโบราณ ที่นักสะสมตามหา แพงสุดเท่าไหร่?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจากินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?7 ย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่เงินหมุนเวียนมหาศาลในไทยอำเภอไหนมีร้านหมูกระทะและชาบูจดทะเบียนมากที่สุด"โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ" บนเขื่อนขนาดใหญ่ เขายึดแผงโซลาร์เซลล์นับแสนแผงยังไงไม่ให้ไหลตามกระแสน้ำ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
พม. CARE เปิดสิทธิช่วยคนเดือดร้อน! สูงสุด 3,000 บาท เช็ก 6 กลุ่ม ใครยื่นได้บ้าง?ห้องที่ดูเรียบง่าย เครื่องวางเรียงรายเพียงภาพแขวนผนังเก่าๆ ให้ความหมายได้มากกว่าสิ่งใดในความรู้สึกนิยายชายหญิงถูกกลบจริงหรือ เปิดความจริงยุค BL–GL มาแรง ตลาดนักอ่านไทยกำลังเปลี่ยนไปรู้ไหม หวยไทยไม่ได้เริ่มที่ 1 และ 16 เปิดที่มา 2417 ใครกำหนดวันหวยออกจนถึงวันนี้
ตั้งกระทู้ใหม่