หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หูชั้นในช่วยให้เรารู้ทิศทาง ทำไมขึ้นอวกาศแล้วร่างกายถึงสับสน

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

เคยมีช่วงที่ลุกจากเตียงเร็วเกินไปแล้วรู้สึกเหมือนโลกหมุนอยู่แวบหนึ่งไหม ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเร็วมากจนหลายคนไม่ทันคิดว่าต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่ดวงตา แต่อยู่ในอวัยวะชิ้นเล็กมากที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในหู นั่นคือหูชั้นใน ผู้ช่วยเงียบ ๆ ที่ทำหน้าที่บอกสมองว่า ตอนนี้ร่างกายกำลังยืน นั่ง นอน เอียง หรือหมุนไปทางไหน

เวลาเดินบนพื้นถนน ขึ้นบันได หรือก้มลงผูกเชือกรองเท้า ทุกอย่างดูเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสมองได้รับข้อมูลจากหลายทางพร้อมกัน ทั้งภาพที่เห็น กล้ามเนื้อที่รับรู้ตำแหน่งของแขนขา และหูชั้นในที่คอยตรวจจับการเคลื่อนไหว จากนั้นสมองก็เอาข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกันอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังมีการประมวลผลเกิดขึ้นตลอดเวลา

ภายในหูชั้นในมีโครงสร้างเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยของเหลวและเซลล์รับความรู้สึก เมื่อศีรษะขยับ ของเหลวก็จะเคลื่อนตาม การเคลื่อนที่นี้ไปกระตุ้นเซลล์รับความรู้สึกให้ส่งสัญญาณไปยังสมอง คล้ายกับระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยไม่ต้องกดเปิดหรือปิด

ลองหมุนตัวหลายรอบแล้วหยุดทันที จะรู้สึกเหมือนพื้นยังหมุนต่อ ทั้งที่ความจริงหยุดนิ่งไปแล้ว เหตุผลคือของเหลวในหูชั้นในยังเคลื่อนต่ออีกนิด ทำให้สมองได้รับข้อมูลว่าร่างกายยังหมุนอยู่ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่หลายคนเดินเซหลังจากเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกหรือหมุนเก้าอี้นานเกินไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ สมองไม่ได้เชื่อหูชั้นในอย่างเดียว ถ้าดวงตาเห็นอย่างหนึ่ง แต่หูชั้นในบอกอีกอย่าง สมองจะเริ่มลังเล ตัวอย่างง่ายที่สุดคือการนั่งอ่านหนังสือในรถที่กำลังวิ่ง ดวงตาเห็นหน้าหนังสือเหมือนอยู่นิ่ง แต่หูชั้นในรับรู้ว่ารถกำลังเลี้ยว เร่ง และเบรก ความไม่ตรงกันของข้อมูลนี่เองที่ทำให้หลายคนเมารถจนต้องวางหนังสือลง

คนที่เคยนั่งเรือกลางคลื่นก็อาจคุ้นกับอาการคล้ายกัน เรือโยกไปมา หูชั้นในรับรู้การเคลื่อนไหวตลอดเวลา แต่ถ้ามองอยู่แต่ในห้องโดยสาร ดวงตาแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง สมองจึงเริ่มสับสนและตอบสนองออกมาเป็นอาการเวียนหัวหรือคลื่นไส้

แล้วถ้าพาอวัยวะเล็ก ๆ ชิ้นนี้ขึ้นไปนอกโลกจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือเรื่องจะซับซ้อนกว่าเดิมมาก เพราะบนโลก แรงโน้มถ่วงช่วยบอกว่าด้านไหนคือบนและด้านไหนคือล่าง หูชั้นในใช้ข้อมูลนี้ร่วมกับการเคลื่อนที่ของของเหลวเพื่อบอกตำแหน่งของร่างกาย

แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนสถานีอวกาศ สิ่งที่เคยเป็นตัวช่วยสำคัญกลับหายไป นักบินอวกาศหลายคนเล่าว่า ช่วงแรกของการใช้ชีวิตในอวกาศรู้สึกงงกับการรับรู้ตำแหน่งของตัวเอง บางครั้งลืมไปว่ากำลังหันหัวไปทางไหน เพราะคำว่าบนกับล่างแทบไม่มีความหมายอีกแล้ว

ในอวกาศ คนหนึ่งอาจเดินบนผนัง อีกคนลอยอยู่เหนือศีรษะ และอีกคนกลับหัวอ่านเอกสาร ทุกคนยังทำงานได้ตามปกติ เพราะไม่มีพื้นจริง ๆ ที่บังคับให้ต้องยืนในท่าเดียว สิ่งที่เคยเป็นเรื่องแปลกบนโลก กลายเป็นภาพธรรมดาเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น

ช่วงแรกที่เดินทางถึงอวกาศ นักบินอวกาศจำนวนไม่น้อยมีอาการที่เรียกว่า Space Adaptation Syndrome หรืออาการเมาอวกาศ มีทั้งเวียนหัว คลื่นไส้ และเสียการทรงตัว คล้ายอาการเมารถ แต่เกิดจากการที่สมองกำลังพยายามเรียนรู้วิธีตีความข้อมูลชุดใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน

ข่าวดีคือสมองของมนุษย์เก่งกว่าที่คิด หลังผ่านไปไม่กี่วัน ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัว เรียนรู้ว่าต้องเชื่อข้อมูลแบบไหนมากขึ้น นักบินอวกาศส่วนใหญ่จึงสามารถทำงานซับซ้อน ซ่อมอุปกรณ์ ทดลองวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ออกไปปฏิบัติงานนอกยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความท้าทายยังไม่จบแค่นั้น เพราะเมื่อเดินทางกลับมายังโลก ร่างกายต้องเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง อยู่ดี ๆ แรงโน้มถ่วงก็กลับมา หูชั้นในต้องปรับระบบเดิมกลับมาใช้งาน หลายคนจึงรู้สึกเดินไม่ถนัด ทรงตัวแปลก ๆ หรือรู้สึกหนักตัวกว่าปกติในช่วงแรก

นักวิทยาศาสตร์สนใจศึกษาหูชั้นในอย่างมาก เพราะความรู้เหล่านี้ไม่ได้ใช้แค่กับนักบินอวกาศเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาแนวทางรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการทรงตัว คนที่เวียนศีรษะเรื้อรัง หรือผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม การเข้าใจระบบเล็ก ๆ นี้จึงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนจำนวนมาก

ทุกครั้งที่ยืนขาเดียว เดินบนพื้นต่างระดับ หรือหันหน้าเรียกใครสักคนแล้วไม่ล้มลงง่าย ๆ หูชั้นในกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบ ๆ มันไม่ใช่อวัยวะที่มองเห็นได้จากภายนอก แต่มีบทบาทสำคัญจนหลายคนอาจไม่เคยนึกถึง

เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าร่างกายมนุษย์มีระบบที่ละเอียดกว่าที่คิด อวัยวะเล็กนิดเดียวสามารถช่วยให้รู้ว่ากำลังหันไปทางไหน รักษาสมดุล และทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ พอเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากโลกไปสู่อวกาศ ระบบเดิมที่เคยทำงานแม่นยำก็ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด นั่นเป็นเครื่องเตือนใจว่าความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์น่าทึ่งไม่แพ้เทคโนโลยีที่พาเราเดินทางออกไปไกลจากโลกเลย

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 37 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 เครื่องรางโบราณติดบ้าน ตามความเชื่อ เชื่อคุ้มครอง-เสริมสิริมงคล“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยถุงพลาสติกใส่แกงร้อนได้อย่างไรงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันน้ำมันเกียร์อย่ารอให้กระตุก! เปิดระยะเปลี่ยนที่คนมีรถควรรู้"บรรจง" เตรียมลาจอรายการดัง..หลังจากนี้เป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวชวนเข้ามาลองดูไอเดียนี้ท่านได้แต่ใดมา ! การออกแบบจากดีไซเนอร์ที่สมควรจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์สุด ๆจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน[18+] เพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและการสื่อสารเรื่องบนเตียง: คู่มือสำหรับผู้ใหญ่ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านนาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Why dogs sneeze in the middle of play"บรรจง" เตรียมลาจอรายการดัง..หลังจากนี้เป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวชวนเข้ามาลองดูไอเดียนี้ท่านได้แต่ใดมา ! การออกแบบจากดีไซเนอร์ที่สมควรจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์สุด ๆ5 เครื่องรางโบราณติดบ้าน ตามความเชื่อ เชื่อคุ้มครอง-เสริมสิริมงคลถุงพลาสติกใส่แกงร้อนได้อย่างไรวางไข่วันละหมื่นฟอง! เจาะชีวิต “ราชินีปลวก” และราชาคู่ชีวิตแห่งอาณาจักรใต้ดิน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถุงพลาสติกใส่แกงร้อนได้อย่างไรฝนตก 60% หมายความว่าอะไร? ตัวเลขในพยากรณ์อากาศไม่ได้แปลว่าฝนจะตก 60% ของวันวางไข่วันละหมื่นฟอง! เจาะชีวิต “ราชินีปลวก” และราชาคู่ชีวิตแห่งอาณาจักรใต้ดินDancing Girls ดอกไม้จิ๋วแห่งป่าฝน ที่ดูราวกับสาวน้อยกำลังเต้นรำ
ตั้งกระทู้ใหม่