5 เครื่องรางโบราณติดบ้าน ตามความเชื่อ เชื่อคุ้มครอง-เสริมสิริมงคล
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ “เครื่องรางติดบ้าน” แล้วน่าสนใจไม่น้อย เพราะความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องราง และสัญลักษณ์มงคลนั้น อยู่คู่สังคมไทยมานาน และยังพบเห็นได้ในบ้านของผู้คนจำนวนไม่น้อยจนถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ควรทำความเข้าใจว่าเป็น คติความเชื่อและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเครื่องรางสามารถป้องกันสิ่งเหนือธรรมชาติหรือเรียกโชคลาภได้จริง
จากข้อมูลด้านศิลปวัฒนธรรมและความเชื่อที่มีการบันทึกไว้ พบว่าสัญลักษณ์หลายชนิดถูกนำมาใช้ในบ้านและศาสนสถาน โดยมีความหมายเกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง ความเป็นสิริมงคล ความมั่งคั่ง และการปัดเป่าสิ่งไม่ดี
1. ท้าวเวสสุวรรณ – สัญลักษณ์แห่งการคุ้มครอง
ท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาล ทำหน้าที่รักษาโลกด้านทิศเหนือและปกครองเหล่ายักษ์ ตามคติทางพระพุทธศาสนาและศิลปกรรมไทย
กรมศิลปากรระบุว่า ท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพผู้รักษาทิศอุดรหรือทิศเหนือ ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมก็อธิบายถึงความเชื่อของคนไทยที่นำรูปท้าวเวสสุวรรณมาเกี่ยวข้องกับการป้องกันภูตผีและสิ่งชั่วร้าย
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ศรัทธาจำนวนหนึ่งนิยมบูชาท้าวเวสสุวรรณไว้ที่บ้าน โดยมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครองและความเป็นสิริมงคล
2. กระจกแปดทิศ หรือโป๊ยก่วย – สัญลักษณ์ป้องกันสิ่งอัปมงคลตามคติจีน
อีกสิ่งหนึ่งที่พบในความเชื่อเกี่ยวกับบ้านเรือนของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน คือ “โป๊ยก่วย” หรือสัญลักษณ์แปดทิศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคติฮวงจุ้ย
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่า ลวดลายโป๊ยก่วยหรือยันต์แปดทิศปรากฏในงานศิลปกรรมจีนในประเทศไทย และมีความหมายเกี่ยวข้องกับการป้องกันสิ่งอัปมงคล
ดังนั้น หากจะเขียนถึงเครื่องรางชนิดนี้ ควรเรียกว่า “กระจกแปดทิศ” หรือ “โป๊ยก่วย” โดยไม่ควรนำไปเรียกรวมกับ “เสือคาบดาบ” เพราะเป็นคนละสัญลักษณ์กัน
3. น้ำเต้า – สัญลักษณ์มงคลจากคติความเชื่อหลากหลายวัฒนธรรม
“น้ำเต้า” เป็นสัญลักษณ์ที่พบในความเชื่อของหลายกลุ่มชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ไม่ได้มีความหมายเพียงอย่างเดียว
ในวัฒนธรรมจีน สัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านมักถูกใช้เพื่อสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความมั่งคั่ง ความสุข และการปกป้อง ขณะที่งานศึกษาทางวัฒนธรรมยังพบว่าน้ำเต้ามีความหมายสำคัญในเรื่องเล่าและความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มในประเทศไทยด้วย
ดังนั้น การกล่าวว่าน้ำเต้า “ดูดพลังร้าย” หรือ “รักษาโรคภัย” ควรระบุว่าเป็น ความเชื่อเฉพาะตำรับหรือวัฒนธรรม ไม่ควรนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์
4. เบี้ยแก้ – เครื่องรางที่อยู่ในคติความเชื่อไทย
“เบี้ยแก้” เป็นเครื่องรางที่พบในวัฒนธรรมความเชื่อของไทย โดยมีการสร้างและปลุกเสกตามตำรับของแต่ละสำนัก
ในทางความเชื่อ เบี้ยแก้ถูกเชื่อมโยงกับการแก้เคล็ด ป้องกันสิ่งไม่ดี และภยันตรายต่าง ๆ แต่รายละเอียดของวัสดุ วิธีสร้าง ตลอดจนพุทธคุณที่กล่าวอ้างนั้นแตกต่างกันไปตามตำรับ จึงไม่ควรเหมารวมว่าเบี้ยแก้ทุกชิ้นมีรูปแบบหรือคุณสมบัติเหมือนกัน
ประเด็นสำคัญคือควรมองเบี้ยแก้ในฐานะ วัตถุทางวัฒนธรรมและเครื่องรางตามความศรัทธา มากกว่าการยืนยันว่ามีอำนาจเหนือธรรมชาติที่พิสูจน์ได้
5. กระดิ่งหรือกระดิ่งลม – เสียงมงคลที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้าน
กระดิ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมไทยมานาน โดยกรมศิลปากรอธิบายว่า “กระดิ่ง” เป็นเครื่องหล่อโลหะขนาดเล็กที่ทำให้เกิดเสียง และกระดิ่งบางชนิดนิยมแขวนตามชายคาอาคารในวัด
ส่วนการนำกระดิ่งลมไปเชื่อมโยงกับเรื่อง “พลังชี่” หรือการปรับสมดุลตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เป็นเรื่องของคติความเชื่อจีน ไม่ควรนำเสนอว่าเป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว
ในมุมของคนทั่วไป กระดิ่งลมจึงอาจมีคุณค่าในฐานะของประดับบ้านที่สร้างเสียงและบรรยากาศ รวมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคลสำหรับผู้ที่ศรัทธา
ความเชื่ออยู่คู่บ้าน แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการใช้ชีวิตอย่างมีสติ
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า เครื่องรางเหล่านี้มีคุณค่าในอีกด้านหนึ่ง นั่นคือการเป็น เครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่คนรุ่นก่อนส่งต่อมายังคนรุ่นหลัง
การมีสิ่งที่ตนเองเคารพไว้ในบ้าน หากทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกสบายใจ มีสติ และระลึกถึงการทำความดี ก็ถือเป็นคุณค่าทางใจอย่างหนึ่ง
แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เครื่องรางไม่ควรกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราประมาท เพราะต่อให้มีของมงคลเต็มบ้าน หากบ้านไม่สะอาด ระบบไฟฟ้าไม่ปลอดภัย ประตูหน้าต่างชำรุด หรือคนในครอบครัวใช้ชีวิตโดยขาดความระมัดระวัง ปัญหาก็ยังเกิดขึ้นได้
ท้ายที่สุดแล้ว “เกราะป้องกันบ้าน” ที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่เพียงสิ่งของบนผนัง แต่คือความรัก ความสามัคคี ความไม่ประมาท และการดูแลบ้านให้ปลอดภัยอยู่เสมอ
ส่วนเครื่องรางจะช่วยเติมความสบายใจให้เจ้าของบ้านได้มากน้อยเพียงใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับศรัทธาและความเชื่อของแต่ละคน
แหล่งที่มาของข้อมูล:
กรมศิลปากร – ข้อมูลเกี่ยวกับท้าวเวสสุวรรณและท้าวจตุโลกบาล
กระทรวงวัฒนธรรม – ข้อมูลเกี่ยวกับท้าวเวสสุวรรณในคติความเชื่อไทยและบทบาทด้านการคุ้มครอง
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร – ข้อมูลเกี่ยวกับสัญลักษณ์มงคลในศิลปกรรมจีนในประเทศไทย รวมถึงโป๊ยก่วยและสัญลักษณ์ป้องกันสิ่งอัปมงคล
กรมศิลปากร – ฐานข้อมูลเรือนพื้นถิ่นและข้อมูลเกี่ยวกับกระดิ่งในสถาปัตยกรรมไทย
วารสารมนุษย์กับสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย – งานศึกษาความหมายและการเปลี่ยนแปลงของสัญลักษณ์น้ำเต้าในวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ชวนเข้ามาลองดูไอเดียนี้ท่านได้แต่ใดมา ! การออกแบบจากดีไซเนอร์ที่สมควรจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์สุด ๆ
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
"บรรจง" เตรียมลาจอรายการดัง..หลังจากนี้เป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว
น้ำมันเกียร์อย่ารอให้กระตุก! เปิดระยะเปลี่ยนที่คนมีรถควรรู้
ถุงพลาสติกใส่แกงร้อนได้อย่างไร
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
นาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริง
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
Why dogs sneeze in the middle of play
"บรรจง" เตรียมลาจอรายการดัง..หลังจากนี้เป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว
ชวนเข้ามาลองดูไอเดียนี้ท่านได้แต่ใดมา ! การออกแบบจากดีไซเนอร์ที่สมควรจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์สุด ๆ
ถุงพลาสติกใส่แกงร้อนได้อย่างไร
วางไข่วันละหมื่นฟอง! เจาะชีวิต “ราชินีปลวก” และราชาคู่ชีวิตแห่งอาณาจักรใต้ดิน




