หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Dancing Girls ดอกไม้จิ๋วแห่งป่าฝน ที่ดูราวกับสาวน้อยกำลังเต้นรำ

เขียนโดย dukedicknarak

Dancing Girls ดอกไม้จิ๋วแห่งป่าฝน ที่ดูราวกับสาวน้อยกำลังเต้นรำ

ท่ามกลางผืนป่าชื้นเขตร้อนของแอฟริกา มีดอกไม้ขนาดเล็กชนิดหนึ่งซ่อนตัวอยู่ตามพื้นป่าและบริเวณที่มีความชื้นสูง หากมองผ่าน ๆ มันอาจเป็นเพียงดอกไม้สีขาวจิ๋วธรรมดา แต่เมื่อก้มลงมองใกล้ ๆ หลายคนกลับต้องหยุดสายตา เพราะรูปร่างของกลีบดอกดูคล้ายกับ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สวมกระโปรง กางแขนออก และกำลังเต้นรำอย่างร่าเริง จนกลายเป็นที่มาของชื่อเล่นอันน่ารักว่า “Dancing Girls” หรือ “สาวน้อยนักเต้น”

พืชชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Impatiens bequaertii De Wild. จัดอยู่ในวงศ์ Balsaminaceae หรือวงศ์เดียวกับพืชสกุลเทียน โดยฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ยอมรับชื่อดังกล่าวเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องของชนิดนี้ และระบุว่าถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติครอบคลุมบริเวณแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออก ตั้งแต่ตอนกลางและตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ไปจนถึงทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูกันดา รวมทั้งมีรายงานในบุรุนดีและรวันดา พืชชนิดนี้เติบโตเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่ทอดเลื้อย และพบหลัก ๆ ในเขตชีวนิเวศแบบเขตร้อนชื้น

สิ่งที่ทำให้ Impatiens bequaertii โดดเด่นจนกลายเป็นดอกไม้ที่ถูกแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ก็คือรูปร่างของดอก แม้ดอกจะมีขนาดเล็กเพียงประมาณ ครึ่งนิ้ว หรือราว 1.27 เซนติเมตร แต่กลีบดอกกลับเรียงตัวกันอย่างน่าประหลาด เมื่อมองจากด้านหน้า ส่วนบนของดอกดูคล้ายศีรษะ ขณะที่กลีบด้านข้างดูเหมือนแขนสองข้างที่กำลังกางออก ส่วนกลีบด้านล่างแผ่ออกคล้ายกระโปรงหรือขาของนักเต้นตัวจิ๋ว แหล่งเพาะเลี้ยงที่เผยแพร่ภาพของพืชชนิดนี้จึงเรียกมันว่า “Dancing Girl Impatiens” และระบุว่าดอกมีทั้งสีขาวและสีชมพูอ่อน

เมื่อมองใกล้ขึ้น ความน่ารักของมันยิ่งชัดเจน กลางดอกบางดอกจะมีแต้มสีชมพูเล็ก ๆ และมีสีเหลืองบริเวณโคนกลีบ ทำให้รูปร่างที่คล้ายตัวละครจิ๋วดูมีรายละเอียดมากขึ้น ราวกับธรรมชาติตั้งใจวาดใบหน้าและเครื่องแต่งกายให้กับ “นักเต้น” เหล่านี้ ทั้งที่ในความเป็นจริง รูปร่างทั้งหมดเกิดจากวิวัฒนาการของโครงสร้างดอกซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์และการผสมเกสรของพืช ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบมนุษย์แต่อย่างใด

ปรากฏการณ์ที่มนุษย์มองเห็นรูปร่างที่คุ้นเคยในวัตถุธรรมชาติ เช่น มองเห็นใบหน้าบนก้อนเมฆ เห็นสัตว์ในรูปทรงของภูเขา หรือเห็นคนกำลังเต้นรำอยู่ในดอกไม้ มักเรียกว่า Pareidolia ซึ่งเป็นแนวโน้มตามธรรมชาติของสมองมนุษย์ในการค้นหารูปแบบที่เราคุ้นเคย ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราเห็นกลีบดอกของ Impatiens bequaertii ที่มีสัดส่วนคล้ายศีรษะ แขน และกระโปรง สมองจึงเชื่อมโยงภาพนั้นเข้ากับรูปร่างของมนุษย์ได้ทันที

ความน่าสนใจของ Dancing Girls ไม่ได้หยุดอยู่เพียงรูปร่างของดอกเท่านั้น ตัวพืชยังมีลักษณะการเจริญเติบโตแบบทอดเลื้อยหรือพาดไปตามพื้นที่ชื้น กิ่งสามารถโน้มลงและเกิดรากได้เมื่อสัมผัสกับดินที่เหมาะสม ขณะที่ใบมีสีเขียวและช่วยขับให้ดอกสีอ่อนขนาดจิ๋วโดดเด่นขึ้น จากข้อมูลการเพาะเลี้ยง พืชสามารถแผ่กิ่งออกไปได้ประมาณหนึ่งฟุต และมักถูกปลูกในภาชนะแขวนเพื่อให้สามารถมองเห็นดอกเล็ก ๆ ได้ง่ายขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่มักถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับ Dancing Girls คือการออกดอกเป็นเวลานาน แหล่งเพาะเลี้ยงที่ปลูกพืชชนิดนี้ระบุว่าภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ดอกสีขาวหรือชมพูอ่อนสามารถปรากฏได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ควรมองว่าเป็นข้อมูลจากการเพาะเลี้ยง มากกว่าจะหมายความว่าพืชทุกต้นในธรรมชาติจะออกดอกต่อเนื่องตลอดปีเหมือนกัน เพราะช่วงออกดอกจริงอาจได้รับอิทธิพลจากอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณฝน แสง และสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่

ชื่อสกุล Impatiens เองก็เป็นชื่อที่น่าสนใจ เพราะพืชในสกุลนี้หลายชนิดมีผลที่เมื่อแก่จัดจะสามารถแตกออกอย่างรวดเร็วเมื่อถูกสัมผัส ส่งเมล็ดกระเด็นออกไปจากต้น จึงเป็นที่มาของชื่อที่สัมพันธ์กับความหมายประมาณว่า “ไม่อดทน” หรือ “ใจร้อน” กลไกเช่นนี้ช่วยให้พืชกระจายเมล็ดออกไปยังพื้นที่โดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นหนึ่งในลักษณะที่ทำให้พืชสกุลเทียนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนเกี่ยวกับชื่อ “Dancing Girls” นั่นคือ ไม่ใช่ชื่อสามัญทางพฤกษศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานสากล แต่เป็นชื่อเรียกเชิงพรรณนาที่ได้รับความนิยมจากรูปร่างของดอก แหล่งหนึ่งที่มีส่วนทำให้ชื่อดังกล่าวแพร่หลายระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ผู้ปลูกเป็นผู้เรียกพืชชนิดนี้ว่า “Dancing Girl Impatiens” เนื่องจากกลีบดอกดูเหมือนเด็กหญิงในกระโปรงกำลังกางแขนเต้นรำ

นอกจากนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดก็ควรระบุให้ละเอียดกว่าการกล่าวเพียงว่า “พบในป่าฝนทั่วแอฟริกาตะวันออก” เพราะฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ของ Kew ระบุขอบเขตตามธรรมชาติค่อนข้างชัดเจน คือ บุรุนดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รวันดา และยูกันดา โดยเติบโตในเขตร้อนชื้น ดังนั้นจึงเป็นพืชที่มีการกระจายพันธุ์เฉพาะกว่าที่ข้อความบนโลกออนไลน์บางแห่งอาจทำให้เข้าใจ

ด้วยขนาดดอกที่เล็กมาก บางครั้งผู้ที่เดินผ่านต้นของมันในธรรมชาติอาจแทบไม่ทันสังเกต แต่หากมีโอกาสได้มองผ่านเลนส์กล้องหรือสังเกตจากระยะใกล้ ก็จะพบรายละเอียดอันน่าทึ่งที่ซ่อนอยู่ในดอกไม้ขนาดไม่ถึงสองเซนติเมตร มันเป็นตัวอย่างชั้นดีว่า ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติไม่ได้จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่โตเสมอไป บางครั้งสิ่งที่สะดุดตามากที่สุดกลับเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ต้องอาศัยการหยุดมองอย่างตั้งใจ

และนั่นอาจเป็นเสน่ห์ที่แท้จริงของ Impatiens bequaertii เพราะท่ามกลางสีเขียวและความชื้นของผืนป่า ดอกไม้ขนาดจิ๋วเหล่านี้ดูราวกับกำลังจัดการแสดงของตัวเองอย่างเงียบ ๆ กลีบเล็ก ๆ กางออกเหมือนแขน ส่วนด้านล่างพลิ้วคล้ายกระโปรง ทำให้จินตนาการของมนุษย์มองเห็น “สาวน้อยนักเต้น” ที่ยืนเรียงรายอยู่บนกิ่งไม้

ธรรมชาติอาจไม่ได้ตั้งใจสร้างดอกไม้ให้เหมือนเด็กหญิงกำลังเต้นรำ แต่รูปร่างที่บังเอิญพอดีของมันก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้พบเห็นยิ้มได้ และเตือนให้เรารู้ว่า ในป่าฝนอันกว้างใหญ่ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ อีกมากมายซ่อนอยู่ รอเพียงใครสักคนก้มลงมองให้ใกล้พอ แล้วอาจได้พบกับ “การเต้นรำ” ที่งดงามที่สุดครั้งหนึ่งของโลกพืช

เกร็ดน่ารู้: ชื่อวิทยาศาสตร์ควรเขียนเป็น Impatiens bequaertii โดยชื่อสกุลขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ส่วนชื่อชนิดใช้ตัวพิมพ์เล็ก และทั้งสองคำควรเขียนเป็นตัวเอียง ส่วน “Dancing Girls” หรือ “Dancing Girl Impatiens” เป็นชื่อเล่นที่นิยมใช้จากรูปร่างของดอก ไม่ใช่ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชชนิดนี้

 

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเลขเด็ด "อาม่าให้ลาภ" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..รีบซื้อหวย รวยก่อนใคร!พระตก-สร้อยขาด-รอดตายหวุดหวิด! 5 สัญญาณที่สายพระเชื่อว่า “องค์พระเตือนภัย”เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันAndroid Go ไม่ใช่ Android ปลอม: ทำไมมือถือสเปกต่ำยังใช้ได้ แม้ต้องตัดบางอย่างออกประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านจับตาหวยลาว 18/8/69! เปิดสถิติวันอังคารย้อนหลัง เลขซ้ำ เลขวน เลขไหนมาแรง?ไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนไม่เท่ากันเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากสื่อรัฐอิหร่าน-สถานทูตเย้ยทรัมป์ หลังเผยปฏิบัติการย้ายเครื่องบินลับ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
พระตก-สร้อยขาด-รอดตายหวุดหวิด! 5 สัญญาณที่สายพระเชื่อว่า “องค์พระเตือนภัย”เปิด 7 ประเทศอาเซียนที่มีทองคำสำรองมากที่สุด ไทยอยู่อันดับที่เท่าไร?เลขเด็ด "อาม่าให้ลาภ" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..รีบซื้อหวย รวยก่อนใคร!Android Go ไม่ใช่ Android ปลอม: ทำไมมือถือสเปกต่ำยังใช้ได้ แม้ต้องตัดบางอย่างออกจับตาหวยลาว 18/8/69! เปิดสถิติวันอังคารย้อนหลัง เลขซ้ำ เลขวน เลขไหนมาแรง?ไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนไม่เท่ากัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โลมาใช้ “เปลือกหอย” เป็นเครื่องมือจับปลา ทักษะล่าที่อาจส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นคืนที่ทั้งเมืองกลายเป็นปีศาจในสโลวีเนียการแข่งขันที่ผู้เข้าแข่งขันต้องขี่ม้าจับกุ้งพิธีโยนเด็กจากหอคอยของอินเดีย มีอยู่จริงหรือแค่เรื่องเล่า
ตั้งกระทู้ใหม่