หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขปริศนา “น้ำตกโลหิต” บนธารน้ำแข็งเทย์เลอร์ ทำไมน้ำถึงเป็นสีแดงเหมือนเลือด


เขียนโดย good4289

 

ในทวีปแอนตาร์กติกา มีปรากฏการณ์ธรรมชาติแห่งหนึ่งที่ดูคล้ายเลือดไหลออกมาจากธารน้ำแข็ง จนได้รับชื่อว่า Blood Falls หรือที่หลายคนเรียกว่า น้ำตกเลือด บนธารน้ำแข็งเทย์เลอร์

ภาพน้ำสีแดงเข้มที่ไหลออกมาท่ามกลางน้ำแข็งสีขาว ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ผู้คนทั่วโลกสนใจมานานกว่า 100 ปี เพราะไม่ได้ดูแปลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังซ่อนข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับน้ำใต้ธารน้ำแข็ง จุลินทรีย์ และสภาพแวดล้อมสุดขั้วของโลกเอาไว้ด้วย

ปรากฏการณ์นี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1911 ในช่วงการสำรวจแอนตาร์กติกา โดยในตอนแรกมีการคาดเดาว่าสีแดงอาจเกิดจากการเจริญเติบโตของสาหร่ายจำนวนมาก แต่เมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติมตลอดหลายทศวรรษ นักวิทยาศาสตร์พบว่าเรื่องจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก

แหล่งกำเนิดไม่ได้อยู่บนผิวธารน้ำแข็ง

จากรายงานของ NDTV และ ScienceAlert ระบุว่า น้ำตกบลัดฟอลส์ตั้งอยู่บน ธารน้ำแข็งเทย์เลอร์ ในเขต หุบเขาแห้งแม็กเมอร์โด ของทวีปแอนตาร์กติกา

แหล่งกำเนิดของน้ำตกไม่ได้มาจากแม่น้ำหรือลำธารบนพื้นผิว แต่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำเค็มใต้ธารน้ำแข็ง ซึ่งถูกปิดผนึกอยู่ลึกลงไปใต้แผ่นน้ำแข็งเป็นเวลานาน

งานวิจัยระบุว่า บริเวณนี้เคยเกี่ยวข้องกับน้ำทะเลโบราณเมื่อประมาณ 1.5 ล้านปีก่อน ก่อนที่ธารน้ำแข็งจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวและปิดกั้นน้ำทะเลบางส่วนไว้ใต้แผ่นน้ำแข็งหนา จนเกิดเป็นแหล่งน้ำเค็มเข้มข้นที่แยกตัวจากโลกภายนอก

ความเค็มที่สูงมากทำให้น้ำใต้ธารน้ำแข็งยังคงเป็นของเหลวได้ แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมหนาวจัดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งตามปกติ น้ำเค็มนี้จึงค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านรอยแตกและช่องทางใต้ธารน้ำแข็ง ก่อนซึมออกมาที่ผิวจนเกิดเป็นน้ำตกสีแดงที่เห็นได้ในปัจจุบัน

สีแดงไม่ได้มาจากเลือดหรือสาหร่าย

สิ่งที่ทำให้ Blood Falls ดูน่าขนลุกคือสีแดงเข้มคล้ายเลือด แต่ผลการศึกษายืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเลือด และไม่ใช่สาหร่ายสีแดงอย่างที่เคยคาดเดากันในอดีต

คำอธิบายหลักคือ น้ำเกลือใต้ธารน้ำแข็งมีธาตุเหล็กสูง เมื่อไหลออกมาสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ ธาตุเหล็กจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน คล้ายกระบวนการเกิดสนิม ทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือแดงน้ำตาล

ต่อมามีการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือความละเอียดสูงเพิ่มเติม และพบว่า สีแดงสดของน้ำตกไม่ได้อธิบายได้ด้วย “สนิม” แบบง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนจำนวนมาก ซึ่งมีธาตุต่าง ๆ เช่น เหล็ก ซิลิคอน แคลเซียม อะลูมิเนียม และโซเดียมปะปนอยู่

รายละเอียดนี้ช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมในอดีตนักวิทยาศาสตร์จึงยังไม่สามารถอธิบายสีแดงของน้ำตกบลัดฟอลส์ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะมันไม่ใช่แค่น้ำสนิมธรรมดา แต่เป็นระบบเคมีใต้ธารน้ำแข็งที่ซับซ้อนมากกว่านั้น

น้ำเค็มดันตัวขึ้นมาผ่านธารน้ำแข็งได้อย่างไร

อีกคำถามสำคัญคือ น้ำเค็มที่อยู่ลึกใต้ธารน้ำแข็งสามารถทะลุผ่านน้ำแข็งหนาหลายร้อยเมตรขึ้นมาสู่ผิวน้ำได้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ ทีมวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีสำรวจด้วยคลื่นสะท้อน หรือ Radio Echo Sounding (RES) เพื่อทำแผนที่ช่องทางน้ำเค็มใต้ธารน้ำแข็งเทย์เลอร์ พบว่าน้ำเค็มไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็ง แต่เคลื่อนตัวผ่านเครือข่ายรอยแตกและช่องทางใต้ธารน้ำแข็ง

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Antarctic Science ยังระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อธารน้ำแข็งเคลื่อนตัวไปข้างหน้า น้ำหนักมหาศาลของชั้นน้ำแข็งจะบีบอัดน้ำเค็มใต้ดิน ทำให้ความดันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อแรงดันมากพอ รอยแตกในธารน้ำแข็งอาจเปิดออก และน้ำเค็มที่อยู่ภายใต้แรงดันสูงจะถูกดันออกมาสู่ผิว กลายเป็นการไหลของน้ำสีแดงที่ทำให้ Blood Falls มีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนที่ใด

นักวิจัยยังใช้ข้อมูลจากระบบ GPS เซ็นเซอร์ความร้อน ภาพถ่ายแบบไทม์แลปส์ และการเฝ้าติดตามหลายปี เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการไหลของน้ำใต้ดินกับการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็ง โดยพบว่าพื้นผิวของธารน้ำแข็งเทย์เลอร์ลดลงประมาณ 0.6 นิ้ว หรือราว 1.5 เซนติเมตร และอัตราการไหลช้าลงประมาณ 10% ซึ่งสะท้อนว่าระบบน้ำใต้ธารน้ำแข็งมีผลต่อพฤติกรรมของธารน้ำแข็งโดยตรง

โลกของจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องพึ่งแสงแดด

นอกจากสีแดงที่แปลกตาแล้ว สิ่งที่ทำให้ Blood Falls สำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์คือ แหล่งน้ำเค็มใต้ธารน้ำแข็งแห่งนี้อาจเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ที่สามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว

เพราะน้ำเค็มถูกปิดผนึกอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งเป็นเวลานาน แสงแดดและออกซิเจนแทบไม่สามารถเข้าถึงได้ จุลินทรีย์ที่อยู่ในระบบนี้จึงไม่ได้พึ่งพาการสังเคราะห์แสงเหมือนสิ่งมีชีวิตจำนวนมากบนพื้นผิวโลก

แต่จุลินทรีย์เหล่านี้อาจได้รับพลังงานจากปฏิกิริยาเคมีของแร่ธาตุ เช่น เหล็กและกำมะถัน เพื่อดำรงชีวิตในพื้นที่ที่ทั้งมืด หนาว เค็ม และขาดออกซิเจน

การค้นพบลักษณะนี้ทำให้ Blood Falls ไม่ใช่แค่สถานที่แปลกตาสำหรับการถ่ายภาพหรือเล่าเรื่องธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างสำคัญของการศึกษาว่า “ชีวิต” อาจอยู่รอดได้ในเงื่อนไขที่มนุษย์เคยคิดว่าแทบเป็นไปไม่ได้

ทำไม Blood Falls จึงสำคัญต่อการค้นหาชีวิตนอกโลก

นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจกับ Blood Falls เพราะสภาพแวดล้อมใต้ธารน้ำแข็งของที่นี่มีความคล้ายคลึงกับแนวคิดเรื่องแหล่งน้ำใต้พื้นผิวบนดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์บางแห่ง

เช่น ดาวอังคาร รวมถึงดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี และดวงจันทร์เอนเซลาดัสของดาวเสาร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจมีมหาสมุทรหรือแหล่งน้ำเหลวอยู่ใต้พื้นผิว

หากจุลินทรีย์บนโลกสามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมใต้ธารน้ำแข็งที่ไม่มีแสงแดดและมีความเค็มสูง ก็อาจช่วยให้มนุษย์ตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก แม้จะยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นก็ตาม

สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิด

หลายคนเห็นภาพน้ำตกสีแดงแล้วอาจเข้าใจว่าเป็นน้ำที่มีเลือดจริง หรือเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่ในทางวิทยาศาสตร์ Blood Falls เป็นผลจากธรณีเคมี ธารน้ำแข็ง และระบบน้ำเค็มใต้ดินที่ทำงานร่วมกัน

สิ่งที่ควรจำคือ

น้ำตกบลัดฟอลส์จึงเป็นมากกว่าน้ำตกสีแปลกในแอนตาร์กติกา แต่เป็นหน้าต่างบานเล็กที่ช่วยให้มนุษย์เข้าใจโลกใต้ธารน้ำแข็งมากขึ้น ทั้งเรื่องการไหลของน้ำเค็มใต้ดิน การเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็ง และความเป็นไปได้ของชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือนไม่เหมาะกับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต

ท้ายที่สุด ปริศนาน้ำตกสีเลือดแห่งนี้ไม่ได้จบลงแค่คำตอบว่า “ทำไมถึงแดง” แต่ยังเปิดทางไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า นั่นคือ ชีวิตสามารถซ่อนตัวอยู่ในที่ที่เราคาดไม่ถึงได้มากเพียงใด

เนื้อหาโดย: good4289
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
good4289's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 89 ครั้ง
เขียนโดย good4289
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: rage555
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัว5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIทรัมป์เดือดคำว่า “ผลงานหลากหลาย” ขู่ร้อง FCC จัดการนักข่าว NBCบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีป้ายใหม่ รพ.สุรินทร์ไม่มีภาษาเขมร จุดกระแสวิจารณ์สองฝั่งเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัวคอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไรขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยหมอเถื่อนกับอัณฑะแพะที่ขายความหนุ่ม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัวคอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไรขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย
ตั้งกระทู้ใหม่