ทำไมมอเตอร์เวย์ถึงทำกำไรสูง เก็บค่าผ่านทาง 100 บาท เหลือกำไรเกือบ 40 บาท
มอเตอร์เวย์ ธุรกิจค่าผ่านทางกำไร 4,000 ล้าน เก็บ 100 บาท เหลือกำไรราว 40 บาท
เวลาเราเดินทางออกต่างจังหวัด หรืออยากเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในเส้นทางหลัก
หนึ่งในทางเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ก็คือ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือที่เรียกกันติดปากว่า มอเตอร์เวย์
หลายคนอาจมองว่า มอเตอร์เวย์เป็นแค่ถนนที่ช่วยให้ขับรถได้เร็วขึ้น จ่ายเงินแล้วถึงที่หมายไวขึ้น
แต่ถ้ามองในมุมธุรกิจ ถนนเส้นนี้ไม่ธรรมดาเลย
เพราะจากข้อมูลผลประกอบการล่าสุด มอเตอร์เวย์มีรายได้ระดับเกือบหมื่นล้านบาทต่อปี และมีกำไรสูงกว่า 4,000 ล้านบาท
พูดแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ ถ้าเก็บค่าผ่านทาง 100 บาท ก็อาจเหลือเป็นกำไรประมาณ 40 บาท
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร มาดูกัน
จุดเริ่มต้นของมอเตอร์เวย์ไทย
จุดเริ่มต้นของมอเตอร์เวย์ ต้องย้อนกลับไปเกือบ 30 ปีก่อน
ในช่วงนั้น รัฐบาลไทยเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีถนนทางหลวงที่มีมาตรฐานสูง เพื่อรองรับการเดินทางระยะไกล การขนส่งสินค้า และการขยายตัวของเมือง
เงื่อนไขสำคัญของถนนแบบนี้คือ รถต้องทำความเร็วได้ต่อเนื่อง และต้องควบคุมการเข้า-ออกของรถได้ตลอดสาย
มอเตอร์เวย์สายแรกจึงเกิดขึ้นในปี 2541 คือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7) เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี ระยะทางเริ่มต้น 42 กิโลเมตร
ในตอนนั้นมีด่านเก็บเงินเพียง 2 แห่ง คือ ด่านลาดกระบัง และ ด่านพานทอง
จากวันนั้นถึงวันนี้ มอเตอร์เวย์ได้ขยายโครงข่าย กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบคมนาคมไทย ที่ไม่ได้ช่วยแค่คนเดินทาง แต่ยังเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งระบบ
มอเตอร์เวย์ที่เปิดให้บริการหลัก ๆ ในไทย
ปัจจุบัน เส้นทางมอเตอร์เวย์ที่หลายคนคุ้นชื่อ ได้แก่
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7)
เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง ระยะทางประมาณ 149 กิโลเมตร
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (M9)
ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก ช่วงบางปะอิน-บางพลี ระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (M81)
เส้นทางบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร
โดยในปี 2566 มีรถยนต์เข้ามาใช้งานมอเตอร์เวย์สาย M7 ราว 87 ล้านคัน และสาย M9 อีกราว 107 ล้านคัน
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า มอเตอร์เวย์ไม่ได้เป็นแค่ถนนทางเลือก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีคนใช้งานจำนวนมากในแต่ละปี
มอเตอร์เวย์ช่วยเศรษฐกิจไทยอย่างไร
มอเตอร์เวย์ไม่ใช่แค่ถนนที่มีไว้ให้รถวิ่งเร็วขึ้น
แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเรื่องการขนส่ง การลงทุน และการท่องเที่ยว
1. ลดต้นทุนโลจิสติกส์
หัวใจของการขนส่งสินค้า คือ เวลา
ถนนที่ทำความเร็วได้คงที่ ไม่ต้องจอดติดไฟแดงบ่อย ๆ และไม่ต้องเบรก-เร่งตลอดทาง ช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนขนส่งได้ง่ายขึ้น
ผลที่ตามมาคือ
ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
ลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างทาง
เพิ่มรอบการจัดส่งได้มากขึ้น
คุมเวลาส่งของได้แม่นยำขึ้น
เมื่อต้นทุนการขนส่งลดลง ภาคธุรกิจก็มีโอกาสนำส่วนต่างตรงนี้ไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ดีขึ้น
เรื่องนี้อาจดูไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเรามาก
เพราะต้นทุนขนส่งเป็นหนึ่งในต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในราคาสินค้าแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ของกิน ของใช้ ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรม
2. เป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน
ลองดูมอเตอร์เวย์สาย M7 ที่ลากยาวจากกรุงเทพฯ ผ่านพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ไปจนถึงระยอง
เส้นทางนี้เปรียบเหมือนท่อส่งสำคัญที่เชื่อมย่านธุรกิจในเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ นิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือเข้าด้วยกัน
โดยเฉพาะพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นแหล่งรวมนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีบริษัทข้ามชาติจำนวนมากเข้ามาตั้งฐานการผลิต
การคมนาคมที่สะดวกและได้มาตรฐาน จึงเป็นจิกซอว์สำคัญที่ช่วยให้ต่างชาติตัดสินใจลงทุนในไทยได้ง่ายขึ้น
เพราะสำหรับโรงงานหรือธุรกิจขนาดใหญ่ ถนนไม่ได้มีความหมายแค่ “เดินทางสะดวก”
แต่หมายถึงการส่งวัตถุดิบได้ทันเวลา ส่งสินค้าออกได้เร็ว และเชื่อมต่อกับท่าเรือ สนามบิน และเมืองใหญ่ได้ดีขึ้น
3. พลิกโฉมการท่องเที่ยว
สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดเวลาไปเที่ยว คือการต้องใช้เวลาบนถนนนานเกินไป
เพราะเวลาที่เสียไปบนรถ คือเวลาที่หายไปจากการเที่ยว การกิน การพักผ่อน และการใช้จ่ายในพื้นที่ปลายทาง
มอเตอร์เวย์จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ในหลายเส้นทาง
ช่วยให้เดินทางเร็วขึ้น
ช่วยบรรเทารถติดบนถนนสายหลัก
ช่วยให้คนวางแผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ง่ายขึ้น
ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวแวะหลายจุดมากขึ้น
จากเดิมที่อาจเที่ยวได้แค่ไม่กี่ที่ ก็อาจเพิ่มจำนวนสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือแหล่งชุมชนที่แวะได้มากขึ้น
สุดท้าย เงินที่นักท่องเที่ยวใช้จ่าย ก็หมุนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้นตามไปด้วย
แล้วมอเตอร์เวย์ทำเงินได้อย่างไร
มอเตอร์เวย์เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นทางวิ่งระดับพื้นดิน ไม่ได้เป็นทางลอยฟ้าแบบทางด่วน
แต่มีลักษณะสำคัญคล้ายทางด่วน คือเป็น เส้นทางปิด ที่ควบคุมทางเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์
รถที่จะเข้ามาใช้บริการ ต้องผ่านระบบจัดเก็บค่าผ่านทางก่อน
ผู้ดูแลและบริหารจัดการเส้นทางมอเตอร์เวย์ คือ กรมทางหลวง
รายได้หลักจึงมาจากค่าผ่านทางของรถที่วิ่งเข้ามาใช้บริการในแต่ละวัน
ยิ่งมีปริมาณรถมาก รายได้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองใหญ่ ท่าเรือ สนามบิน และแหล่งท่องเที่ยว
ผลประกอบการมอเตอร์เวย์
ผลประกอบการของมอเตอร์เวย์ในช่วงที่ผ่านมา มีตัวเลขที่น่าสนใจมาก
ปี 2565
รายได้ 8,248 ล้านบาท
กำไร 2,791 ล้านบาท
ปี 2566
รายได้ 9,099 ล้านบาท
กำไร 3,744 ล้านบาท
ปี 2567
รายได้ 9,365 ล้านบาท
กำไร 4,134 ล้านบาท
จะเห็นว่า อัตรากำไรสุทธิของธุรกิจมอเตอร์เวย์สูงกว่า 40%
หรือพูดง่าย ๆ คือ ทุกค่าผ่านทาง 100 บาท อาจเหลือเป็นกำไรราว 40 บาท
เหตุผลสำคัญคือ ธุรกิจนี้มี Operating Leverage สูงมาก
หมายความว่า ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบด่าน ระบบถนน และค่าเสื่อมราคา
เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ต้นทุนส่วนเพิ่มของรถแต่ละคันที่วิ่งผ่านเข้ามาไม่ได้สูงเท่ากับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น เมื่อปริมาณรถมากพอจนคุ้มต้นทุน รายได้จากรถที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละเที่ยว จึงมีโอกาสไหลลงไปเป็นกำไรได้มาก
อย่างไรก็ตาม กำไรที่เห็นไม่ได้หมายความว่าธุรกิจนี้ไม่มีต้นทุน
เพราะยังมีค่าใช้จ่ายในการดูแลถนน ระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง เจ้าหน้าที่ งานซ่อมบำรุง ความปลอดภัย และการพัฒนาโครงข่ายในอนาคต
แต่จุดเด่นของธุรกิจนี้คือ เมื่อมีคนใช้ถนนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง รายได้จะเติบโตได้ดี ขณะที่ต้นทุนบางส่วนไม่ได้เพิ่มตามในสัดส่วนเดียวกัน
คนทั่วไปมักเข้าใจผิดตรงไหน
หลายคนมักคิดว่า ค่าผ่านทางที่จ่ายไป เป็นแค่เงินแลกกับการขับรถเร็วขึ้น
แต่จริง ๆ แล้ว ค่าผ่านทางนั้นสะท้อนต้นทุนหลายอย่าง ทั้งการสร้างถนน การดูแลระบบ ความปลอดภัย การซ่อมบำรุง และการบริหารจัดการเส้นทาง
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ มอเตอร์เวย์ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะคนมีรถส่วนตัว
เพราะเมื่อรถขนส่งสินค้าเดินทางได้ดีขึ้น ต้นทุนของธุรกิจจำนวนมากก็อาจลดลงตามไปด้วย ซึ่งสุดท้ายอาจสะท้อนกลับมาที่ราคาสินค้า ความเร็วในการส่งของ และการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ
อนาคตของมอเตอร์เวย์ไทย
มาถึงตรงนี้ เราคงเห็นภาพแล้วว่า มอเตอร์เวย์ไม่ได้เป็นเพียงแท่งคอนกรีตที่สร้างขึ้นเพื่อความสะดวกเท่านั้น
แต่มันคือกระดูกสันหลังของระบบขนส่งไทย และเป็นเสมือนธุรกิจจัดการการเดินทางที่สร้างรายได้ระดับหลายพันล้านบาทต่อปีให้กับประเทศ
ในอนาคต ไทยยังมีแผนพัฒนาเส้นทางใหม่ ๆ อีกหลายสาย เช่น
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 5 (M5)
สายรังสิต-บางปะอิน
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 8 (M8)
สายชะอำ-นครปฐม
ถ้าโครงข่ายเหล่านี้ถูกสร้างจนเชื่อมต่อกันได้สมบูรณ์ มอเตอร์เวย์จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่พาเราไปถึงจุดหมายเร็วขึ้น
แต่ยังเป็นคันเร่งสำคัญที่ช่วยให้การขนส่ง การท่องเที่ยว การลงทุน และเศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้คล่องตัวขึ้น
สุดท้าย ค่าผ่านทางที่เราจ่ายในแต่ละครั้ง จึงไม่ใช่แค่ค่าแลกกับเวลาที่สั้นลง
แต่มันคือส่วนหนึ่งของระบบถนนขนาดใหญ่ ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอยู่ทุกวัน
..
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำไมเครื่องบินต้องเปิดม่านหน้าต่าง
5 จิตวิทยาโน้มน้าวใจ เปลี่ยนคนใจแข็งให้ยอม “ทำตาม” แบบไม่รู้ตัว
รองเท้ากัดทำไมถึงเจ็บและเป็นแผล
รถยนต์พระที่นั่ง Hispano-Suiza ตำนานรถหรูแห่งสเปนในยุคก่อนสงครามโลก
กล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
รถยนต์พระที่นั่ง Hispano-Suiza ตำนานรถหรูแห่งสเปนในยุคก่อนสงครามโลก
5 จิตวิทยาโน้มน้าวใจ เปลี่ยนคนใจแข็งให้ยอม “ทำตาม” แบบไม่รู้ตัว
ครม.เห็นชอบ 12 สิงหาคมของทุกปี ยังเป็นวันสำคัญของชาติและวันหยุดราชการ
ศาลจำคุก “เนติวิทย์” 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีไม่เข้าตรวจเลือกทหาร
กล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด



