มือถือถูกดักฟังหรือแฮกข้อมูลหรือไม่? เปิดวิธีเช็กสัญญาณผิดปกติและวิธีป้องกันให้ปลอดภัย
ในยุคที่มิจฉาชีพมีวิธีการที่ซับซ้อนขึ้น การกังวลว่ามือถืออาจถูกดักฟังหรือมีสปายแวร์แอบทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ โดยเฉพาะเมื่อพบอาการแบตเตอรี่หมดเร็ว เครื่องร้อนผิดปกติ หรือมีข้อความ OTP เด้งเข้ามาโดยไม่ได้ร้องขอ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Apple, Google และสถาบันการเงินเตือนว่าอาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าถูกแฮกเสมอไป เพราะอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานหรือความเสื่อมของแบตเตอรี่ได้เช่นกัน แต่หากพบความผิดปกติหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องทันที
วิธีตรวจสอบความผิดปกติพื้นฐาน
-
เช็กการโอนสาย: มิจฉาชีพอาจหลอกให้ตั้งค่าโอนสายเพื่อรับรหัสยืนยันแทนเจ้าของเครื่อง สามารถตรวจสอบได้ด้วยการกดรหัสบนโทรศัพท์
-
กด *#21# เพื่อดูการโอนสายทุกกรณี
-
กด *#61#, *#62#, *#67# เพื่อดูการโอนสายในเงื่อนไขต่างๆ
-
หากพบเบอร์แปลกให้กด ##002# เพื่อยกเลิกการโอนสายทั้งหมด
-
หมายเหตุ: รหัสเหล่านี้ยืนยันการโอนสายเท่านั้น ไม่ได้ยืนยันการดักฟังโดยตรง และหากพบเบอร์ฝากข้อความเสียง อาจเป็นการตั้งค่าปกติของเครือข่าย
-
-
สังเกตจุดสีบนหน้าจอ: ระบบปฏิบัติการปัจจุบันมีระบบแจ้งเตือนแอปที่เข้าถึงกล้องและไมโครโฟน
สัญญาณเตือนที่ควรสงสัยว่าเครื่องอาจมีมัลแวร์หรือสปายแวร์
หากพบอาการเหล่านี้หลายข้อพร้อมกัน ควรตรวจสอบอย่างจริงจัง:
-
แบตเตอรี่หมดเร็วผิดปกติและเครื่องร้อนแม้วางไว้เฉยๆ
-
มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตปริมาณมากโดยไม่ทราบสาเหตุ
-
มีแอปแปลกปลอมที่ไม่ได้ติดตั้งเองโผล่ขึ้นมา
-
หน้าจอติดๆ ดับๆ หรือมีป็อปอัปเด้งขึ้นมาบ่อยครั้ง
-
มีกิจกรรมในบัญชีธนาคารหรือโซเชียลมีเดียที่ไม่ได้ทำเอง
การรับมือเมื่อสงสัยว่าไม่ปลอดภัย
-
ตัดการเชื่อมต่อ: เปิดโหมดเครื่องบินหรือปิด Wi-Fi และข้อมูลมือถือทันทีเพื่อลดการส่งข้อมูลออกจากเครื่อง
-
จัดการแอป: ตรวจสอบรายชื่อแอปทั้งหมดและลบแอปที่ไม่รู้จัก
-
ปิดสิทธิ์: เข้าไปที่การตั้งค่าเพื่อตรวจสอบและปิดสิทธิ์การเข้าถึงไมโครโฟน กล้อง ตำแหน่ง และ SMS ของแอปที่ไม่จำเป็น
-
เปลี่ยนรหัสผ่าน: เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญจากอุปกรณ์เครื่องอื่นที่มั่นใจว่าปลอดภัย
-
ติดต่อธนาคาร: หากเกี่ยวข้องกับแอปธนาคารให้รีบติดต่อสถาบันการเงินทันทีเพื่อระงับความเสียหาย
-
รีเซ็ตเครื่อง: หากอาการไม่หาย การรีเซ็ตเป็นค่าโรงงานอาจเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยควรสำรองข้อมูลสำคัญและหลีกเลี่ยงการดึงแอปทั้งหมดกลับมาอัตโนมัติ
แนวทางป้องกันในระยะยาว
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างกำแพงความปลอดภัยให้มือถือเข้าถึงได้ยากขึ้น:
-
อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ
-
ดาวน์โหลดแอปจาก Store ทางการ (App Store หรือ Google Play) เท่านั้น
-
ไม่กดลิงก์จาก SMS หรือแชทที่น่าสงสัย
-
ไม่ให้รหัส OTP หรือ PIN กับบุคคลอื่น
-
เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) สำหรับทุกบัญชีสำคัญ
สรุปได้ว่าแม้ความกังวลเรื่องมือถือถูกดักฟังจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง แต่การตัดสินจากอาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่ถูกต้องเสมอไป วิธีที่ดีที่สุดคือการหมั่นตรวจสอบความผิดปกติอย่างรอบด้าน ปิดสิทธิ์แอปที่ไม่จำเป็น และรักษาความปลอดภัยของบัญชีผ่านการยืนยันตัวตนสองชั้น หากพบสัญญาณเตือนที่ชัดเจนควรรีบตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและตรวจสอบอุปกรณ์ทันที เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
สรุปที่มาของราศีเกิด: ทำไมคนเกิดเดือนเดียวกัน ถึงมีนิสัยและดวงชะตาคล้ายกัน
ไขความลับ!จากใบชาเพียงต้นเดียว"เขียว ชาแดง ชาดำ" แตกต่างกันอย่างไร?
แบบฉบับเพลงร็อก
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
ไม่ใช่แค่ซามูไร! พารู้จัก 5 ลำดับขั้นขุนนางญี่ปุ่นโบราณที่คุณอาจไม่เคยรู้
ทำความรู้จักศาสตร์การอ่านไพ่ทาโรต์: ไพ่ออกมาตรงได้ยังไง แล้วมันทำงานยังไงกันแน่?
รับมือคนที่ชอบข่มเรา
ย้อนรอยเรื่องเล่าเรือผีสิงในตำนาน: เหตุการณ์จริงหรือแค่เรื่องเล่าขานติดปาก?
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
สัมผัสเสน่ห์ความคลาสสิก เดินชิลล์รับลมบน "สะพานไม้แกดำ" มหาสารคาม
ทำไม "ซูดาน" ถึงมีพีระมิดมากกว่า "อียิปต์"?
โบโบยี: จากนัตผู้พิทักษ์ สู่เทพทันใจในเงามายา
จากน้ำหยดเดียวสู่ลูกไฟยักษ์: ถอดรหัสลับทางฟิสิกส์ที่เปลี่ยนห้องครัวให้กลายเป็นโกดังระเบิด
ผู้ชายชอบผู้หญิง "ผมยาว" หรือ "ผมสั้น" มากกว่ากันในมุมมองจิตวิทยา


