หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมบางคนจึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อในแทบทุกเรื่อง

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

บางคนอาจเคยเจ็บปวดจริง แต่เมื่อความรู้สึกว่า “ถูกกระทำ” เกิดซ้ำในหลายสถานการณ์ ความคิดแบบนี้อาจเริ่มกระทบความสัมพันธ์ การทำงาน และการมองทางออกของชีวิต

หลายคนเคยเจอคนที่เล่าเรื่องเดิม ๆ ด้วยบทสรุปคล้ายกันทุกครั้ง คือเขาเป็นฝ่ายถูกเอาเปรียบ ถูกเข้าใจผิด หรือถูกทำร้าย แม้เหตุการณ์นั้นอาจมีหลายมุมให้มองมากกว่าการหาว่าใครผิดทั้งหมด

ในทางจิตวิทยา ลักษณะนี้มักถูกพูดถึงในชื่อ Victim Mentality หรือกรอบคิดที่มองตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่ชื่อโรคหรือคำวินิจฉัยทางการแพทย์ แต่เป็นรูปแบบความคิดและการตีความเหตุการณ์ที่อาจเกิดซ้ำจนกลายเป็นนิสัยทางอารมณ์

หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่การแยกให้ชัดระหว่าง “คนที่เคยตกเป็นเหยื่อจริง” กับ “การมองตัวเองเป็นเหยื่อในหลายสถานการณ์” เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

คนหนึ่งอาจเคยถูกทำร้าย ถูกกลั่นแกล้ง ถูกเอาเปรียบ หรือผ่านประสบการณ์ที่เจ็บปวดจริง ซึ่งควรได้รับความเข้าใจและการช่วยเหลือ แต่กรอบคิดแบบเหยื่อหมายถึงภาวะที่ความรู้สึกนั้นขยายไปยังเหตุการณ์อื่น ๆ แม้บางเรื่องจะไม่ได้มีผู้กระทำผิดชัดเจน หรือมีส่วนที่ตัวเองพอจะจัดการได้

Victim Mentality คืออะไร

แหล่งข้อมูลด้านสุขภาพจิตอธิบายว่า victim mentality คือภาวะที่คนคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อในหลายสถานการณ์ แม้หลักฐานหรือบริบทอาจไม่ได้ชี้ไปทางนั้นเสมอ และอาจมาพร้อมความรู้สึกว่าตัวเองควบคุมอะไรไม่ได้มากนัก

งานวิจัยที่พูดถึง Tendency for Interpersonal Victimhood หรือแนวโน้มการรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล อธิบายว่าบางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองถูกทำร้ายบ่อยกว่า รุนแรงกว่า และนานกว่าคนอื่นในเหตุการณ์ทางสังคมหลายรูปแบบ

จุดที่ต้องระวังคือ การมีความคิดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าคนนั้น “โกหก” หรือ “แกล้งเจ็บปวด” เสมอไป หลายครั้งเขาอาจกำลังมองเหตุการณ์ผ่านเลนส์ที่เกิดจากประสบการณ์เดิม ความไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ หรือวิธีป้องกันตัวทางใจ

ทำไมบางคนจึงติดอยู่กับบทบาทผู้ถูกกระทำ

กรอบคิดแบบเหยื่ออาจค่อย ๆ ก่อตัวจากหลายปัจจัย เช่น เติบโตในบ้านที่ถูกตำหนิบ่อย ถูกควบคุมมาก เคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าพยายามไปก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้

เมื่อสมองเรียนรู้ซ้ำ ๆ ว่า “สุดท้ายเราก็เจ็บอยู่ดี” คนคนหนึ่งอาจเริ่มระวังภัยมากเป็นพิเศษ มองคำพูดกำกวมเป็นการโจมตี หรือมองคำแนะนำเป็นการตำหนิ แม้อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น

งานเขียนเชิงจิตวิทยาบางชิ้นย้ำว่า ไม่ควรนำประสบการณ์การเป็นเหยื่อจริงไปปนกับ victimhood mindset เพราะคนที่เคยผ่านความรุนแรงไม่จำเป็นต้องพัฒนากรอบคิดแบบเหยื่อเสมอไป และคนที่มีกรอบคิดแบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเคยผ่านบาดแผลรุนแรงเสมอไป

สัญญาณที่พบได้บ่อย

สัญญาณหนึ่งคือการโทษคนอื่นแทบทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหา โดยไม่ค่อยเห็นบทบาทของตัวเองในเหตุการณ์นั้น อีกสัญญาณคือการเล่าเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เพื่อยืนยันว่าตัวเองถูกกระทำ หรือรู้สึกว่าคนรอบตัวไม่เข้าใจและไม่ยุติธรรมกับตัวเองอยู่เสมอ

บางคนอาจปฏิเสธคำแนะนำทันที เพราะได้ยินคำแนะนำเป็นการกล่าวโทษ เช่น เมื่อมีคนถามว่า “มีอะไรที่เราปรับได้ไหม” เขาอาจรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของเขา

เมื่อรูปแบบนี้เกิดซ้ำ ความสัมพันธ์มักเหนื่อยทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่รับฟังอาจเริ่มรู้สึกว่าพูดอะไรก็ผิด ส่วนฝ่ายที่รู้สึกเป็นเหยื่อก็อาจยิ่งมั่นใจว่าไม่มีใครเข้าใจตัวเองจริง ๆ

ควรคุยอย่างไรโดยไม่ทำให้ปะทะ

การพูดตรง ๆ ว่า “คุณชอบทำตัวเป็นเหยื่อ” มักทำให้บทสนทนาปิดลงทันที เพราะเป็นประโยคที่ฟังเหมือนตัดสินตัวตนของอีกฝ่าย

วิธีที่นุ่มกว่า คือเริ่มจากรับฟังความรู้สึกก่อน แล้วค่อยชวนมองส่วนที่ยังพอควบคุมได้ เช่น “เรื่องนี้ฟังดูทำให้คุณเสียใจมาก แล้วมีส่วนไหนบ้างที่คุณอยากลองจัดการเองได้บ้าง”

คำถามแบบนี้ไม่ได้ลบความเจ็บปวดของอีกฝ่าย แต่ช่วยย้ายบทสนทนาจากการหาคนผิดไปสู่การมองทางเลือกที่ยังเหลืออยู่

ถ้าพบว่าตัวเองกำลังคิดแบบนี้

จุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่การตำหนิตัวเอง แต่เป็นการสังเกตว่าเมื่อเกิดปัญหา เรามักสรุปเร็วเกินไปหรือไม่ว่าทุกอย่างเป็นความผิดของคนอื่น

คำถามง่าย ๆ ที่ช่วยได้คือ “ในเรื่องนี้ มีอะไรที่ฉันควบคุมได้บ้าง” หรือ “ถ้ามองอีกมุม เหตุการณ์นี้อาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยไหม”

การยอมรับว่าตัวเองมีส่วนในบางเหตุการณ์ ไม่ได้แปลว่าต้องรับผิดทั้งหมด แต่ช่วยให้เห็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ยังเปลี่ยนแปลงได้ หากความคิดแบบนี้รบกวนชีวิต ความสัมพันธ์ หรือทำให้รู้สึกติดอยู่กับความทุกข์นานเกินไป การคุยกับนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจช่วยให้มองรูปแบบเดิมได้ชัดขึ้น

KEY TAKEAWAYS:

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 29 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ5 ซูเปอร์ฮีโร่ดังที่ไม่ได้สู้แค่วายร้าย แต่ยังสู้กับแผลในใจอาหารแช่แข็งดีต่อสุขภาพไหม คำตอบอยู่ที่เลือกอะไรและอุ่นอย่างไร5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยโรงพยาบาลร้างที่ถูกเล่าขานว่าน่ากลัวที่สุดในประเทศไทยการฟ้อง SLAPP คืออะไร ทำไมคดีแบบนี้ทำให้คนไม่กล้าพูด5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาดอาหารไทยที่กำลังสูญหายรถยนต์ไฮบริดไทย ปี 2026 รุ่นไหนบ้างที่ประหยัดน้ำมันสุดๆญี่ปุ่นจับชายอิหร่าน ซุกยาไอซ์เกือบ 40 กิโลในเครื่องทำนาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 ซูเปอร์ฮีโร่ดังที่ไม่ได้สู้แค่วายร้าย แต่ยังสู้กับแผลในใจอาหารแช่แข็งดีต่อสุขภาพไหม คำตอบอยู่ที่เลือกอะไรและอุ่นอย่างไรโรงพยาบาลร้างที่ถูกเล่าขานว่าน่ากลัวที่สุดในประเทศไทยการฟ้อง SLAPP คืออะไร ทำไมคดีแบบนี้ทำให้คนไม่กล้าพูด5 ป่าลับเมืองไทย วิวสวย เงียบกว่าแหล่งดัง และยังน่าไปสัมผัสทำไมคนต่างจังหวัดจำนวนมากยังมองว่า งานราชการคือความสำเร็จของทั้งครอบครัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โรงพยาบาลร้างที่ถูกเล่าขานว่าน่ากลัวที่สุดในประเทศไทยการฟ้อง SLAPP คืออะไร ทำไมคดีแบบนี้ทำให้คนไม่กล้าพูดวิธีพูดคุยรับมือกับคนหลงตัวเอง โดยไม่ทำให้สถานการณ์แย่ลงทำไมคนต่างจังหวัดจำนวนมากยังมองว่า งานราชการคือความสำเร็จของทั้งครอบครัว
ตั้งกระทู้ใหม่