ทำไมบางคนจึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อในแทบทุกเรื่อง
บางคนอาจเคยเจ็บปวดจริง แต่เมื่อความรู้สึกว่า “ถูกกระทำ” เกิดซ้ำในหลายสถานการณ์ ความคิดแบบนี้อาจเริ่มกระทบความสัมพันธ์ การทำงาน และการมองทางออกของชีวิต
หลายคนเคยเจอคนที่เล่าเรื่องเดิม ๆ ด้วยบทสรุปคล้ายกันทุกครั้ง คือเขาเป็นฝ่ายถูกเอาเปรียบ ถูกเข้าใจผิด หรือถูกทำร้าย แม้เหตุการณ์นั้นอาจมีหลายมุมให้มองมากกว่าการหาว่าใครผิดทั้งหมด
ในทางจิตวิทยา ลักษณะนี้มักถูกพูดถึงในชื่อ Victim Mentality หรือกรอบคิดที่มองตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่ชื่อโรคหรือคำวินิจฉัยทางการแพทย์ แต่เป็นรูปแบบความคิดและการตีความเหตุการณ์ที่อาจเกิดซ้ำจนกลายเป็นนิสัยทางอารมณ์
หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่การแยกให้ชัดระหว่าง “คนที่เคยตกเป็นเหยื่อจริง” กับ “การมองตัวเองเป็นเหยื่อในหลายสถานการณ์” เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน
คนหนึ่งอาจเคยถูกทำร้าย ถูกกลั่นแกล้ง ถูกเอาเปรียบ หรือผ่านประสบการณ์ที่เจ็บปวดจริง ซึ่งควรได้รับความเข้าใจและการช่วยเหลือ แต่กรอบคิดแบบเหยื่อหมายถึงภาวะที่ความรู้สึกนั้นขยายไปยังเหตุการณ์อื่น ๆ แม้บางเรื่องจะไม่ได้มีผู้กระทำผิดชัดเจน หรือมีส่วนที่ตัวเองพอจะจัดการได้
Victim Mentality คืออะไร
แหล่งข้อมูลด้านสุขภาพจิตอธิบายว่า victim mentality คือภาวะที่คนคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อในหลายสถานการณ์ แม้หลักฐานหรือบริบทอาจไม่ได้ชี้ไปทางนั้นเสมอ และอาจมาพร้อมความรู้สึกว่าตัวเองควบคุมอะไรไม่ได้มากนัก
งานวิจัยที่พูดถึง Tendency for Interpersonal Victimhood หรือแนวโน้มการรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล อธิบายว่าบางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองถูกทำร้ายบ่อยกว่า รุนแรงกว่า และนานกว่าคนอื่นในเหตุการณ์ทางสังคมหลายรูปแบบ
จุดที่ต้องระวังคือ การมีความคิดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าคนนั้น “โกหก” หรือ “แกล้งเจ็บปวด” เสมอไป หลายครั้งเขาอาจกำลังมองเหตุการณ์ผ่านเลนส์ที่เกิดจากประสบการณ์เดิม ความไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ หรือวิธีป้องกันตัวทางใจ
ทำไมบางคนจึงติดอยู่กับบทบาทผู้ถูกกระทำ
กรอบคิดแบบเหยื่ออาจค่อย ๆ ก่อตัวจากหลายปัจจัย เช่น เติบโตในบ้านที่ถูกตำหนิบ่อย ถูกควบคุมมาก เคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าพยายามไปก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้
เมื่อสมองเรียนรู้ซ้ำ ๆ ว่า “สุดท้ายเราก็เจ็บอยู่ดี” คนคนหนึ่งอาจเริ่มระวังภัยมากเป็นพิเศษ มองคำพูดกำกวมเป็นการโจมตี หรือมองคำแนะนำเป็นการตำหนิ แม้อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น
งานเขียนเชิงจิตวิทยาบางชิ้นย้ำว่า ไม่ควรนำประสบการณ์การเป็นเหยื่อจริงไปปนกับ victimhood mindset เพราะคนที่เคยผ่านความรุนแรงไม่จำเป็นต้องพัฒนากรอบคิดแบบเหยื่อเสมอไป และคนที่มีกรอบคิดแบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเคยผ่านบาดแผลรุนแรงเสมอไป
สัญญาณที่พบได้บ่อย
สัญญาณหนึ่งคือการโทษคนอื่นแทบทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหา โดยไม่ค่อยเห็นบทบาทของตัวเองในเหตุการณ์นั้น อีกสัญญาณคือการเล่าเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เพื่อยืนยันว่าตัวเองถูกกระทำ หรือรู้สึกว่าคนรอบตัวไม่เข้าใจและไม่ยุติธรรมกับตัวเองอยู่เสมอ
บางคนอาจปฏิเสธคำแนะนำทันที เพราะได้ยินคำแนะนำเป็นการกล่าวโทษ เช่น เมื่อมีคนถามว่า “มีอะไรที่เราปรับได้ไหม” เขาอาจรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของเขา
เมื่อรูปแบบนี้เกิดซ้ำ ความสัมพันธ์มักเหนื่อยทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่รับฟังอาจเริ่มรู้สึกว่าพูดอะไรก็ผิด ส่วนฝ่ายที่รู้สึกเป็นเหยื่อก็อาจยิ่งมั่นใจว่าไม่มีใครเข้าใจตัวเองจริง ๆ
ควรคุยอย่างไรโดยไม่ทำให้ปะทะ
การพูดตรง ๆ ว่า “คุณชอบทำตัวเป็นเหยื่อ” มักทำให้บทสนทนาปิดลงทันที เพราะเป็นประโยคที่ฟังเหมือนตัดสินตัวตนของอีกฝ่าย
วิธีที่นุ่มกว่า คือเริ่มจากรับฟังความรู้สึกก่อน แล้วค่อยชวนมองส่วนที่ยังพอควบคุมได้ เช่น “เรื่องนี้ฟังดูทำให้คุณเสียใจมาก แล้วมีส่วนไหนบ้างที่คุณอยากลองจัดการเองได้บ้าง”
คำถามแบบนี้ไม่ได้ลบความเจ็บปวดของอีกฝ่าย แต่ช่วยย้ายบทสนทนาจากการหาคนผิดไปสู่การมองทางเลือกที่ยังเหลืออยู่
ถ้าพบว่าตัวเองกำลังคิดแบบนี้
จุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่การตำหนิตัวเอง แต่เป็นการสังเกตว่าเมื่อเกิดปัญหา เรามักสรุปเร็วเกินไปหรือไม่ว่าทุกอย่างเป็นความผิดของคนอื่น
คำถามง่าย ๆ ที่ช่วยได้คือ “ในเรื่องนี้ มีอะไรที่ฉันควบคุมได้บ้าง” หรือ “ถ้ามองอีกมุม เหตุการณ์นี้อาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยไหม”
การยอมรับว่าตัวเองมีส่วนในบางเหตุการณ์ ไม่ได้แปลว่าต้องรับผิดทั้งหมด แต่ช่วยให้เห็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ยังเปลี่ยนแปลงได้ หากความคิดแบบนี้รบกวนชีวิต ความสัมพันธ์ หรือทำให้รู้สึกติดอยู่กับความทุกข์นานเกินไป การคุยกับนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจช่วยให้มองรูปแบบเดิมได้ชัดขึ้น
KEY TAKEAWAYS:
- Victim Mentality ไม่ใช่โรค แต่เป็นกรอบคิดที่มองตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำซ้ำ ๆ
- ต้องแยกการเป็นเหยื่อจริงออกจากการตีความหลายเหตุการณ์ผ่านบทบาทผู้ถูกกระทำ
- ปัจจัยเดิม เช่น บาดแผล ความสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย หรือการถูกตำหนิบ่อย อาจมีส่วนทำให้เกิดรูปแบบนี้
- การคุยด้วยคำถามที่ชวนมองสิ่งที่ควบคุมได้ มักช่วยได้มากกว่าการตำหนิตรง ๆ
- หากความคิดนี้กระทบชีวิตหรือความสัมพันธ์ ควรพิจารณาคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
แหล่งที่มา: เรื่องดีดีมีทุกวัน, Psych Central, Scientific American, ResearchGate
อ้างอิง:
https://psychcentral.com/health/victim-mentality
https://www.scientificamerican.com/article/unraveling-the-mindset-of-victimhood/
https://www.researchgate.net/publication/341548585_The_Tendency_for_Interpersonal_Victimhood_The_Personality_Construct_and_its_Consequences
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
สายเฮลตี้ต้องรู้ ผลไม้บางคู่กินแล้วท้องป่องง่าย
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
10 สัตว์ที่สร้างรายได้แพงที่สุดในโลก ตัวเดียวทำเงินให้เจ้าของได้ตลอดชีวิต!
“ผู้หญิงบวชได้จริงหรือ?” เปิดมุมมองธรรมะ ประวัติศาสตร์ และความจริงในสังคมไทย
ไขความลับ!จากใบชาเพียงต้นเดียว"เขียว ชาแดง ชาดำ" แตกต่างกันอย่างไร?
10 อันดับสัตว์ที่ผสมพันธุ์เสร็จเร็วที่สุดในโลก อันดับหนึ่งเพียงไม่กี่วิ!