ค่ากลั่นน้ำมันคืออะไร ทำไมราคาน้ำมันขึ้นแล้วค่ากลั่นมักขึ้นตาม และทำไมคนไทยถึงรู้สึกว่าน้ำมันแพง
ทุกครั้งที่น้ำมันแพงขึ้น เรามักได้ยินคำว่า ค่ากลั่นน้ำมัน เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
หลายคนจึงสงสัยว่า โรงกลั่นแค่เอาน้ำมันดิบมากลั่น ทำไมพอน้ำมันดิบแพง ค่ากลั่นถึงแพงตามไปด้วย
ฟังดูเหมือนคิดราคาซ้ำซ้อน
แต่ความจริงเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ค่ากลั่นไม่ใช่ค่าจ้างเปิดเครื่องกลั่น
นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด
หลายคนคิดว่าค่ากลั่นคือค่าไฟ ค่าแรง หรือค่าดำเนินงานของโรงกลั่น
ซึ่งความจริงมีอยู่บ้าง แต่เป็นส่วนน้อยมาก
สิ่งที่เรียกว่าค่าการกลั่น หรือ Refining Margin จริง ๆ คือส่วนต่างของราคา
พูดง่าย ๆ คือ โรงกลั่นซื้อน้ำมันดิบเข้ามา
แล้วนำไปแปรรูปเป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
จากนั้นนำไปขาย
ส่วนต่างระหว่างมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ กับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อมา คือสิ่งที่เรียกว่าค่าการกลั่น
ลองนึกภาพร้านอาหาร
ร้านซื้อหมูดิบกิโลละ 100 บาท
นำมาปรุงเป็นอาหารแล้วขายรวมกันได้ 160 บาท
ส่วนต่าง 60 บาท ไม่ได้แปลว่ากำไรทั้งหมด
แต่เป็นส่วนต่างที่ต้องนำไปจ่ายค่าแรง ค่าไฟ ค่าขนส่ง และกำไรของธุรกิจ
โรงกลั่นก็ทำงานในลักษณะใกล้เคียงกัน
แล้วทำไมเวลาน้ำมันขึ้น ค่ากลั่นถึงมักขึ้นด้วย
คำตอบคือ เพราะค่ากลั่นไม่ได้ขึ้นกับต้นทุนอย่างเดียว
แต่ขึ้นกับอุปสงค์และอุปทานของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปด้วย
สมมติช่วงหนึ่งทั่วโลกต้องการดีเซลและน้ำมันเครื่องบินจำนวนมาก
แต่โรงกลั่นมีไม่พอ
ราคาน้ำมันสำเร็จรูปจะพุ่งเร็วกว่าน้ำมันดิบ
ผลต่างจึงกว้างขึ้น
ค่าการกลั่นก็เพิ่มขึ้นตาม
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นชัดเจนหลังโควิด-19
เมื่อเศรษฐกิจโลกกลับมาเปิดอีกครั้ง
ความต้องการเดินทางพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่กำลังการกลั่นทั่วโลกไม่ได้เพิ่มขึ้นทันที
ค่าการกลั่นจึงเคยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในหลายประเทศ
แล้วประเทศไทยล่ะ ทำไมหลายคนรู้สึกว่าน้ำมันแพง
ตรงนี้ต้องแยกคำว่า ราคาน้ำมัน กับ ค่าการกลั่น ออกจากกันก่อน
เพราะราคาหน้าปั๊มไม่ได้มีแค่สองส่วนนี้
น้ำมันหนึ่งลิตรที่เราเติม ประกอบด้วยหลายชั้น
มีราคาน้ำมันดิบ
มีค่าการกลั่น
มีค่าขนส่ง
มีภาษีสรรพสามิต
มีภาษีมูลค่าเพิ่ม
มีเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
และยังมีองค์ประกอบอื่นอีกหลายรายการ
บางช่วงภาษีและกองทุนมีสัดส่วนสูงพอสมควร
ดังนั้นแม้ค่ากลั่นจะลดลง ราคาหน้าปั๊มก็อาจไม่ได้ลดลงเท่าที่ประชาชนคาดหวัง
อีกเรื่องที่คนมักสงสัยคือ ไทยมีโรงกลั่นเอง ทำไมไม่ขายถูก ๆ ให้คนไทย
คำตอบอยู่ที่โครงสร้างตลาดพลังงานสมัยใหม่
โรงกลั่นส่วนใหญ่ซื้อขายอ้างอิงราคาตลาดโลก
เพราะหากขายต่ำกว่าตลาดมาก อาจเกิดการบิดเบือนตลาดหรือการส่งออกเพื่อเก็งกำไรได้
จึงใช้ระบบอ้างอิงราคาสากลเป็นหลัก
ลองนึกภาพว่าคุณปลูกทุเรียนเอง
หากราคาทุเรียนในตลาดอยู่ที่กิโลละ 200 บาท
คุณคงไม่ขายให้ทุกคนในราคา 20 บาทเพียงเพราะปลูกเอง
ตลาดพลังงานก็ทำงานในลักษณะใกล้เคียงกัน เพียงแต่มีความซับซ้อนสูงกว่ามาก
สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ถกเถียงกันตลอดเวลา คือคำถามว่า กำไรของโรงกลั่นควรอยู่ระดับไหนจึงจะเหมาะสม
บางฝ่ายมองว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก
อีกฝ่ายมองว่าในช่วงวิกฤต ประชาชนไม่ควรแบกรับภาระมากเกินไป
จึงเกิดการถกเถียงเรื่องการแทรกแซงราคาหรือเก็บภาษีกำไรส่วนเกินอยู่เสมอในหลายประเทศ
สรุปแบบเข้าใจง่ายที่สุด
ค่ากลั่นไม่ใช่ค่าเปิดเครื่องกลั่นน้ำมัน
แต่คือส่วนต่างระหว่างมูลค่าน้ำมันสำเร็จรูปกับราคาน้ำมันดิบ
เมื่อความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปสูงกว่าน้ำมันดิบ ค่ากลั่นจึงอาจเพิ่มขึ้นได้มาก
ส่วนราคาน้ำมันในไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่ากลั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีภาษี กองทุน และต้นทุนอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย
ดังนั้นเวลาน้ำมันแพง สิ่งที่กำลังขยับขึ้นอาจไม่ได้มีแค่ราคาน้ำมันดิบ แต่เป็นหลายกลไกที่ทำงานพร้อมกันในระบบพลังงานทั้งประเทศนั่นเอง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
ท้องเสีย แล้วอะไรที่เสียตามไปด้วย
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขา
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด
ทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?