หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้จักพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาผู้เป็นเลิศด้านปัญญา อัตชีวประวัติโดยละเอียด

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

หากถามว่า ในบรรดาสาวกทั้งหมดของพระพุทธเจ้า ใครได้รับการยกย่องว่ามีปัญญามากที่สุด

คำตอบคือ พระสารีบุตร

พระอัครสาวกเบื้องขวา ผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเอตทัคคะในทางปัญญา

หรือผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านความมีปัญญา

แต่กว่าท่านจะกลายเป็นบุคคลสำคัญอันดับต้น ๆ ของพระพุทธศาสนา ชีวิตของท่านผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างมาก

พระสารีบุตรมีชื่อเดิมว่า อุปติสสะ

เกิดในหมู่บ้านอุปติสสคาม ใกล้กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ

ตระกูลของท่านเป็นตระกูลพราหมณ์ที่มั่งคั่งและมีชื่อเสียง

มารดาชื่อ สารี

ด้วยเหตุนี้ภายหลังจึงได้รับชื่อว่า สารีบุตร

ซึ่งแปลว่า บุตรของนางสารี

ในวัยหนุ่ม ท่านมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ โกลิตะ

ซึ่งต่อมาคือพระโมคคัลลานะ

ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก

เรียนหนังสือด้วยกัน

ใช้ชีวิตร่วมกัน

และมีความคิดคล้ายกันอย่างยิ่ง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันหนึ่งที่ทั้งคู่ไปชมมหรสพ

ระหว่างที่ผู้คนกำลังสนุกสนาน

ทั้งสองกลับเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา

พวกเขามองเห็นว่าความสุขเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว

วันหนึ่งทุกคนต้องแก่

ต้องเจ็บ

และต้องตาย

จึงเริ่มตั้งคำถามว่า ชีวิตเกิดมาทำไม และมีหนทางพ้นทุกข์จริงหรือไม่

ทั้งสองจึงตัดสินใจออกแสวงหาความจริง

และไปเป็นศิษย์ของสำนักนักบวชชื่อ สัญชัยปริพาชก

ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาก

แต่แม้จะศึกษาอยู่เป็นเวลานาน ทั้งอุปติสสะและโกลิตะก็ยังรู้สึกว่าตนยังไม่พบคำตอบสูงสุดของชีวิต

ทั้งคู่จึงทำข้อตกลงกัน

ว่าใครพบทางหลุดพ้นก่อน จะรีบกลับมาบอกอีกคนทันที

นี่คือข้อตกลงที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในเวลาต่อมา

วันหนึ่ง อุปติสสะได้พบพระอัสสชิ

ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์และเป็นพระอรหันต์แล้ว

แม้พระอัสสชิจะเดินเพียงลำพัง แต่กิริยาของท่านสงบ สำรวม และน่าเลื่อมใสอย่างยิ่ง

อุปติสสะจึงเข้าไปถามว่า ท่านบวชกับใคร และอาจารย์ของท่านสอนอะไร

พระอัสสชิตอบด้วยคาถาสั้น ๆ เพียงไม่กี่บรรทัด

ว่า ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมนั้น และตรัสความดับแห่งธรรมนั้น

นี่คือคำสอนของพระมหาสมณะ

เพียงได้ฟังคาถานี้ อุปติสสะก็บรรลุโสดาบันทันที

เพราะปัญญาของท่านแก่กล้ามากอยู่แล้ว

เปรียบเหมือนผลไม้สุกที่รอเพียงคนมาแตะก็หล่นจากขั้ว

หลังจากนั้น ท่านรีบไปหาโกลิตะทันที

เมื่อเล่าเรื่องที่พบให้ฟัง โกลิตะก็บรรลุโสดาบันเช่นเดียวกัน

ทั้งสองจึงพาศิษย์จำนวนมากไปเฝ้าพระพุทธเจ้าและขอบวชในพระพุทธศาสนา

หลังอุปสมบทไม่นาน โกลิตะหรือพระโมคคัลลานะบรรลุอรหันต์ก่อน

ส่วนพระสารีบุตรบรรลุอรหันต์ในเวลาต่อมาไม่นาน

จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงแต่งตั้งให้พระสารีบุตรเป็นอัครสาวกเบื้องขวา

และพระโมคคัลลานะเป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมพระสารีบุตรจึงได้รับยกย่องว่ามีปัญญาสูงสุด

ในพระไตรปิฎกมีเรื่องราวมากมายที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการอธิบายธรรมะของท่าน

ท่านสามารถนำคำสอนที่ลึกซึ้งของพระพุทธเจ้ามาอธิบายให้ภิกษุและชาวบ้านเข้าใจได้อย่างเป็นระบบ

จนได้รับฉายาว่าเป็นแม่ทัพแห่งธรรม

พระพุทธเจ้าทรงเปรียบพระสารีบุตรเหมือนรัชทายาท

เปรียบเสมือนพระราชโอรสที่ช่วยบริหารราชการแทนพระมหากษัตริย์

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมไว้แล้ว พระสารีบุตรสามารถขยายความต่อได้อย่างสมบูรณ์

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะเป็นผู้มีปัญญาสูงที่สุดในหมู่สาวก

แต่พระสารีบุตรกลับมีชื่อเสียงเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างมาก

ท่านเคารพพระภิกษุรูปอื่นตามอาวุโส

ไม่ถือตัว

ไม่โอ้อวดความสามารถ

และพร้อมรับฟังคำตักเตือนเสมอ

ในช่วงบั้นปลายชีวิต พระสารีบุตรได้กลับไปเยี่ยมมารดา

ซึ่งยังไม่ได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่

ท่านแสดงธรรมแก่มารดาอย่างต่อเนื่อง

จนในที่สุดนางสารีเกิดศรัทธาในพระรัตนตรัย

หลังจากนั้นไม่นาน พระสารีบุตรก็ปรินิพพาน

ก่อนพระพุทธเจ้าประมาณไม่กี่เดือน

ขณะมีอายุราว 84 ปีตามคัมภีร์ฝ่ายเถรวาทที่สืบทอดกันมา

ข่าวการปรินิพพานของท่านทำให้ภิกษุจำนวนมากเศร้าโศก เพราะสูญเสียครูผู้ยิ่งใหญ่ของคณะสงฆ์

หากพระโมคคัลลานะเป็นผู้เลิศด้านฤทธิ์

พระสารีบุตรก็คือผู้เลิศด้านปัญญา

และหากพระพุทธเจ้าคือดวงอาทิตย์แห่งพระธรรม

พระสารีบุตรก็เปรียบเหมือนดวงจันทร์ที่สะท้อนแสงแห่งพระธรรมให้ผู้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้น

จนถึงปัจจุบัน ชาวพุทธทั่วโลกยังคงจดจำพระสารีบุตรในฐานะอัครสาวกผู้เป็นเลิศทางปัญญา ผู้ใช้สติปัญญา ความอ่อนน้อม และความเพียร จนเข้าถึงพระนิพพานและช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 88 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคเสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลักตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 45 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพปี 2026 ที่น่าจับตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สูญเสีย 2 อส. เหตุลอบบึ้มรถ 6 ล้อที่สุคิริน เจ็บอีก 16 นายเปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเปิดฝาขวดครั้งแรกต้องมีเสียง “กร๊อบ” แล้ววงแหวนพลาสติกถึงค้างอยู่ที่คอขวด?ตัวเลข 90% ของข้อมูลโลกใน 2 ปี มาจากไหน และยังใช้ได้อยู่หรือไม่ตัวเลข 90% ของข้อมูลโลกในช่วง 2 ปีมาจากไหนน้ำอุ่นแก๊ส vs ไฟฟ้า แบบไหนปลอดภัยกว่ากัน และแบบไหนจ่ายน้อยกว่า
ตั้งกระทู้ใหม่