10 เทคนิครับมือ “คนตรรกะเพี้ยน”
อยู่ให้เป็น! 10 เทคนิครับมือ “คนตรรกะเพี้ยน” ในที่ทำงาน แบบไม่ตกเป็นเหยื่อและไม่เสียสุขภาพจิต
“โตขึ้นจึงรู้ว่า คนที่น่ากลัวในที่ทำงานไม่ใช่คนเก่ง แต่คือคนที่บิดเบือนเหตุผลเก่ง เพราะคนแบบนี้ไม่ได้ทำลายแค่งาน แต่อาจทำลายความมั่นใจของคนรอบตัวด้วย”
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก คุณผู้อ่านเคยเจอไหม? ค่ะ คนประเภทที่เถียงเก่งแต่ไม่ฟังเหตุผล เชื่อว่าในที่ทำงานของใครหลายๆคนคงต้องมีเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าที่คุยด้วยยาก ไม่ว่าจะมีหลักฐานชัดแค่ไหนก็ยังบิดประเด็น โยนความผิด หรือเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยจนเรากลายเป็นฝ่ายผิดเสียเอง และสิ่งที่น่ากังวลคือ คนลักษณะนี้ไม่ได้สร้างแค่ความเครียด แต่ยังทำให้หลายคนถูกเอาเปรียบ เสียเครดิต และหมดไฟในการทำงานไปเลยค่ะ
ครั้งนี้ดิฉันมีวิธีรับมือคนประเภทนี้มาฝากกันค่ะ รับรองว่าเป็นวิธีที่ไม่ต้องทะเลาะ และยังช่วยปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองได้อย่างมืออาชีพเลยล่ะ
ก่อนอื่น ต้องรู้จัก “คนตรรกะเพี้ยน” ให้ชัด!
คนตรรกะเพี้ยน ไม่ได้หมายถึงคนที่คิดต่างนะคะ แต่หมายถึงคนที่ใช้เหตุผลแบบบิดเบือนหรือไม่ยึดหลักเดียวกัน ซึ่งพฤติกรรมที่พบได้บ่อย เช่น
- เปลี่ยนประเด็นเมื่อเริ่มเสียเปรียบ
- โยนความผิดให้คนอื่น
- จำเฉพาะสิ่งที่เข้าข้างตัวเอง
- ตั้งกฎกับคนอื่น แต่ไม่ใช้กับตัวเอง
- ไม่ยอมรับผิด
หากคุณผู้อ่านกำลังเจอพฤติกรรมเหล่านี้ สิ่งสำคัญคืออย่าพยายามชนะด้วยอารมณ์ค่ะ เพราะนั่นคือสนามที่อีกฝ่ายถนัดเลยล่ะ
แล้วเราจะรับมือคนประเภทนี้ได้อย่างไรกันล่ะ?
เทคนิคแรก เราจะต้อง แยกให้ออกว่าเขา “คิดต่าง” หรือ “บิดเบือนตรรกะ”
คนคิดต่าง คือคนที่มีเหตุผลของตนเองและพร้อมรับฟังข้อมูลใหม่ ซึ่งจะต่างจากคนตรรกะเพี้ยนที่มักใช้อารมณ์แทนข้อเท็จจริง ไม่ยอมรับผิดแม้มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งการแยกให้ออกเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญเลยค่ะ เพราะวิธีรับมือคนมีเหตุผลกับคนบิดเบือนเหตุผลต่างกันมาก
เทคนิคที่สอง เราจะต้องใช้ หลัก “ข้อเท็จจริงเหนือความรู้สึก”
เมื่ออีกฝ่ายพูดแบบไม่มีเหตุผลกับเรา เราอย่าตอบโต้ด้วยอารมณ์นะคะ ให้กลับมาที่ 3 สิ่งนี้เสมอค่ะคือ
- ข้อมูล
- หลักฐาน
- ข้อตกลง
ตัวอย่างเช่น ไม่ควรพูดว่า “คุณไม่ยุติธรรมเลย” ออกไปตรงๆ แต่ให้พูดอ้างอิงถึงข้อมูลและหลักฐานแทน เช่น “จากอีเมลวันที่ 10 มิถุนายน เราตกลงกันว่าโครงการนี้จะส่งวันที่ 20 มิถุนายนค่ะ” เพราะเมื่อการสนทนากลับเข้าสู่ข้อเท็จจริง การบิดเบือนจะทำได้ยากขึ้นค่ะ
เทคนิคที่สาม เราจะต้องใช้เทคนิค “Broken Record”
เป็นเทคนิคการสื่อสารเชิงจิตวิทยาที่ใช้กับคนชอบเบี่ยงประเด็นค่ะ
หลักการก็คือ: พูดประเด็นเดิมซ้ำอย่างสุภาพโดยไม่หลุดอารมณ์
ตัวอย่างเช่น
อีกฝ่ายพูดว่า: “ก็เพราะคุณทำงานช้า”
ให้คุณพูดเพื่อกลับเข้าสู่ประเด็นว่า: “ประเด็นที่เรากำลังคุยคือขั้นตอนการอนุมัติงานครับ”
อีกฝ่ายพูดว่า: “คุณชอบแก้ตัว”
ให้คุณพูดเพื่อกลับเข้าสู่ประเด็นอีกครั้ง: “ผมขอกลับมาที่ขั้นตอนการอนุมัติงานครับ”
ให้ทำซ้ำแบบนี้อย่างสงบ ใจร่มๆค่ะ เพราะคนที่ใช้ตรรกะบิดเบือนมักได้เปรียบเมื่อดึงคุณออกจากประเด็นหลัก
เทคนิคที่สี่ เราอย่ารีบป้องกันตัวทุกข้อกล่าวหา
หลักจิตวิทยาระบุว่า เมื่อเราอธิบายมากเกินไป (Over-explaining) มักทำให้อีกฝ่ายมีพื้นที่โจมตีเพิ่มขึ้นค่ะ ให้เราตอบสั้นๆ ชัด และมีขอบเขต ตัวอย่างประโยคเช่น
ควรเลี่ยงคำว่า “จริง ๆ แล้ววันนั้นผมตั้งใจจะ…” แต่ให้ใช้คำพูดเหล่านี้แทนค่ะ
- “ข้อมูลที่ดิฉันมีคือ…”
- “จากเอกสารระบุว่า…”
- “ดิฉันขออ้างอิงตามข้อตกลงเดิมค่ะ”
เทคนิคที่ห้า พยายามสื่อสารให้เป็นลายลักษณ์อักษรให้มากขึ้นค่ะ
หากเราต้องทำงานกับคนที่บิดเบือนข้อมูลเป็นประจำ สิ่งที่ควรใช้ และเก็บไว้ให้ดีก็คือ
- อีเมล
- แชตงาน
- รายงานสรุปการประชุม
ตัวอย่างเช่น ให้ใช้ข้อความ “เพื่อความเข้าใจตรงกัน ผมขอสรุปว่าเราตกลงกันดังนี้…” ทั้งนี้ก็เพื่อ ลดการตีความในภายหลัง เป็นป้องกันการปฏิเสธคำพูด และมีหลักฐานอ้างอิงชัดเจนนั่นเองค่ะ
เทคนิคที่หก ให้เราใช้คำถามแทนการโต้เถียง
คนตรรกะเพี้ยนมักเก่งในการโต้เถียง แต่ไม่ถนัดการอธิบายเหตุผลอย่างเป็นระบบค่ะ นี้คือจุดด้อยของคนประเภทนี้ ให้เราใช้คำถาม ลองถามกลับอย่างสุภาพว่า
- “ข้อสรุปนี้อ้างอิงจากข้อมูลส่วนไหนคะ?”
- “เรามีเกณฑ์วัดอย่างไรคะ?”
- “ถ้าใช้หลักเดียวกันกับทุกคน ผลจะเป็นอย่างไรคะ?”
เพราะคำถามเหล่านี้ทำให้การสนทนากลับเข้าสู่เหตุผลแทนอารมณ์นั่นเองค่ะ
เทคนิคที่เจ็ด ให้เราตั้งขอบเขตอย่างชัดเจน
อย่าปล่อยให้คนอื่นใช้ความก้าวร้าวหรือการกดดันเป็นเครื่องมือ ตัวอย่างประโยคเช่น
- “ดิฉันยินดีคุยเมื่อเราคุยกันบนข้อเท็จจริงเดียวกัน”
- “หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ดิฉันพร้อมรับฟัง”
- “ดิฉันไม่สะดวกคุยในลักษณะที่กล่าวโทษกันค่ะ”
ซึ่งการตั้งขอบเขตไม่ใช่การมีปัญหากับคนอื่น แต่เป็นการปกป้องพื้นที่การทำงานของตนเองค่ะ
เทคนิคที่แปด ให้เราพยายามสร้างชื่อเสียงให้พูดแทนตัวเราค่ะ
เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น คนในองค์กรจะเชื่อใครมากกว่ากัน? คำตอบก็คือ คนที่มีประวัติการทำงานดีอย่างสม่ำเสมอค่ะ นี่คือเรื่องจริง ดังนั้นคุณจะต้อง
- ส่งงานตรงเวลา
- สื่อสารโปร่งใส
- เก็บหลักฐานการทำงาน
- แจ้งความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
เพราะเมื่อเกิดข้อขัดแย้ง คนที่มีประวัติการทำงานน่าเชื่อถือมักได้รับความไว้วางใจมากกว่าและชื่อเสียงที่สร้างมานาน มักจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดค่ะ
เทคนิคที่เก้า เราอย่าพยายาม “เอาชนะ” คนลักษณะนี้
เป้าหมายไม่ใช่ทำให้อีกฝ่ายยอมรับว่าตัวเองผิด แต่เป้าหมายคือ
- ปกป้องผลประโยชน์ของตน
- รักษาหลักฐาน
- ลดความเสียหาย
- รักษาความน่าเชื่อถือของตนเอง
หลายครั้งการพยายามเอาชนะในการโต้เถียงจะทำให้เราเสียพลังงานมากกว่าที่ได้กลับมาค่ะ
เทคนิคสุดท้าย เราต้องรู้ทันกลยุทธ์ทางจิตวิทยาที่พบบ่อย
คนประเภท Gaslighting คือ คนที่ทำให้คุณสงสัยความจำหรือการรับรู้ของตนเอง
วิธีรับมือคือให้เรา
- จดบันทึก
- เก็บหลักฐาน
- ตรวจสอบข้อเท็จจริง
คนประเภท Blame Shifting คือ คนที่โยนความผิดให้ผู้อื่น
วิธีรับมือคือให้เรา
- แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
- ระบุหน้าที่รับผิดชอบให้ชัด
คนประเภท Moving the Goalpost คือ คนที่เปลี่ยนเงื่อนไขหลังงานเสร็จ
วิธีรับมือให้เรา
- ยืนยันเกณฑ์ก่อนเริ่มงาน
- ขอการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร
สูตรสั้น ๆ ที่ใช้ได้จริงในที่ทำงาน
หยุดอารมณ์ → กลับสู่ข้อเท็จจริง → บันทึกหลักฐาน → ตั้งขอบเขต → เดินเกมอย่างมืออาชีพ
จำไว้เสมอนะคะว่า คนที่ใช้ตรรกะบิดเบือนมักได้เปรียบเมื่ออีกฝ่ายหลุดอารมณ์ แต่จะเสียความได้เปรียบเมื่อทุกอย่างถูกดึงกลับมาสู่ข้อเท็จจริง กระบวนการ และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ค่ะ
เขียนโดย แม้นมาส
เปิดข้อมูล! ข้าราชการกลุ่มไหนมีหนี้สินมากที่สุดในประเทศไทย
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
ชีวิตที่ดู “รวยจริง” มักไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่เริ่มจากวิธีจัดการเงินทุกวัน
AI หลังแอปธนาคารไร้สาขา ทำไม Virtual Bank ถึงไม่ได้เป็นแค่แอปโอนเงิน
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
เจาะรหัสเลขท้ายเรือนแสน: ถอดสูตรคณิตศาสตร์ 'เลขกำลังวัน' ประจำวันพุธ งวด 1 กรกฎาคม 2569
เปิดข้อมูล! ข้าราชการกลุ่มไหนมีหนี้สินมากที่สุดในประเทศไทย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ส้มตำจานเดียว รวมวัตถุดิบจากหลายทวีปกว่าจะเป็นรสแซ่บคุ้นปากคนไทย
เจาะรหัสเลขท้ายเรือนแสน: ถอดสูตรคณิตศาสตร์ 'เลขกำลังวัน' ประจำวันพุธ งวด 1 กรกฎาคม 2569
ชีวิตที่ดู “รวยจริง” มักไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่เริ่มจากวิธีจัดการเงินทุกวัน



