หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมบางคนรักแล้วมั่นคง แต่บางคนกลัวการถูกทิ้ง คำตอบอาจอยู่ในวัยเด็กที่เราจำไม่ได้

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนรักใครแล้วรู้สึกสบายใจ

แฟนตอบช้าก็ไม่ได้คิดมาก

มีปัญหาก็คุยกันตรง ๆ

ไม่ต้องคอยเช็กตลอดว่าอีกฝ่ายยังรักอยู่หรือเปล่า

ในขณะที่บางคนเพียงแค่ข้อความถูกอ่านแล้วไม่ตอบ

ก็เริ่มกังวลไปไกลแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังจะจากไป

บางคนกลัวการถูกทิ้งอย่างรุนแรง

บางคนยอมทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้

ขณะที่บางคนกลับตรงกันข้าม

ยิ่งมีคนเข้ามาใกล้ ยิ่งอยากถอยห่าง

ยิ่งสนิท ยิ่งรู้สึกอึดอัด

เหมือนมีบางอย่างในใจคอยบอกว่า อย่าไว้ใจใครมากเกินไป

นักจิตวิทยาพบว่า คำตอบของเรื่องเหล่านี้อาจเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เรายังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ

นี่คือแนวคิดสำคัญของ Attachment Theory หรือ ทฤษฎีความผูกพัน

ทฤษฎีที่พยายามอธิบายว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้เลี้ยงดูในช่วงแรกของชีวิต อาจส่งผลต่อวิธีที่เราสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นไปอีกหลายสิบปี

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ทารกไม่ได้ต้องการแค่อาหาร

ถ้าเด็กหิว เราให้นมได้

ถ้าเด็กหนาว เราห่มผ้าได้

แต่สิ่งที่สมองของเด็กต้องการไม่แพ้กันคือ ความรู้สึกปลอดภัย

เขาต้องการรู้ว่า เมื่อร้องไห้จะมีคนมา

เมื่อกลัวจะมีคนปลอบ

เมื่อไม่สบายจะมีคนดูแล

ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับสมองของเด็ก มันคือบทเรียนสำคัญที่สุดบทหนึ่งในชีวิต

เพราะเด็กยังไม่รู้จักโลก

ยังไม่รู้ว่าโลกปลอดภัยหรืออันตราย

คนดูแลจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของโลกทั้งใบ

ทุกครั้งที่เด็กได้รับการตอบสนองอย่างสม่ำเสมอ

สมองจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า

โลกนี้พึ่งพาได้

คนอื่นเชื่อใจได้

และตัวเรามีคุณค่าพอที่จะได้รับความรัก

นี่คือรากฐานของคนที่โตมาแล้วรักคนอื่นได้อย่างมั่นคง

พวกเขาไม่ได้ไม่กลัวการสูญเสีย

แต่เชื่อว่าความสัมพันธ์สามารถพูดคุย แก้ไข และซ่อมแซมได้

โดยไม่ต้องหวาดระแวงตลอดเวลา

แต่ชีวิตจริงไม่ได้สวยงามแบบนั้นเสมอไป

บางคนเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้

บางวันได้รับความรัก

บางวันถูกเมินเฉย

บางวันได้รับความอบอุ่น

บางวันกลับถูกตำหนิหรือปฏิเสธ

เด็กจึงไม่แน่ใจว่าควรเชื่อใจโลกได้แค่ไหน

เมื่อโตขึ้น คนกลุ่มนี้มักไวต่อสัญญาณการถูกทอดทิ้ง

แฟนตอบช้าก็คิดมาก

อีกฝ่ายอารมณ์เปลี่ยนนิดเดียวก็เริ่มกังวล

ต้องการการยืนยันความรักอยู่บ่อยครั้ง

ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ

แต่เพราะสมองเคยเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กว่า ความรักอาจหายไปได้ทุกเมื่อ

ในทางกลับกัน เด็กบางคนเรียนรู้บทเรียนอีกแบบหนึ่ง

คือไม่ว่าจะร้องไห้หรือขอความช่วยเหลือ ก็ไม่มีใครตอบสนอง

สุดท้ายพวกเขาจึงหยุดคาดหวัง

หยุดขอ

และเริ่มพึ่งพาตัวเองทุกอย่าง

เมื่อโตขึ้น คนกลุ่มนี้มักดูเข้มแข็งมาก

พึ่งพาตัวเองเก่ง

ไม่ชอบแสดงความอ่อนแอ

แต่ลึก ๆ แล้วกลับรู้สึกไม่สบายใจเมื่อมีใครเข้ามาใกล้เกินไป

เพราะความใกล้ชิดทำให้พวกเขารู้สึกเปราะบาง

ตรงนี้หลายคนอาจเริ่มสงสัย

แปลว่าชีวิตรักของเราถูกกำหนดตั้งแต่ขวบปีแรกเลยหรือ

คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งหมด

Attachment Theory ไม่ได้บอกว่าชะตาชีวิตถูกล็อกตายตั้งแต่เด็ก

แต่มันบอกว่า ประสบการณ์ในช่วงต้นชีวิตสร้างพิมพ์เขียวทางอารมณ์ขึ้นมา

และพิมพ์เขียวนั้นมีอิทธิพลต่อวิธีที่เรามองตัวเองและคนอื่น

ข่าวดีคือ พิมพ์เขียวสามารถเปลี่ยนได้

ความสัมพันธ์ที่ดีในภายหลัง

คู่รักที่มั่นคง

เพื่อนที่รับฟัง

หรือแม้แต่การทำจิตบำบัด

สามารถช่วยให้สมองเรียนรู้รูปแบบใหม่ได้เช่นกัน

ดังนั้นความน่าสนใจของ Attachment Theory ไม่ได้อยู่ที่การโทษพ่อแม่

แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจว่า ทำไมเราถึงรักแบบที่เป็นอยู่ในวันนี้

ทำไมบางคนกลัวการถูกทิ้ง

ทำไมบางคนกลัวความใกล้ชิด

และทำไมบางคนจึงรู้สึกมั่นคงในความสัมพันธ์ได้มากกว่าอีกคน

เพราะบางครั้ง ความรักที่เราแสดงออกในวันนี้ อาจเป็นเสียงสะท้อนจากบทเรียนที่สมองเรียนรู้มาตั้งแต่ตอนที่เรายังพูดคำแรกไม่ได้เลยก็ได้

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"วัดป่าภูหายหลง" วัดสวย สวรรค์บนดิน ปากช่อง นครราชสีมาทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่างรถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยโรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติหอยทากอาจมีฟันเป็นหมื่นซี่ อยู่บน “ลิ้นขูดอาหาร” ที่เล็กจนมองไม่เห็นนกอินทรีมองเห็นไกลแค่ไหน ทำไมจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสัตว์สายตาดีที่สุดในโลกงูหัวกะโหลก: จากอดีตเครื่องหนัง สู่การปรับตัวในนิเวศเมืองทำไมบางคนทิ้งของไม่ได้เลย เมื่อบ้านรกอาจเป็นสัญญาณของบาดแผลทางใจที่ซ่อนอยู่น้ำพริกกะปิ - เมนูสามัญประจำบ้านถ้ากรุงเทพฯ อยู่ยากขึ้นจริง จังหวัดไหนน่าจะเป็นเมืองอนาคตของไทยความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"วัดป่าภูหายหลง" วัดสวย สวรรค์บนดิน ปากช่อง นครราชสีมางูหัวกะโหลก: จากอดีตเครื่องหนัง สู่การปรับตัวในนิเวศเมืองหอยทากอาจมีฟันเป็นหมื่นซี่ อยู่บน “ลิ้นขูดอาหาร” ที่เล็กจนมองไม่เห็นนกคุ้มหลี จากแฟชั่นวัยรุ่นเขมร แท้จริงคือนกอะไร?ทำไมบางคนทิ้งของไม่ได้เลย เมื่อบ้านรกอาจเป็นสัญญาณของบาดแผลทางใจที่ซ่อนอยู่จ่ายกันอยู่ทุกเดือน! สรุปให้หายคาใจ ค่าไฟทางหลวง-ไฟท้ายซอย ใครจ่าย?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
หอยทากอาจมีฟันเป็นหมื่นซี่ อยู่บน “ลิ้นขูดอาหาร” ที่เล็กจนมองไม่เห็นส้มตำจานเดียว รวมวัตถุดิบจากหลายทวีปกว่าจะเป็นรสแซ่บคุ้นปากคนไทยนกอินทรีมองเห็นไกลแค่ไหน ทำไมจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสัตว์สายตาดีที่สุดในโลกทำไมบางคนทิ้งของไม่ได้เลย เมื่อบ้านรกอาจเป็นสัญญาณของบาดแผลทางใจที่ซ่อนอยู่
ตั้งกระทู้ใหม่