หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรคสโตรก ภัยเงียบใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยทำงาน

เขียนโดย แม้นมาส

        สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก วันนี้แม้นมาสมีข้อมูลโรคใกล้ตัวที่น่ากลัวมาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ โรคสโตรก หรือ โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หลายคนยังเข้าใจแบบผิดๆว่า โรคนี้เป็นเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว คนอายุ 30 กว่าๆก็เป็นโรคนี้กันได้แบบที่ไม่คาดคิดเลยล่ะค่ะ แล้วดูท่าจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ทำไมคนอายุ 30-50 ปี ถึงเป็น “สโตรก” มากขึ้น?

        คนอายุเพียง 30-50 ปีจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือสูญเสียความสามารถในการทำงานจากโรคนี้ สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารไขมันสูง และการไม่ออกกำลังกาย หลายคนดูแข็งแรงจากภายนอก แต่หลอดเลือดภายในอาจกำลังเสื่อมสภาพโดยไม่รู้ตัวค่ะ ถือเป็นภัยเงียบที่พร้อมจะจู่โจมเราได้ตลอดเวลา

แล้วโรคสโตรกคืออะไร?

        โรคสโตรก (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากสมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือมีเลือดออกในสมองค่ะ ซึ่งเมื่อสมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร เซลล์สมองจะเริ่มเสียหายภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีค่ะ และยิ่งได้รับการรักษาที่ช้าด้วยแล้ว ความเสียหายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ความพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้ค่ะ ซึ่งแพทย์ทั่วโลกจึงมักกล่าวว่า “Time is Brain” ทุกนาทีที่เสียไป คือเซลล์สมองที่กำลังตายลงนั่นเอง

แล้วสโตรกมีกี่ประเภทกันล่ะ?

ประเภทแรกคือ หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน

เป็นประเภทที่พบมากที่สุดเลยล่ะค่ะ คิดเป็นประมาณ 80-85% ของผู้ป่วยทั้งหมด เกิดจากลิ่มเลือดหรือคราบไขมันอุดตันหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง ซึ่งปัจจัยสำคัญ ก็ได้แก่

ประเภทที่สองคือ หลอดเลือดสมองแตก

เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตกและมีเลือดออกภายในสมองแม้จะพบได้น้อยกว่า แต่มีอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูง ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ

และประเภทที่สามคือ มินิสโตรก (TIA)

เป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราวค่ะ อาการอาจหายภายในไม่กี่นาทีหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง ถึงแม้อาการจะหายไปเอง แต่ก็ถือเป็น “สัญญาณเตือนอันตราย”นะคะ ว่าคุณมีโอกาสเกิดสโตรกจริงในอนาคตสูงมากเลยล่ะค่ะ

ทีนี้เรามาดูพฤติกรรมเสี่ยงของการเกิดโรคนี้กันค่ะ!

 

7 พฤติกรรมเสี่ยงที่กำลังทำร้ายหลอดเลือดสมองโดยไม่รู้ตัว

อันดับแรกคือ ความดันโลหิตสูง

เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของหลอดเลือดสมองเลยล่ะค่ะ ยิ่งปล่อยให้ความดันสูงนานเท่าไร ผนังหลอดเลือดยิ่งเสื่อมและแตกง่าย

อันดับที่สองคือ ไขมัน LDL สูง

ไขมันชนิดไม่ดีจะสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบและเกิดการอุดตันในที่สุดซึ่งเกิดจากการบริโภคอาหารพวกเบเกอรี่ , ชานม อาหารทอดจำพวกนี้

อันดับที่สามคือ เบาหวาน

น้ำตาลในเลือดสูงทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดสมอง

อันดับที่สี่คือ การสูบบุหรี่

สารพิษในควันบุหรี่ทำให้หลอดเลือดอักเสบและตีบตัว ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสโตรกสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

อันดับที่ห้าคือ มีพฤติกรรมนอนน้อยเป็นประจำ

การนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืนต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมากเลยล่ะ

อันดับที่หกคือ มีความเครียดสะสม

ความเครียดเรื้อรังจะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดค่ะ

และอับดับสุดท้ายคือ ขาดการออกกำลังกาย

เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวน้อย ระบบไหลเวียนเลือดจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันสูงตามมาค่ะ

ทีนี้เรามาดูสัญญาณที่บ่งบอกของอาการเริ่มแรกกันค่ะ!

สัญญาณเตือนสโตรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

FAST ช่วยชีวิตได้

อาการอื่นที่ไม่ควรมองข้าม

ซึ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ! อันตรายมาก

ถ้าถามว่าปัจจุบันตรวจหาความเสี่ยงสโตรกได้ก่อนเกิดจริงหรือไม่?

คำตอบก็คือ “ได้” ค่ะ นอกจากการตรวจสุขภาพทั่วไปแล้ว ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเลยค่ะ หนึ่งในการตรวจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือ การอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ (Carotid Duplex Ultrasonography) เป็นการตรวจดูหลอดเลือดคาโรติดที่ทำหน้าที่ส่งเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงสมอง สามารถช่วยค้นหา

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสโตรก การตรวจนี้ไม่เจ็บ ไม่มีรังสี และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

แล้วถ้าเป็นแล้วจะรักษาสโตรกได้หรือไม่?

ปัจจุบันสามารถรักษาได้ค่ะ ถ้าหากมาถึงโรงพยาบาลเร็วพอ ซึ่งสำหรับผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ แพทย์อาจใช้

ซึ่งช่วยลดความเสียหายของสมองได้อย่างมาก ส่วนผู้ป่วยที่มีเลือดออกในสมอง อาจต้องได้รับการควบคุมความดันหรือผ่าตัดตามความเหมาะสมค่ะ

แต่ถ้าเราปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็สามารถลดการเกิดโรคนี้ได้นะคะ

วิธีลดความเสี่ยงสโตรกที่ทุกคนเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

        โรคสโตรกเป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยเลยค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนเผชิญกับความเครียดสูง นอนน้อย และละเลยการดูแลสุขภาพเป็นเวลานน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้ไม่ใช่เพียงการเสียชีวิต แต่คือการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างปกติไปเลยในเวลาเพียงไม่กี่นาทีค่ะ ซึ่งการรู้จักสัญญาณเตือนแบบ FAST การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการตรวจคัดกรองหลอดเลือดตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยรักษาสมอง ชีวิต และอนาคตของคุณเอาไว้ได้ค่ะ

แหล่งที่มา: โรงพยาบาลเพชรเวช
อ้างอิง: https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Stroke-Awareness-Carotid-Ultrasound
แหล่งที่มา: โรงพยาบาลพระรามเก้า
อ้างอิง: https://praram9.com/th/articles/carotid-duplex-ultrasonography
แหล่งที่มา: โรงพยาบาลรามาธิบดี
อ้างอิง: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/stroke-โรคหลอดเลือดสมอง-คืออะ/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แม้นมาส's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 37 ครั้ง
เขียนโดย แม้นมาส
นักเขียนอิสระที่นำเสนอเรื่องราว ความรู้ และสาระต่างๆที่ผู้เขียนประสบพบมาเป็นประสบการณ์ดีๆที่อยากเล่าและส่งต่อผ่านบทความงานเขียน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่างทำไมแมวถึงชอบนอนอาบแดด? ความสุขเล็ก ๆ ของเจ้าเหมียวที่มีเหตุผลมากกว่าความขี้เกียจความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ"ฝรั่งขี้นก" ผลไม้ลูกเล็ก ที่วันนี้หากินได้ยากกว่าเดิม7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน2 น้ำพุร้อนแห่งภาคตะวันออกของประเทศไทยกะฉิ่น รัฐที่มียอดเขาหิมะ ดินแดนเหนือสุดของเมียนมามอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบโรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย"แย้" เราจะทำเมนูเด็ดหรือจะอนุรักษ์ไว้?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
2 น้ำพุร้อนแห่งภาคตะวันออกของประเทศไทยวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยทำไมแมวถึงชอบนอนอาบแดด? ความสุขเล็ก ๆ ของเจ้าเหมียวที่มีเหตุผลมากกว่าความขี้เกียจกะฉิ่น รัฐที่มียอดเขาหิมะ ดินแดนเหนือสุดของเมียนมา"ฝรั่งขี้นก" ผลไม้ลูกเล็ก ที่วันนี้หากินได้ยากกว่าเดิมเมล็ดแอปเปิ้ลมีไซยาไนด์จริงไหม แล้วอัตรายไหม?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ออกกำลังกายแค่ไหนถึงดีต่อสุขภาพ? แนวทางที่คนทั่วไปเริ่มตามได้จริงคู่มือเลือกกระเช้าผลไม้เยี่ยมไข้ ให้เหมาะกับผู้ป่วย มาเริ่มเลย!ดิจิทัลดีท็อกซ์ วิธีพักสมองจากมือถือแบบไม่ต้องหักดิบอายุ 30 แล้วควรลดอาหารแบบไหน ถ้าไม่อยากบวมง่ายและน้ำหนักขึ้นเร็ว
ตั้งกระทู้ใหม่