โรคสโตรก ภัยเงียบใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยทำงาน
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก วันนี้แม้นมาสมีข้อมูลโรคใกล้ตัวที่น่ากลัวมาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ โรคสโตรก หรือ โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หลายคนยังเข้าใจแบบผิดๆว่า โรคนี้เป็นเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว คนอายุ 30 กว่าๆก็เป็นโรคนี้กันได้แบบที่ไม่คาดคิดเลยล่ะค่ะ แล้วดูท่าจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย
ทำไมคนอายุ 30-50 ปี ถึงเป็น “สโตรก” มากขึ้น?
คนอายุเพียง 30-50 ปีจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือสูญเสียความสามารถในการทำงานจากโรคนี้ สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารไขมันสูง และการไม่ออกกำลังกาย หลายคนดูแข็งแรงจากภายนอก แต่หลอดเลือดภายในอาจกำลังเสื่อมสภาพโดยไม่รู้ตัวค่ะ ถือเป็นภัยเงียบที่พร้อมจะจู่โจมเราได้ตลอดเวลา
แล้วโรคสโตรกคืออะไร?
โรคสโตรก (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากสมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือมีเลือดออกในสมองค่ะ ซึ่งเมื่อสมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร เซลล์สมองจะเริ่มเสียหายภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีค่ะ และยิ่งได้รับการรักษาที่ช้าด้วยแล้ว ความเสียหายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ความพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้ค่ะ ซึ่งแพทย์ทั่วโลกจึงมักกล่าวว่า “Time is Brain” ทุกนาทีที่เสียไป คือเซลล์สมองที่กำลังตายลงนั่นเอง
แล้วสโตรกมีกี่ประเภทกันล่ะ?
ประเภทแรกคือ หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
เป็นประเภทที่พบมากที่สุดเลยล่ะค่ะ คิดเป็นประมาณ 80-85% ของผู้ป่วยทั้งหมด เกิดจากลิ่มเลือดหรือคราบไขมันอุดตันหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง ซึ่งปัจจัยสำคัญ ก็ได้แก่
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- เบาหวาน
- โรคหัวใจ
- ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ประเภทที่สองคือ หลอดเลือดสมองแตก
เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตกและมีเลือดออกภายในสมองแม้จะพบได้น้อยกว่า แต่มีอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูง ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ
- ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
- หลอดเลือดโป่งพอง
- ความผิดปกติของหลอดเลือด
- อุบัติเหตุรุนแรง
และประเภทที่สามคือ มินิสโตรก (TIA)
เป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราวค่ะ อาการอาจหายภายในไม่กี่นาทีหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง ถึงแม้อาการจะหายไปเอง แต่ก็ถือเป็น “สัญญาณเตือนอันตราย”นะคะ ว่าคุณมีโอกาสเกิดสโตรกจริงในอนาคตสูงมากเลยล่ะค่ะ
ทีนี้เรามาดูพฤติกรรมเสี่ยงของการเกิดโรคนี้กันค่ะ!
7 พฤติกรรมเสี่ยงที่กำลังทำร้ายหลอดเลือดสมองโดยไม่รู้ตัว
อันดับแรกคือ ความดันโลหิตสูง
เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของหลอดเลือดสมองเลยล่ะค่ะ ยิ่งปล่อยให้ความดันสูงนานเท่าไร ผนังหลอดเลือดยิ่งเสื่อมและแตกง่าย
อันดับที่สองคือ ไขมัน LDL สูง
ไขมันชนิดไม่ดีจะสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบและเกิดการอุดตันในที่สุดซึ่งเกิดจากการบริโภคอาหารพวกเบเกอรี่ , ชานม อาหารทอดจำพวกนี้
อันดับที่สามคือ เบาหวาน
น้ำตาลในเลือดสูงทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดสมอง
อันดับที่สี่คือ การสูบบุหรี่
สารพิษในควันบุหรี่ทำให้หลอดเลือดอักเสบและตีบตัว ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสโตรกสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
อันดับที่ห้าคือ มีพฤติกรรมนอนน้อยเป็นประจำ
การนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืนต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมากเลยล่ะ
อันดับที่หกคือ มีความเครียดสะสม
ความเครียดเรื้อรังจะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดค่ะ
และอับดับสุดท้ายคือ ขาดการออกกำลังกาย
เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวน้อย ระบบไหลเวียนเลือดจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันสูงตามมาค่ะ
ทีนี้เรามาดูสัญญาณที่บ่งบอกของอาการเริ่มแรกกันค่ะ!
สัญญาณเตือนสโตรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
FAST ช่วยชีวิตได้
- F = Face ใบหน้าเบี้ยว มุมปากตก
- A = Arm แขนหรือขาอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น
- S = Speech พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือพูดไม่ออก
- T = Time รีบไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอให้อาการดีขึ้นเอง
อาการอื่นที่ไม่ควรมองข้าม
- ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
- เวียนศีรษะมาก
- เดินเซ
- ตามัว
- มองเห็นภาพซ้อน
- ชาครึ่งซีก
- กลืนลำบาก
ซึ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ! อันตรายมาก
ถ้าถามว่าปัจจุบันตรวจหาความเสี่ยงสโตรกได้ก่อนเกิดจริงหรือไม่?
คำตอบก็คือ “ได้” ค่ะ นอกจากการตรวจสุขภาพทั่วไปแล้ว ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเลยค่ะ หนึ่งในการตรวจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือ การอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ (Carotid Duplex Ultrasonography) เป็นการตรวจดูหลอดเลือดคาโรติดที่ทำหน้าที่ส่งเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงสมอง สามารถช่วยค้นหา
- คราบไขมันสะสม
- การตีบแคบของหลอดเลือด
- ความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสโตรก การตรวจนี้ไม่เจ็บ ไม่มีรังสี และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- อายุเกิน 50 ปี
- ความดันโลหิตสูง
- เบาหวาน
- ไขมันในเลือดสูง
- สูบบุหรี่
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
แล้วถ้าเป็นแล้วจะรักษาสโตรกได้หรือไม่?
ปัจจุบันสามารถรักษาได้ค่ะ ถ้าหากมาถึงโรงพยาบาลเร็วพอ ซึ่งสำหรับผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ แพทย์อาจใช้
- ยาละลายลิ่มเลือด
- การดึงลิ่มเลือดออกด้วยสายสวน
ซึ่งช่วยลดความเสียหายของสมองได้อย่างมาก ส่วนผู้ป่วยที่มีเลือดออกในสมอง อาจต้องได้รับการควบคุมความดันหรือผ่าตัดตามความเหมาะสมค่ะ
แต่ถ้าเราปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็สามารถลดการเกิดโรคนี้ได้นะคะ
วิธีลดความเสี่ยงสโตรกที่ทุกคนเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
- ควบคุมความดันโลหิต
- ควบคุมระดับ LDL ให้อยู่ในเกณฑ์
- ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่ดีต่อหัวใจ
- งดสูบบุหรี่
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- นอนหลับ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน
- ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
โรคสโตรกเป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยเลยค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนเผชิญกับความเครียดสูง นอนน้อย และละเลยการดูแลสุขภาพเป็นเวลานน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้ไม่ใช่เพียงการเสียชีวิต แต่คือการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างปกติไปเลยในเวลาเพียงไม่กี่นาทีค่ะ ซึ่งการรู้จักสัญญาณเตือนแบบ FAST การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการตรวจคัดกรองหลอดเลือดตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยรักษาสมอง ชีวิต และอนาคตของคุณเอาไว้ได้ค่ะ
อ้างอิง: https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Stroke-Awareness-Carotid-Ultrasound
แหล่งที่มา: โรงพยาบาลพระรามเก้า
อ้างอิง: https://praram9.com/th/articles/carotid-duplex-ultrasonography
แหล่งที่มา: โรงพยาบาลรามาธิบดี
อ้างอิง: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/stroke-โรคหลอดเลือดสมอง-คืออะ/
เขียนโดย แม้นมาส
เดินไปปิดเตาแก๊ส “ตูม” สนั่นบ้าน! ยายวัย 75 อุ่นกับข้าวเพียง 15 นาที ก่อนเกิดระเบิดเจ็บ 2 คน
ยิ่งย้อนดูโพสต์ ยิ่งใจหาย “ครูเปิ้ล” เพิ่งร่วมงานแต่งลูกชายได้ไม่กี่วัน ก่อนโพสต์ภาพแห่งความสุขครั้งสุดท้าย แล้วชีวิตกลับจบลงอย่างไม่มีใครคาดคิด
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
ช็อกทั้งโรงเรียน! ร.ต.ท.บุกถึงโรงเรียน เรียกครูสาวออกมาคุย ก่อนชักปืนยิงดับ แล้วขับรถหนี
หนุ่มวัย 41 ถูกฝูงต่อกว่า 200 ตัวรุมต่อยทั่วร่าง สุดท้ายเสียชีวิต แม่ใจสลาย เผยคำพูดสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ ฟังแล้วสะเทือนใจมาก
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
แทบล้มทั้งยืน! ช่างเสกตาม GPS เจอเมียคาห้องเช่ากับลูกจ้าง แถมทองหาย 12 บาท เปิดมือถือเจอความลับที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น
ศาลสั่งประหาร “ไอ้แซม” คดีฆ่าชิงทรัพย์พนักงานสาวโรงแรมหัวหิน ศาลชี้พฤติการณ์โหดร้าย สะเทือนขวัญ ไม่มีเหตุให้ลดโทษ
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ลอตเตอรี่ประเทศไหนให้แจ็กพอตสูงที่สุดในโลก
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
ยิ่งย้อนดูโพสต์ ยิ่งใจหาย “ครูเปิ้ล” เพิ่งร่วมงานแต่งลูกชายได้ไม่กี่วัน ก่อนโพสต์ภาพแห่งความสุขครั้งสุดท้าย แล้วชีวิตกลับจบลงอย่างไม่มีใครคาดคิด
เปิด 5 ประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียน ต่อมากที่สุด อันดับ 1 มีนักเรียนไทย นับหมื่นคน!
ลอตเตอรี่ประเทศไหนให้แจ็กพอตสูงที่สุดในโลก



