"หมอชันสูตร" รู้ได้อย่างไรว่าเสียชีวิตเพราะอะไร?
เวลาเห็นข่าวอาชญากรรมหรือข่าวอุบัติเหตุ เรามักได้ยินประโยคหนึ่งอยู่เสมอ
รอผลชันสูตรศพ
หรือ
ผลชันสูตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว
จนหลายคนสงสัยว่า
หมอนิติเวชรู้ได้อย่างไร
ทั้งที่คนคนนั้นเสียชีวิตไปแล้วและไม่สามารถบอกอะไรได้อีก
ความจริงแล้ว ศพสามารถบอกข้อมูลได้มากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด
ในสายตาของแพทย์นิติเวช ร่างกายของผู้เสียชีวิตเปรียบเสมือนที่เกิดเหตุอีกแห่งหนึ่ง
ทุกบาดแผล
ทุกอวัยวะ
ทุกหยดเลือด
และทุกการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ล้วนเป็นเบาะแสที่กำลังเล่าเรื่องราวช่วงสุดท้ายของชีวิต
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า การชันสูตรไม่ได้เริ่มจากการผ่าศพทันที
ขั้นตอนแรกคือการตรวจภายนอก
แพทย์จะดูสภาพร่างกายโดยละเอียด
มีบาดแผลหรือไม่
มีรอยฟกช้ำหรือไม่
มีร่องรอยการต่อสู้หรือไม่
เสื้อผ้าอยู่ในสภาพอย่างไร
แม้แต่ตำแหน่งของคราบเลือดก็อาจให้ข้อมูลสำคัญได้
จากนั้นจึงเข้าสู่การตรวจภายใน
หลายคนเรียกว่าการผ่าชันสูตร
เป้าหมายไม่ใช่การหาบาดแผลอย่างเดียว
แต่เป็นการตรวจอวัยวะทุกส่วนอย่างเป็นระบบ
หัวใจ
ปอด
ตับ
สมอง
หลอดเลือด
ทุกอย่างจะถูกตรวจอย่างละเอียด
ลองนึกภาพคนที่เสียชีวิตกะทันหันขณะนอนหลับ
ภายนอกอาจไม่มีบาดแผลเลย
แต่เมื่อเปิดตรวจหัวใจ
แพทย์อาจพบหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างรุนแรง
หรือพบร่องรอยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
ซึ่งสามารถอธิบายสาเหตุการเสียชีวิตได้
แล้วถ้าเป็นการถูกวางยาพิษล่ะ
ตรงนี้ยิ่งน่าสนใจ
เพราะแพทย์ไม่ได้อาศัยการมองด้วยตาอย่างเดียว
จะมีการเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ น้ำในลูกตา หรือเนื้อเยื่อบางส่วนส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
เพื่อค้นหาสารพิษ ยาเสพติด แอลกอฮอล์ หรือสารเคมีต่าง ๆ
บางครั้งศพยังช่วยบอกเวลาเสียชีวิตได้ด้วย
หลายคนเคยเห็นในภาพยนตร์ที่หมอพูดว่า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง
เรื่องนี้มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จริง
แพทย์จะดูหลายปัจจัยร่วมกัน
เช่น อุณหภูมิร่างกาย
ความแข็งของกล้ามเนื้อ
การเปลี่ยนสีของผิวหนังหลังเสียชีวิต
และสภาพแวดล้อมที่พบศพ
ตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วบอกได้แม่นยำแค่ไหน
คำตอบคือ ไม่ได้แม่นยำเหมือนนาฬิกา
ส่วนใหญ่จะเป็นการประเมินเป็นช่วงเวลา
เช่น เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ถึง 12 ชั่วโมง
ไม่ใช่ระบุได้เป๊ะว่าเสียชีวิตเวลา 21 นาฬิกา 17 นาที
อีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดคือ หมอนิติเวชไม่ได้หาสาเหตุการตายจากบาดแผลอย่างเดียว
บางครั้งคนเสียชีวิตจากโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
เส้นเลือดสมองแตก
ลิ่มเลือดอุดตันในปอด
หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด
จึงต้องอาศัยทั้งความรู้ทางการแพทย์และผลตรวจจากห้องปฏิบัติการร่วมกัน
แล้วทุกกรณีจะหาสาเหตุการเสียชีวิตได้หรือไม่
ความจริงคือ ไม่เสมอไป
แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้ามาก
แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ไม่สามารถสรุปสาเหตุได้แน่ชัด
โดยเฉพาะเมื่อศพอยู่ในสภาพที่เสื่อมสภาพมาก หรือมีข้อมูลไม่เพียงพอ
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ การชันสูตรศพไม่ใช่แค่การหาว่าใครตายเพราะอะไร
แต่มันยังช่วยปกป้องคนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย
ช่วยไขคดีอาชญากรรม
ช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้บริสุทธิ์
ช่วยค้นหาโรคที่อาจถ่ายทอดในครอบครัว
และช่วยให้สังคมเข้าใจสาเหตุการเสียชีวิตต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
ดังนั้นคำตอบของคำถามที่ว่า หมอนิติเวชรู้ได้อย่างไรว่าเสียชีวิตเพราะอะไร
ก็คือ เพราะร่างกายมนุษย์ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย
และหน้าที่ของแพทย์นิติเวชคือการอ่านร่องรอยเหล่านั้นเหมือนนักสืบทางวิทยาศาสตร์
เพื่อให้ศพที่ไม่สามารถพูดได้อีกแล้ว ยังคงสามารถเล่าเรื่องสุดท้ายของชีวิตออกมาได้มากที่สุดเท่าที่วิทยาศาสตร์จะทำได้
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
รู้ไหม? เวลาเราเขินจนหน้าแดง กระเพาะอาหารก็แดงตามไปด้วย
นับถอยหลังขั้วโลกเหนือสีขาว: เมื่อไหร่กันที่โลกเราจะไม่เหลือน้ำแข็งอีกต่อไป
ย้อนวันวานร้านเน็ต! 10 เกมออนไลน์ในตำนานที่เคยฮิตระเบิด แต่ตอนนี้เหลือเพียงความทรงจำ
เปิดสูตรลับเรื่องลี้ลับ ทำไมทุกจังหวัดในไทยต้องมี "เรื่องเล่าชุดเดียวกัน" โดยมิได้นัดหมาย
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
"เวนิส" ไม่ได้ลอยบนน้ำ แต่ตั้งอยู่บน "ป่าไม้ใต้น้ำ" กว่า 15 ล้านต้น
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
เครียดมากจนผมหงอกไว เรื่องนี้ไม่ได้คิดไปเอง เพราะความเครียดทำให้รากผมหยุดสร้างเม็ดสีได้จริง
หิมะถล่มบรอดพีค คร่าชีวิตนิมัล ปูร์จา และนักปีนเขารวม 10 คน
อาริอานา แกรนด์ สะท้อนแรงกดดันในวงการบันเทิงผ่านเอ็มวี “petal”
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
