8 อำเภอในไทยที่พบงูกะปะได้บ่อยพื้นที่ป่า สวนยาง และสวนผลไม้ ต้องระมัดระวัง
เปิด 8 อำเภอในไทยที่พบงูกะปะได้บ่อย พื้นที่ป่า สวนยาง และสวนผลไม้ต้องระมัดระวัง
งูกะปะ (Malayan Pit Viper) เป็นงูพิษที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก และบางส่วนของภาคกลาง งูชนิดนี้มักอาศัยอยู่ตามป่ารก สวนยางพารา สวนผลไม้ กองใบไม้ และพื้นที่ชื้น การพบงูกะปะในพื้นที่ต่อไปนี้เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของงู ไม่ได้หมายความว่าพบเฉพาะในพื้นที่เหล่านี้เท่านั้น
1. อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
อำเภอบ้านตาขุน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเขาสกและเขื่อนรัชชประภา มีพื้นที่ป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ รวมถึงสวนยางพาราและสวนผลไม้จำนวนมาก จึงเป็นแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของงูกะปะ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินป่าหรือทำงานในสวนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนและฤดูฝน
2. อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
อำเภอละแมมีพื้นที่สวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันจำนวนมาก อีกทั้งยังติดแนวป่าธรรมชาติ ทำให้มีรายงานการพบงูกะปะเป็นระยะ งูมักซ่อนตัวอยู่ใต้กองใบไม้หรือริมทางเดินในสวน และออกหากินในเวลากลางคืน
3. อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
พื้นที่สะเดามีทั้งสวนยาง ป่า และพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับงูกะปะ โรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ภาคใต้พบผู้ถูกงูพิษกัดอยู่เป็นประจำ โดยงูกะปะเป็นหนึ่งในชนิดที่พบได้บ่อย
4. อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
อำเภอแกลงเป็นพื้นที่ที่มีสวนผลไม้และสวนยางจำนวนมาก รวมถึงป่าชายเขาในบางพื้นที่ งูกะปะมักอาศัยอยู่บริเวณพื้นดินและกองใบไม้ ทำให้เกษตรกรที่ทำสวนทุเรียน เงาะ และมังคุด ต้องใช้ความระมัดระวังขณะทำงาน
5. อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีสวนผลไม้ขนาดใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะในอำเภอขลุง ซึ่งมีสวนทุเรียน มังคุด และลองกองจำนวนมาก พื้นที่ที่มีความชื้นและใบไม้สะสมเป็นจุดที่งูกะปะนิยมหลบซ่อน ทำให้มีการพบงูชนิดนี้อยู่เป็นระยะ
6. อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
อำเภอคลองท่อมมีทั้งพื้นที่ป่าฝน สวนยาง และสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยที่เหมาะสมของงูกะปะ งูมักออกหากินในช่วงค่ำและกลางคืน โดยเฉพาะหลังฝนตก จึงควรสวมรองเท้าหุ้มข้อและใช้ไฟฉายเมื่อต้องเดินในพื้นที่มืด
7. อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แม้จะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ศรีราชายังคงมีพื้นที่ป่า สวนผลไม้ และพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขาและชนบท จึงยังพบงูกะปะได้เป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรและป่ารก
8. อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
อำเภอท้ายเหมืองมีพื้นที่ป่าชายฝั่ง ป่าดิบชื้น และสวนยางพาราเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงงูกะปะ ชาวสวนและผู้ที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ป่าควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่งูออกหากินบ่อยขึ้น
วิธีป้องกันงูกะปะกัด
งูกะปะมักไม่ทำร้ายคนก่อน แต่จะกัดเมื่อรู้สึกถูกคุกคาม การสวมรองเท้าบูต ใช้ไฟฉายในเวลากลางคืน ไม่เดินลุยกองใบไม้ และระวังขณะเก็บผลผลิตในสวน จะช่วยลดความเสี่ยงได้ หากถูกงูกัด ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด และหลีกเลี่ยงการกรีดแผล ดูดพิษ หรือใช้สายรัดเหนือบาดแผล
สรุป
แม้ประเทศไทยจะไม่มีการจัดอันดับอำเภอที่พบงูกะปะมากที่สุดอย่างเป็นทางการ แต่ อำเภอบ้านตาขุน ละแม สะเดา แกลง ขลุง คลองท่อม ศรีราชา และท้ายเหมือง เป็นพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการอาศัยของงูกะปะ เนื่องจากมีป่าธรรมชาติ สวนยาง และสวนผลไม้จำนวนมาก ผู้ที่ทำงานหรือท่องเที่ยวในพื้นที่ลักษณะดังกล่าวควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและเวลากลางคืน
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
หุ้น SpaceX ร่วงแรง สะเทือนแผน IPO ของ OpenAI
เจาะลึกกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกโซเชียล! เมื่อแฟชั่น ‘น้ำแช่เท้า’ (Feet Juice) ลามระบาดข้ามทวีปสู่งานคอสเพลย์ประเทศจีน
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
เลขผลรวมเลขท้าย 3 งวดล่าสุด ก่อน 1 ส.ค. 69 — หาค่ากลางผสมเสียงนกและการคำนวณ
พูดแค่ 30 วินาที รับเงินหลักหมื่น! เปิดเบื้องหลัง "อาชีพนักพากย์โฆษณา"
สวยแต่ร้าย ต้นไม้มีพิษ ที่หลายคนชอบเอามาปลูกในบ้าน
ฉลามยักษ์หายาก สร้างความเสียหายอย่างหนักในน่านน้ำนอกชายฝั่ง
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
เปิด 5 เรื่องที่ประเทศไทยติดอันดับโลก สร้างชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ
เปิดเงินเดือน คนเก็บขยะเทศบาล ได้เท่าไหร่?
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา








