นับถอยหลังขั้วโลกเหนือสีขาว: เมื่อไหร่กันที่โลกเราจะไม่เหลือน้ำแข็งอีกต่อไป
เคยลองจินตนาการเล่นๆ ไหมว่า ถ้าวันหนึ่งแผนที่โลกของเราไม่มีสีขาวของน้ำแข็งเหลืออยู่เลย หน้าตาของโลกใบนี้จะเป็นยังไง หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของคนรุ่นเหลนหรืออีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้าแน่ๆ แต่เอาเข้าจริงแล้ว นักวิทยาศาสตร์เขากำลังส่งสัญญาณเตือนว่า วันที่ขั้วโลกเหนือจะไร้น้ำแข็งในช่วงฤดูร้อนนั้น อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยล่ะครับ
ถ้าเราลองย้อนมองกลับไปสักสามสี่ทศวรรษก่อน ขั้วโลกเหนือเปรียบเสมือนตู้เย็นยักษ์ของโลกที่ทำหน้าที่สะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์กลับออกไปในอวกาศ แต่เชื่อไหมว่าตอนนี้ตู้เย็นหลังนี้กำลังพังลงเรื่อยๆ ล่าสุดมีการประเมินจากแบบจำลองภูมิอากาศที่ค่อนข้างน่าตกใจว่า ภายในช่วงทศวรรษ 2030 หรืออีกแค่ไม่เกินสิบปีข้างหน้านี้ เราอาจจะได้เห็นภาพมหาสมุทรอาร์กติกเคลียร์พื้นที่จนเกือบไม่มีน้ำแข็งเหลืออยู่เลยในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำแข็งละลายมากที่สุดในรอบปี
ถามว่าคำว่า "หมด" ของนักวิทยาศาสตร์หมายถึงอะไร จริงๆ แล้วมันไม่ได้แปลว่าแห้งเหือดจนกลายเป็นทะเลทรายน้ำอุ่นทันทีหรอกครับ ในทางวิทยาศาสตร์เขาจะนับว่าอาร์กติก "ไร้น้ำแข็ง" เมื่อพื้นที่น้ำแข็งลดลงเหลือต่ำกว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับในอดีตแล้ว พื้นที่แค่นั้นก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับเศษน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ที่ลอยอยู่ในแก้วน้ำดื่มของเราเลย
สิ่งที่น่ากังวลใจไม่ใช่แค่เรื่องของหมีขั้วโลกที่ไม่มีที่อยู่ แต่กลไกที่เรียกว่า "ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ" ต่างหากที่น่ากลัว เพราะพอน้ำแข็งสีขาวที่เคยช่วยสะท้อนแสงแดดละลายหายไป สิ่งที่มาแทนที่คือน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งน้ำทะเลนี่แหละตัวดีเลยในการดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์เอาไว้ ยิ่งโลกกลืนความร้อนเข้าไปมากเท่าไหร่ น้ำแข็งรอบๆ ก็ยิ่งละลายเร็วขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่หยุดได้ยากขึ้นทุกที
ในขณะที่ทางฝั่งขั้วโลกใต้อย่างแอนตาร์กติกานั้น แม้ว่าน้ำแข็งจะหนาและละลายหมดสิ้นได้ยากกว่า เพราะส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนแผ่นดินและมีปริมาณมหาศาลขนาดที่ว่าถ้าละลายหมดจริงๆ ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นถึงประมาณ 60 เมตรเลยทีเดียว แต่นั่นก็คงต้องใช้เวลาเป็นศตวรรษหรือเป็นพันปี ทว่าสัญญาณเตือนภัยที่ขั้วโลกใต้ยามนี้ก็เริ่มส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะแผ่นน้ำแข็งยักษ์หลายจุดเริ่มมีรอยร้าวและแตกตัวออกเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ลงสู่มหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง
แล้วเรื่องนี้มันส่งผลกระทบกับคนไทยที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไถโทรศัพท์อยู่ตอนนี้ยังไง? แน่นอนว่าเมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลทั่วโลกก็ต้องสูงขึ้น เมืองชายฝั่งทะเลรวมถึงกรุงเทพมหานครของเราที่เจอปัญหาน้ำทะเลหนุนอยู่บ่อยๆ ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้นยังไม่พอ ระบบกระแสน้ำในมหาสมุทรที่เคยช่วยควบคุมให้อากาศโลกสมดุลก็อาจจะแปรปรวน จนทำให้เราต้องเจอกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งร้อนจัด แล้งจัด หรือน้ำท่วมใหญ่แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ตัวเลข "อีกไม่กี่สิบปี" อาจจะฟังดูน่ากลัวและชวนให้หดหู่ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยย้ำเตือนให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องอนาคตอันไกลโพ้นอีกต่อไป แต่มันคือเรื่องของคนรุ่นเราที่กำลังดำเนินอยู่ ณ วินาทีนี้ และการร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังในวันนี้ อาจจะเป็นความหวังเดียวที่ช่วยยืดอายุให้พื้นที่สีขาวบนยอดโดมของโลกยังคงอยู่ต่อไปได้นานที่สุด
ข้อมูลการติดตามพื้นที่น้ำแข็งอาร์กติกจาก National Snow and Ice Data Center (NSIDC)
"เวนิส" ไม่ได้ลอยบนน้ำ แต่ตั้งอยู่บน "ป่าไม้ใต้น้ำ" กว่า 15 ล้านต้น
สวยแต่ร้าย ต้นไม้มีพิษ ที่หลายคนชอบเอามาปลูกในบ้าน
เลขผลรวมเลขท้าย 3 งวดล่าสุด ก่อน 1 ส.ค. 69 — หาค่ากลางผสมเสียงนกและการคำนวณ
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
ย้อนวันวานร้านเน็ต! 10 เกมออนไลน์ในตำนานที่เคยฮิตระเบิด แต่ตอนนี้เหลือเพียงความทรงจำ
เปิดสูตรลับเรื่องลี้ลับ ทำไมทุกจังหวัดในไทยต้องมี "เรื่องเล่าชุดเดียวกัน" โดยมิได้นัดหมาย
เครียดมากจนผมหงอกไว เรื่องนี้ไม่ได้คิดไปเอง เพราะความเครียดทำให้รากผมหยุดสร้างเม็ดสีได้จริง
คปภ.แจงประกัน 5 ล้านของฮลุน โซโล่ คุ้มครองกรณีใดบ้าง
หิมะถล่มบรอดพีค คร่าชีวิตนิมัล ปูร์จา และนักปีนเขารวม 10 คน
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
เปิดเงินเดือน คนเก็บขยะเทศบาล ได้เท่าไหร่?
เปิด 6 อาชีพค้าขายที่คนไทยไปทำใน ต่างประเทศแล้วรุ่ง สร้างรายได้ดีและ เป็นที่นิยม

