หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไม “พระจันทร์สีเลือด” ถึงถูกมองเป็นลางร้าย ทั้งที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

พระจันทร์สีเลือดไม่ได้เกิดจากลางร้าย แต่เกิดจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านชั้นบรรยากาศโลก ทว่าความกลัวของมนุษย์ต่อท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้ปรากฏการณ์นี้ถูกเล่าต่อเป็นสัญญาณลึกลับมาหลายยุค


คืนที่ดวงจันทร์ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม อาจดูสวยสำหรับคนยุคนี้ แต่สำหรับคนโบราณ ภาพเดียวกันอาจหมายถึงคำเตือนจากฟ้า สงคราม หรือสิ่งลี้ลับบางอย่างกำลังเกิดขึ้น

ปรากฏการณ์นี้เรียกกันทั่วไปว่า Blood Moon หรือ “พระจันทร์สีเลือด” ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง จันทรุปราคาเต็มดวง ไม่ใช่เพราะดวงจันทร์เปลี่ยนสีเอง และไม่ใช่สัญญาณบอกเหตุร้ายตามหลักวิทยาศาสตร์

แก่นของเรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ Blood Moon ไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องดาราศาสตร์ แต่ยังสะท้อนวิธีที่มนุษย์พยายามอธิบายสิ่งที่ตัวเองยังไม่เข้าใจ

จันทรุปราคาเกิดขึ้นอย่างไร

ตามหลักดาราศาสตร์ จันทรุปราคาเกิดขึ้นเมื่อ โลกเคลื่อนมาอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกทอดไปตกบนพื้นผิวดวงจันทร์ ข้อมูลจาก NASA อธิบายว่าในช่วงจันทรุปราคา ดวงจันทร์อาจดูเป็นสีแดงหรือสีส้ม เพราะแสงอาทิตย์บางส่วนยังผ่านชั้นบรรยากาศของโลก แล้วถูกกรองและหักเหไปถึงดวงจันทร์

พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ แสงที่ไปถึงดวงจันทร์ในช่วงนั้นคล้ายกับแสงของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกทั่วโลกที่ถูกส่งต่อไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ NASA ยังระบุด้วยว่า ปริมาณฝุ่นหรือเมฆในชั้นบรรยากาศโลกอาจทำให้สีของดวงจันทร์แดงเข้มหรือส้มแตกต่างกันในแต่ละครั้ง

นี่คือเหตุผลที่บางคืน Blood Moon อาจดูแดงเข้มคล้ายสนิม บางคืนออกส้มหม่น และบางครั้งสีอาจไม่จัดเท่าที่หลายคนคาดไว้

ทำไมคนโบราณถึงกลัวพระจันทร์สีเลือด

ถ้าย้อนกลับไปในยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้เรื่องวงโคจรของโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ การเห็นดวงจันทร์ถูกเงามืดกลืนทีละน้อย ก่อนเปลี่ยนเป็นสีแดงกลางท้องฟ้า ย่อมเป็นภาพที่น่าตกใจ

ในหลายวัฒนธรรม สุริยุปราคาและจันทรุปราคาถูกอธิบายผ่านตำนาน เทพเจ้า หรือสัตว์ในจินตนาการ บางสังคมเชื่อว่าเป็นการต่อสู้บนท้องฟ้า บางแห่งมองว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายกำลังกินดวงจันทร์ Britannica รวบรวมตัวอย่างความเชื่อเกี่ยวกับคราสในหลายวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนว่ามนุษย์มักสร้างเรื่องเล่าเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบทางวิทยาศาสตร์ในเวลานั้น

สำหรับคนยุคก่อน ความกลัวเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะท้องฟ้าเป็นทั้งนาฬิกา ปฏิทิน และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชีวิตประจำวัน เมื่อสิ่งที่ควรคงที่อย่างดวงจันทร์เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ผู้คนย่อมมองว่า “ต้องมีความหมายบางอย่าง”

ทำไม Blood Moon ถูกโยงกับเหตุการณ์ใหญ่

สิ่งที่ทำให้ Blood Moon ยังถูกพูดถึงเสมอ ไม่ใช่แค่สีแดงของดวงจันทร์ แต่เป็นการที่มนุษย์ชอบเชื่อมโยงเหตุการณ์บนฟ้ากับเหตุการณ์บนโลก

เมื่อมีสงคราม โรคระบาด ภัยพิบัติ หรือวิกฤตใหญ่ ผู้คนบางส่วนมักย้อนกลับไปมองว่า ก่อนหน้านั้นมีจันทรุปราคาหรือปรากฏการณ์บนท้องฟ้าเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าพบว่ามี ก็อาจถูกเล่าต่อว่าเป็น “ลางบอกเหตุ”

ปัญหาคือ วิธีคิดแบบนี้มักเลือกจำเฉพาะเหตุการณ์ที่ตรงกับความเชื่อเดิม แต่ลืมจันทรุปราคาอีกจำนวนมากที่ผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ใด ๆ ตามมา

ในทางจิตวิทยา แนวโน้มเช่นนี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่า Confirmation Bias หรือการเลือกให้ความสำคัญกับข้อมูลที่สนับสนุนสิ่งที่เราเชื่ออยู่แล้ว มากกว่าข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อนั้น

จันทรุปราคาจึงไม่ได้ “ทำนาย” เหตุการณ์ร้าย แต่ความทรงจำของมนุษย์ต่างหากที่มักเลือกจับคู่ภาพท้องฟ้าอันน่าจดจำกับเหตุการณ์สะเทือนใจในประวัติศาสตร์

จันทรุปราคาไม่ใช่เรื่องหายากแบบลางพิเศษ

อีกจุดที่ควรเข้าใจคือ จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามวัฏจักรของระบบสุริยะ ไม่ใช่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดแบบไร้รูปแบบ

Britannica อธิบายว่า จันทรุปราคาเกิดได้เฉพาะช่วงพระจันทร์เต็มดวง และไม่ได้เกิดทุกเดือน เพราะระนาบวงโคจรของดวงจันทร์เอียงจากระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 5 องศา

ส่วนข้อมูลจาก NASA เกี่ยวกับวัฏจักรจันทรุปราคา ระบุว่าคราสมีรูปแบบซ้ำตามรอบทางดาราศาสตร์ เช่น Saros ซึ่งช่วยให้นักดาราศาสตร์คำนวณการเกิดคราสล่วงหน้าได้

สิ่งนี้ทำให้ Blood Moon เป็นปรากฏการณ์ที่คาดการณ์ได้ ไม่ใช่สัญญาณลึกลับที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล

ยุคอินเทอร์เน็ตทำให้ Blood Moon กลับมาลึกลับอีกครั้ง

แม้วิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ชัดเจน แต่ทุกครั้งที่มีจันทรุปราคาเต็มดวง มักมีคลิป คำทำนาย และทฤษฎีสมคบคิดกลับมาแพร่กระจายบนโลกออนไลน์

บางโพสต์เชื่อมโยง Blood Moon กับวันสิ้นโลก บางโพสต์โยงกับการเมืองโลก บางโพสต์ตีความเป็นพลังงานหรือการเปลี่ยนผ่านทางจิตวิญญาณ

เรื่องเหล่านี้อาจน่าสนใจในฐานะความเชื่อหรือวัฒนธรรมการเล่าเรื่อง แต่ไม่ควรถูกเขียนหรือแชร์ในลักษณะที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

สำหรับผู้อ่านไทย สิ่งที่ควรจำคือ การเห็นดวงจันทร์แดงในคืนจันทรุปราคาไม่ใช่เรื่องอันตราย และไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก สามารถชมได้ด้วยตาเปล่า ต่างจากสุริยุปราคาที่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันสายตาอย่างเหมาะสม

พระจันทร์สีเลือดน่ากลัว หรือมนุษย์กลัวสิ่งที่อธิบายไม่ได้

สุดท้าย Blood Moon อาจไม่ได้น่ากลัวในตัวมันเองเท่ากับความหมายที่มนุษย์ใส่ลงไป

ในมุมวิทยาศาสตร์ มันคือผลของเงาโลก แสงอาทิตย์ และชั้นบรรยากาศที่ทำงานร่วมกันอย่างงดงาม

ในมุมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มันคือหลักฐานว่ามนุษย์พยายามทำความเข้าใจจักรวาลผ่านเรื่องเล่า ความเชื่อ และความกลัวมานานเพียงใด

ทุกครั้งที่ดวงจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดง เราจึงไม่ได้เห็นแค่ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า แต่ยังได้เห็นเงาของความคิดมนุษย์ที่ทอดยาวข้ามกาลเวลา ตั้งแต่คืนที่ผู้คนเคาะหม้อไล่สิ่งชั่วร้าย ไปจนถึงยุคที่เรานั่งดู Blood Moon ผ่านไลฟ์สดบนมือถือ

 

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
แหล่งที่มา:
NASA, Britannica, NASA Goddard Space Flight Center, เนื้อหาต้นฉบับจากผู้ใช้

อ้างอิง:
https://science.nasa.gov/moon/eclipses/
https://science.nasa.gov/solar-system/moon/what-you-need-to-know-about-the-nov-2022-lunar-eclipse/
https://eclipse.gsfc.nasa.gov/LEsaros/LEperiodicity.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณบทเรียนจากวันที่พัง ทำไมความล้มเหลวถึงสอนคนได้มากกว่าคอนเทนต์รวยเร็วมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในโลก ไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะบางคันแพงด้วยสถิติ บางคันแพงด้วยตำนานทำไมฝนชอบตกตอนเลิกงาน หรือเราแค่จำมันได้แม่นกว่าช่วงอื่น7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียนปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกันรู้จัก “น้องคุ่น” เด็กดินริมแม่กลอง ทำไมถึงกลายเป็นจุดเช็กอินของราชบุรีPet Parents เมื่อหมาแมวไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่กลายเป็นสมาชิกครอบครัวที่เจ้าของยอมเปย์ก่อนตัวเองมอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569เลข 962 ทำไมถึงสะดุดตานักซื้อหวยงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569จุดเริ่มต้นคาราบาว จากวงนักศึกษาในฟิลิปปินส์ สู่ตำนานเพลงเพื่อชีวิตไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ที่มาของชื่อกรุงเทพมหานคร ทำไมชื่อเมืองหลวงของไทยถึงยาวอลังการจนติดอันดับโลกเปรตอาจไม่ได้สูงเท่าต้นตาลอย่างที่หลายคนคิด พระพุทธเจ้าตรัสลักษณะของเปรตไว้อย่างไร1 กัลป์ยาวแค่ไหนกันแน่ แล้ว 1 โยชน์คือเท่าไร พระพุทธเจ้าทรงอุปมาเรื่องเวลาที่มนุษย์แทบจินตนาการไม่ออกสวรรค์และนรกหน้าตาเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าทรงบรรยายโลกหลังความตายไว้อย่างไรบ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่