อายุ 35 ยังไม่แก่ แต่ทำไมหลายคนเริ่มเจอแรงกดดันในที่ทำงาน
การเหยียดอายุในที่ทำงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนใกล้เกษียณ บางอุตสาหกรรมเริ่มทำให้คนวัย 30 ปลาย ๆ รู้สึกว่าต้องพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น ทั้งที่ประสบการณ์ยังเป็นจุดแข็งสำคัญ
หลายคนเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับตลาดแรงงานครั้งแรกตอนอายุแตะ 35 ปี ไม่ใช่เพราะตัวเองทำงานไม่ได้ แต่เพราะบรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป มีคนรุ่นใหม่เข้าทีมมากขึ้น งานบางตำแหน่งประกาศรับอายุไม่เกิน 30 และคำว่า “เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้เร็วกว่า” เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
คำถามที่ตามมาคือ อายุ 35 ถือว่าแก่ในที่ทำงานแล้วจริงหรือ หรือปัญหาอยู่ที่วิธีที่ตลาดแรงงานบางส่วนมองคนจากตัวเลขอายุ มากกว่าความสามารถจริง
สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับคำว่า Ageism หรือการเหมารวม ตัดสิน หรือเลือกปฏิบัติต่อคนจากอายุ องค์การอนามัยโลกอธิบายว่า ageism ครอบคลุมทั้งทัศนคติ การเหมารวม และการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อคนเพราะอายุ ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น
ในที่ทำงาน Ageism ไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบคำพูดแรง ๆ ว่า “แก่เกินไป” เสมอไป หลายครั้งมันมาแบบเงียบกว่า เช่น มองว่าคนอายุมากเรียนรู้เทคโนโลยีช้า ไม่ยืดหยุ่น เปลี่ยนยาก หรือมีค่าจ้างสูงเกินไป ทั้งที่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้ได้กับทุกคน
สำหรับคนวัย 35 ปัญหานี้จึงน่าสนใจ เพราะเป็นช่วงอายุที่ยังไม่ได้แก่ในความหมายทั่วไป แต่เริ่มไม่ถูกมองว่าเป็น “เด็กใหม่” ในตลาดงานแล้ว โดยเฉพาะสายงานที่หมุนเร็ว เช่น เทคโนโลยี สื่อดิจิทัล การตลาดออนไลน์ สตาร์ตอัป หรือธุรกิจที่ให้ภาพลักษณ์ความสดใหม่เป็นทุนสำคัญ
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้ชัดเจนพอให้เรียกว่าเลือกปฏิบัติทันที แต่อาจสะสมเป็นสัญญาณเล็ก ๆ เช่น ไม่ถูกส่งไปเรียนงานใหม่ ไม่ถูกเลือกเข้าโปรเจกต์ที่มีอนาคต ไม่ถูกมองเป็นตัวเลือกของตำแหน่งใหม่ หรือถูกตีกรอบว่าเหมาะกับงานเดิมมากกว่าการเติบโตต่อ
ประเด็นสำคัญคือ อายุอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้เป็นตัวแทนของความสามารถ คนวัย 25 อาจหยุดเรียนรู้ได้เร็วพอ ๆ กับที่คนวัย 45 ยังปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ได้ดี ตลาดแรงงานที่ดีจึงไม่ควรถามแค่ว่า “อายุเท่าไร” แต่ควรถามว่า “ยังสร้างคุณค่าอะไรได้บ้าง”
ในมุมขององค์กร งานวิจัยและรายงานด้านแรงงานจำนวนมากชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การลดอคติเรื่องอายุและสร้างที่ทำงานที่เปิดรับหลายวัย เป็นส่วนสำคัญของตลาดแรงงานยุคใหม่ OECD ระบุว่าการขยายโอกาสให้แรงงานอายุมากขึ้นยังทำงานได้อย่างมีคุณภาพ ต้องอาศัยทั้งการลดอุปสรรคในการจ้างงาน การรักษาคนไว้ และการสร้างที่ทำงานที่ไม่กีดกันด้วยอายุ
แต่ในมุมของคนทำงานเอง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่แค่การรอให้องค์กรเปลี่ยน คนวัย 35 ขึ้นไปยังต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพราะอายุเป็นข้อเสีย แต่เพราะโลกงานเปลี่ยนเร็วกว่าเดิมมาก
ทักษะที่เคยใช้ได้ดีเมื่อ 5 ปีก่อน อาจไม่พอสำหรับงานวันนี้ เครื่องมือทำงานใหม่ ระบบอัตโนมัติ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และรูปแบบทีมที่เปลี่ยนไป ทำให้คนทำงานทุกวัยต้องอัปเดตตัวเองอยู่เสมอ คนที่น่ากังวลจึงอาจไม่ใช่คนอายุ 35 หรือ 45 แต่คือคนที่หยุดเรียนรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย
อย่างไรก็ตาม การพูดว่า “ต้องปรับตัว” ไม่ควรถูกใช้เพื่อโยนภาระทั้งหมดให้คนทำงาน เพราะถ้าองค์กรยังใช้เกณฑ์อายุในการคัดคนหรือให้โอกาสอย่างไม่เป็นธรรม ต่อให้คนทำงานพัฒนาตัวเองแค่ไหน ปัญหาก็ยังอยู่ในระบบ
ทางออกที่สมดุลคือ คนทำงานต้องทำให้ทักษะของตัวเองมองเห็นได้ชัดขึ้น ส่วนองค์กรต้องเลิกใช้ภาพจำเรื่องวัยเป็นตัวตัดสินเร็วเกินไป ประสบการณ์ การตัดสินใจในสถานการณ์กดดัน ความเข้าใจคน และการมองภาพใหญ่ เป็นคุณค่าที่สร้างยากและต้องใช้เวลา
สำหรับผู้อ่านไทย เรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะสังคมกำลังเข้าสู่ยุคที่คนทำงานต้องอยู่ในตลาดแรงงานนานขึ้น ขณะที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้น หากตลาดแรงงานยังให้ค่าน้ำหนักกับ “ความใหม่” มากกว่า “ความสามารถที่ยังพัฒนาได้” คนจำนวนมากอาจรู้สึกถูกผลักให้ตกขบวนเร็วเกินจริง
สุดท้าย อายุ 35 ไม่ใช่เส้นแบ่งว่าคนคนหนึ่งเริ่มหมดคุณค่าในที่ทำงาน แต่เป็นช่วงที่หลายคนควรถามตัวเองให้ชัดขึ้นว่า เรายังเรียนรู้อะไรใหม่อยู่ไหม ทักษะของเรายังตอบโจทย์งานวันนี้หรือไม่ และองค์กรที่เราอยู่มองเห็นคุณค่าของคนจากผลงานจริง มากกว่าปีเกิดหรือเปล่า
KEY TAKEAWAYS:
- Ageism คือการตัดสินหรือเลือกปฏิบัติต่อคนจากอายุ ไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุ
- คนวัย 35 อาจเริ่มสัมผัสแรงกดดันในบางสายงานที่ให้ค่าความสดใหม่สูง
- อายุไม่ควรถูกใช้แทนความสามารถ เพราะคนทุกวัยมีทั้งคนที่ปรับตัวได้และหยุดพัฒนา
- คนทำงานควรอัปเดตทักษะต่อเนื่อง ขณะที่องค์กรควรลดอคติเรื่องวัยในการให้โอกาส
- ประสบการณ์ยังเป็นจุดแข็ง หากเชื่อมกับทักษะใหม่และทำให้คุณค่าของตัวเองมองเห็นได้
แหล่งที่มา:
วัน ๆ หาแต่เรื่อง, องค์การอนามัยโลก, OECD, International Labour Organization
อ้างอิง:
https://www.who.int/publications/i/item/9789240016866
https://www.oecd.org/en/publications/oecd-employment-outlook-2025_194a947b-en/full-report/navigating-the-golden-years-making-the-labour-market-work-for-older-workers_2bc681ed.html
https://www.ilo.org/sites/default/files/wcmsp5/groups/public/@ed_protect/@protrav/@travail/documents/publication/wcms_travail_pub_19.pdf
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
10 เลขเด็ดเลขดัง "แม่ทำเนียนลอตเตอรี่" งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69..คอหวยอย่าพลาด!!
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
ส่องเลขเด็ดหวยลาว 17/6/69 เลขชนหลายสำนักมาแรง คอหวยจับตา
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
เผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
เจาะคัมภีร์สถิติต้อนรับครึ่งปีหลัง: วิเคราะห์แนวโน้มตัวเลขงวด 1 กรกฎาคม 2569 จากฐานทุนงวดล่าสุด
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
หนี้ครัวเรือนรอบนี้ ทำไมคนทำงานมีบ้านมีรถก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นคง
เปลี่ยนงานทุก 2–3 ปี อาจไม่ใช่ความเสี่ยงเสมอไป ถ้ามีแผนและทักษะชัด
ไมโล VS โอวัลติน ทำไมเครื่องดื่มสองแก้วนี้ถึงกลายเป็นความทรงจำวัยเด็กของคนไทย
อยากเขียนบน Postjung ให้มีรายได้ ต้องเริ่มจากอะไรให้ถูกทาง
เจาะคัมภีร์สถิติต้อนรับครึ่งปีหลัง: วิเคราะห์แนวโน้มตัวเลขงวด 1 กรกฎาคม 2569 จากฐานทุนงวดล่าสุด
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
เผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69
ศรีลังกาพังเพราะตระกูลเดียวจริงไหม มองให้ครบทั้งคน นโยบาย และวิกฤตโลก
4 เหตุผลกาแฟยุคโบราณทำไมต้องเปลี่ยนไป
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
เด็กรุ่นใหม่เพิ่งรู้จัก! TikTok ปลุกกระแส "ขนมแมวพิมพ์" และ "หมากฝรั่งบุหรี่ตราแมว" ของกินหน้าโรงเรียนที่หลายคนคิดว่าหายไปแล้ว
ของเล่นยุค 90 ทำไมกลับมาอยู่ในบ้านคนวัย 40 ไม่ใช่แค่ของเก่า แต่คือพื้นที่พักใจ