เห็นบัตรโทรศัพท์ใบเก่าแล้วน้ำตาซึม ของชิ้นเล็กที่พาคนยุค 90 กลับไปวันวาน
เห็นบัตรโทรศัพท์ใบเก่าแล้วน้ำตาซึม ของชิ้นเล็กที่พาคนยุค 90 กลับไปวันวาน
บัตรโทรศัพท์สาธารณะ ของชิ้นเล็กที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยเรียนและวัยทำงานยุคก่อนสมาร์ตโฟน
แค่เห็นบัตรโทรศัพท์ใบเก่า ๆ หลายคนก็เหมือนถูกดึงกลับไปยืนอยู่หน้าตู้โทรศัพท์สีเหลืองอีกครั้ง
ช่วงนี้ในโลกโซเชียลมีคนหยิบภาพ “บัตรโทรศัพท์สาธารณะ” หรือบัตรโทรศัพท์ทีโอทีรุ่นเก่า ๆ กลับมาแชร์กันอีกครั้ง โดยเฉพาะลายคลาสสิกอย่างลายการ์ตูน วิวธรรมชาติ ดอกไม้ สถานที่ท่องเที่ยว หรือภาพชุดสะสมที่หลายคนเคยเห็นตามร้านค้าและตู้โทรศัพท์สาธารณะ
สำหรับเด็กยุคสมาร์ตโฟน อาจมองว่านี่คือบัตรพลาสติกธรรมดาใบหนึ่ง แต่สำหรับคนที่โตมาก่อนมือถือจะกลายเป็นของประจำตัว บัตรใบนี้คือ “เครื่องมือสื่อสาร” ที่สำคัญมาก
บางคนเคยใช้โทรกลับบ้านหลังเลิกเรียน
บางคนใช้โทรนัดเพื่อน
บางคนเก็บไว้เป็นของสะสม
และบางคนอาจจำได้แม่นว่า เคยยืนโทรจีบใครสักคนหน้าตู้โทรศัพท์ พร้อมลุ้นว่าเงินในบัตรจะพอคุยต่ออีกกี่นาที
แต่สิ่งที่หลายคนจำได้แม่นกว่าตัวบัตร อาจเป็นความรู้สึกตอนโทรหาใครสักคน
สมัยนั้นไม่ได้มีมือถือส่วนตัวกันทุกคน โทรไปบ้านทีไร คนรับสายอาจเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือญาติของอีกฝ่ายก่อนเสมอ
หลายคนน่าจะเคยผ่านโมเมนต์ประมาณว่า
“สวัสดีครับ ขอสาย...หน่อยครับ”
แล้วก็ยืนเงียบ ๆ รออยู่หน้าตู้โทรศัพท์ ลุ้นว่าเจ้าตัวจะเดินมารับสายไหม
บางครั้งโทรไปแล้วไม่มีคนรับ ต้องเดินกลับบ้านทั้งที่ยังไม่ได้คุยเรื่องที่อยากคุย
ทุกวันนี้แค่ส่งข้อความก็ถึงกันในไม่กี่วินาที แต่ในวันนั้น แค่ได้ยินเสียงปลายสายตอบกลับมาก็ทำให้ยิ้มได้ทั้งวันแล้ว
เสน่ห์ของบัตรโทรศัพท์ยุคเก่า คือแต่ละใบมักมีลายเฉพาะ ทำให้หลายคนเก็บสะสมเหมือนของที่ระลึก
สิ่งที่ทำให้กระแสนี้ถูกแชร์ต่อ ไม่ใช่แค่ตัวบัตร แต่คือความทรงจำที่ติดมากับมัน
ยุคนั้นการโทรหาใครสักคนไม่ได้ง่ายเหมือนกดวิดีโอคอลในวันนี้ ต้องเดินไปหาตู้โทรศัพท์ ต้องมีเหรียญหรือบัตร ต้องจำเบอร์ให้ได้ และบางครั้งต้องต่อคิวรอคนก่อนหน้าวางสายก่อนด้วย
ฟังดูยุ่งยาก แต่คนที่ผ่านยุคนั้นมาจะรู้ว่า มันมีเสน่ห์แปลก ๆ อยู่เหมือนกัน
โดยเฉพาะความรู้สึกตอนเสียบบัตรเข้าเครื่อง รอฟังเสียงสัญญาณ แล้วปลายสายรับขึ้นมา แค่นั้นก็เหมือนชนะอะไรบางอย่างแล้ว
หลายคอมเมนต์ในโลกออนไลน์จึงไม่ได้พูดถึงแค่บัตร แต่พูดถึง “ชีวิตช่วงหนึ่ง” ที่เคยช้ากว่านี้ รอนานกว่านี้ แต่ก็มีความหมายในแบบของมัน
บางคนบอกว่าเห็นแล้วคิดถึงตู้โทรศัพท์หน้าโรงเรียน
บางคนจำได้ว่าเคยซื้อบัตรจากร้านโชห่วย
บางคนเสียดายที่ทิ้งไปหมดแล้ว
บางคนยังเก็บไว้ในกล่อง เห็นทีไรก็เหมือนเจอไทม์แคปซูลของตัวเอง
หลายคนอาจเพิ่งนึกออกว่า สมัยนั้นเราจำเบอร์โทรศัพท์ได้เป็นสิบเบอร์โดยไม่ต้องเปิดสมุด
เบอร์บ้านตัวเอง เบอร์บ้านเพื่อน เบอร์ร้านเกม เบอร์ญาติ หรือแม้แต่เบอร์ของคนที่แอบชอบ
ทุกวันนี้หลายคนจำเบอร์ตัวเองยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะมือถือจำให้หมดแล้ว
ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่พอคิดดี ๆ มันก็สะท้อนว่าโลกเปลี่ยนไปมากแค่ไหนในเวลาไม่กี่สิบปี
| สิ่งที่เห็น | ความทรงจำที่หลายคนนึกถึง |
|---|---|
| บัตรโทรศัพท์ลายการ์ตูน | ซื้อเก็บเพราะลายน่ารัก ใช้หมดก็ไม่อยากทิ้ง |
| ตู้โทรศัพท์สีเหลือง | จุดนัดหมาย จุดโทรกลับบ้าน จุดจีบสาว |
| เสียงสัญญาณโทรศัพท์ | ลุ้นว่าปลายสายจะรับไหม |
| ตัวเลขเงินคงเหลือในบัตร | คุยไปก็ลุ้นไปว่าจะหมดตอนไหน |
| เบอร์โทรที่จำขึ้นใจ | ยุคที่ยังไม่ต้องพึ่ง Contact ในมือถือ |
เรื่องนี้อาจดูเป็นแค่กระแสคิดถึงของเก่า แต่จริง ๆ แล้วมันสะท้อนอะไรบางอย่างเหมือนกัน
ของบางอย่างหายไปจากชีวิตเราเงียบ ๆ โดยที่ตอนนั้นเราไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ “ครั้งสุดท้าย” ที่ได้ใช้มัน
ตู้โทรศัพท์ที่เคยเห็นตามหน้าโรงเรียน ป้ายรถเมล์ หรือหน้าร้านค้า ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยมือถือ อินเทอร์เน็ต และแอปแชต จนวันนี้หลายคนแทบจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ใช้โทรศัพท์สาธารณะคือเมื่อไหร่
แต่พอมีใครหยิบภาพบัตรใบเก่าขึ้นมา ความทรงจำก็กลับมาพร้อมกันแบบไม่ต้องนัดหมาย
บางทีสิ่งที่ทำให้คนคิดถึงบัตรโทรศัพท์ ไม่ใช่เพราะมันสวย หรือหายาก
แต่เพราะมันพาเรากลับไปเจอคนบางคน
เพื่อนที่เคยนั่งเรียนด้วยกัน
คนที่เคยโทรหาทุกวัน
คนที่เคยยืนคุยกันจนบัตรหมด
หรือแม้แต่ตัวเราเองในวันที่ยังไม่ต้องรีบโต
ของบางอย่างจึงไม่ได้มีค่าเพราะราคา แต่มีค่าเพราะมันเก็บช่วงเวลาที่ไม่มีวันกลับมาได้อีกไว้ข้างใน
นี่แหละเสน่ห์ของของเก่า บางทีมูลค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่ว่า “มันพาเรากลับไปเจอตัวเองในวันก่อน” ได้อีกครั้ง
แล้วคุณล่ะ...
ยังจำเบอร์โทรศัพท์ที่เคยท่องขึ้นใจได้ไหม?
หรือยังจำได้ไหมว่าโทรศัพท์สาธารณะครั้งสุดท้ายในชีวิต คุณโทรหาใคร?
Facebook Page แนวยุค 90 / ของเก่าที่หายไป
Pantip หมวดของสะสมและความทรงจำเกี่ยวกับบัตรโทรศัพท์
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนด้านเทคโนโลยี ข่าวสาร และความรู้รอบตัว
| 700+ บทความ | เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
5 พระราชินีและเจ้าหญิง ที่ถูกพูดถึงเรื่องความสง่างามเหนือกาลเวลา
40 แคปชั่นรักตัวเอง ซัพพอร์ตตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง ความหมายดี
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
“สไปเดอร์แมนแห่งเยเมน” เสียชีวิตในปล่องภูเขาไฟ บทเรียนจากคอนเทนต์เสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
รัสเซียกำลังเจอแรงกดดันหลายด้าน เศรษฐกิจ น้ำมัน และชีวิตคนเริ่มตึงตัว
เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า แบบไหนคุ้มกว่า คำตอบไม่ได้อยู่ที่ค่าแก๊สอย่างเดียว
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
40 แคปชั่นรักตัวเอง ซัพพอร์ตตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง ความหมายดี
สั่ง “พิเศษ” แต่ทำไมดูไม่ต่างจากธรรมดา เรื่องเล็กในร้านตามสั่งที่คนไทยคาใจ
5 พระราชินีและเจ้าหญิง ที่ถูกพูดถึงเรื่องความสง่างามเหนือกาลเวลา
ตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้
“สไปเดอร์แมนแห่งเยเมน” เสียชีวิตในปล่องภูเขาไฟ บทเรียนจากคอนเทนต์เสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
ทำไม QQ รูปนกเพนกวิน เคยเป็นมากกว่าโปรแกรมแชตในยุค MSN



