หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตอบเร็วทุกแชต อาจทำให้ชีวิตเหนื่อยกว่าที่คิด

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

การตอบข้อความเร็วอาจดูเป็นนิสัยของคนรับผิดชอบ แต่ถ้ามากเกินไป อาจทำให้สมาธิแตก งานสำคัญสะดุด และเวลาส่วนตัวค่อย ๆ หายไปโดยไม่รู้ตัว

หลายคนไม่ได้เหนื่อยเพราะงานเยอะอย่างเดียว แต่อาจเหนื่อยเพราะ “พร้อมตอบทุกคนตลอดเวลา” มากเกินไป

ไลน์เด้งแล้วรีบอ่าน อีเมลเข้าก็รีบตอบ โทรมาก็รับทันที ฟังดูเหมือนเป็นคนมีวินัย รับผิดชอบ และพึ่งพาได้ แต่เมื่อทำแบบนี้ทั้งวัน สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่เวลาไม่กี่นาที แต่คือสมาธิ พลังงาน และพื้นที่ส่วนตัวของเราเอง

ประเด็นนี้ใกล้ตัวมากขึ้นในวันที่มือถือกลายเป็นช่องทางหลักของงาน ความสัมพันธ์ และชีวิตประจำวัน หลายคนเริ่มรู้สึกผิดถ้าปล่อยให้ข้อความค้างไว้ ทั้งที่ในความจริง ไม่ใช่ทุกข้อความจำเป็นต้องได้รับคำตอบทันที

ต้นตอของความเหนื่อยอาจอยู่ที่ “การถูกขัดจังหวะ” ซ้ำ ๆ

ทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น สมองต้องหยุดจากสิ่งที่ทำอยู่ แล้วเปลี่ยนไปสนใจเรื่องใหม่ แม้จะเป็นแค่การเหลือบดูหน้าจอไม่กี่วินาที แต่ถ้าเกิดขึ้นหลายสิบครั้งต่อวัน สมองต้องสลับงานซ้ำ ๆ จนเสียพลังงานทางความคิด

American Psychological Association อธิบายประเด็น multitasking ว่า การสลับงานไปมามีต้นทุนทางความคิด แม้บางครั้งจะดูเหมือนทำได้เร็ว แต่โดยรวมอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิหรือการตัดสินใจ

งานวิจัยของ Gloria Mark จาก University of California, Irvine ที่ศึกษาการทำงานท่ามกลางการถูกรบกวน พบว่าการถูกขัดจังหวะไม่ได้กระทบแค่เวลา แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเครียดและแรงกดดันระหว่างทำงานด้วย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่บางวันเราอาจรู้สึกว่า “ทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง” ทั้งที่ทั้งวันก็ตอบแชต เคลียร์อีเมล รับสาย และจัดการเรื่องเล็ก ๆ ไปมากมาย ปัญหาไม่ใช่ว่าเราไม่ขยัน แต่เราอาจเปิดประตูให้ทุกอย่างเข้ามาแทรกเวลาของตัวเองมากเกินไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ การตอบเร็วไม่ได้เท่ากับการทำงานดีเสมอไป

คนที่บริหารเวลาได้ดีจำนวนมากไม่ได้ตอบทุกอย่างทันที แต่รู้ว่าเรื่องไหนเร่งด่วน เรื่องไหนรอได้ และช่วงเวลาไหนควรปกป้องสมาธิของตัวเองไว้ก่อน เพราะงานบางอย่างต้องการพื้นที่เงียบพอให้คิดต่อเนื่อง ไม่ใช่คิดไปตอบไปทั้งวัน

บทความรีวิวในฐานข้อมูล PubMed Central ยังกล่าวถึงงานวิจัยเกี่ยวกับสมาร์ตโฟนและการรับรู้ว่า แม้แค่มือถืออยู่ใกล้ตัว ก็อาจรบกวนการทำงานทางความคิดในงานที่ต้องใช้สมาธิสูงได้ในบางเงื่อนไข ขณะที่งานวิจัยปี 2022 เกี่ยวกับการแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟนระบุว่า การแจ้งเตือนสามารถเกี่ยวข้องกับการควบคุมความสนใจและสมาธิ โดยเฉพาะในบริบทที่ผู้ใช้ต้องทำงานทางความคิด

จุดสำคัญคือ เรื่องนี้ไม่ใช่การบอกให้ทุกคนหายไปจากโลกออนไลน์ หรือเลิกตอบข้อความคนอื่น แต่เป็นการตั้งคำถามว่า เราจำเป็นต้อง “พร้อมตลอดเวลา” จริงหรือไม่

การปล่อยให้บางข้อความรอสักพัก ไม่ได้แปลว่าเราไม่ใส่ใจ การปิดแจ้งเตือนบางแอป ไม่ได้แปลว่าเราเห็นแก่ตัว และการมีช่วงเวลาที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ อาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ต้องการคิด ทำงาน พัก หรือดูแลชีวิตของตัวเองอย่างจริงจัง

สำหรับคนทำงานในไทย เรื่องนี้ยิ่งใกล้ตัว เพราะหลายออฟฟิศใช้แชตเป็นช่องทางหลักในการสั่งงาน ประสานงาน และตามงาน บางครั้งข้อความงานกับข้อความส่วนตัวปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรด่วนจริง อะไรแค่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องรีบตอบ

ทางออกอาจเริ่มจากเรื่องเล็กมาก เช่น ปิดแจ้งเตือนแอปที่ไม่จำเป็น ตั้งช่วงเวลาตอบข้อความเป็นรอบ ๆ หรือบอกคนใกล้ตัวอย่างสุภาพว่า ถ้าเรื่องเร่งด่วนให้โทร แต่ถ้าเป็นเรื่องทั่วไปอาจตอบช้าหน่อย

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การหนีความรับผิดชอบ แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญใหม่

เพราะถ้าเราตอบทุกคนทันทีตลอดวัน สุดท้ายอาจเหลือเวลาให้คนสำคัญที่สุดน้อยที่สุด นั่นคือตัวเราเอง

ความเหนื่อยบางแบบไม่ได้ดังเหมือนงานหนัก แต่มาเงียบ ๆ ผ่านเสียงแจ้งเตือนเล็ก ๆ ที่ดังทั้งวัน และค่อย ๆ ทำให้เราลืมไปว่า เวลาของเราก็ต้องได้รับการปกป้องเหมือนกัน

 

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
แหล่งที่มา:
TEN OUT OF TEN, American Psychological Association, University of California Irvine, National Library of Medicine

อ้างอิง:
https://www.apa.org/topics/research/multitasking
https://ics.uci.edu/~gmark/chi08-mark.pdf
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5403814/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นหลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุดคอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสียตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้เหล่าทาสต้องรู้ ให้ “ข้าวคลุกทู” เสี่ยงอันตราย?กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทยแมวขาวมณี ทำไมแมวไทยตาสวยสายพันธุ์นี้จึงถูกเรียกว่าอัญมณีแห่งสยามบิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก10 เรื่องที่ควรรู้เรื่อง AI ก่อนใช้จริงในชีวิตประจำวันแรงงานไทยควรอัปสกิลอะไรบ้าง เมื่อรัฐจับมือ Microsoft พัฒนาคนทำงาน 150,000 คน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสียตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหากแรงงานไทยควรอัปสกิลอะไรบ้าง เมื่อรัฐจับมือ Microsoft พัฒนาคนทำงาน 150,000 คนหญิงอินโดนีเซียเสียชีวิตหลังถูกงูเหลือมยักษ์ทำร้าย สิ่งที่ควรรู้จากเหตุการณ์บนเกาะทาลิอาบูเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ขึ้น 2.79% ทำไมหลายบ้านยังรู้สึกว่าเงินหายเร็ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
10 เรื่องที่ทำให้หลายคนมองว่าพุทธศาสนามีความคล้ายวิทยาศาสตร์มากกว่าที่คิด10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสียตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก
ตั้งกระทู้ใหม่