10 ความเข้าใจผิดเรื่องกาแฟที่คนทำงานทำทุกเช้า ดื่มถูกเวลาอาจได้ผลต่างกัน
กาแฟเป็นส่วนหนึ่งของเช้าวันทำงานของคนจำนวนมาก แต่หลายความเชื่อที่ถูกส่งต่อกันมานานอาจไม่ตรงกับสิ่งที่นักวิจัยพบทั้งหมด การดื่มกาแฟไม่ได้มีแค่เรื่องปริมาณเท่านั้น แต่ "เวลา" ที่ดื่มก็อาจส่งผลต่อความรู้สึกตื่นตัวและคุณภาพการนอนได้เช่นกัน
1. กาแฟแก้วแรกคือสิ่งที่ทำให้เราตื่น
ความจริงคือร่างกายมีระบบปลุกตัวเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว หลังตื่นนอน ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยให้ร่างกายตื่นตัว สมองจึงเริ่มทำงานได้แม้ยังไม่ได้รับคาเฟอีน
2. ยิ่งดื่มทันทีหลังตื่น ยิ่งได้ผลดีที่สุด
แนวคิดที่ได้รับความนิยมคือการรอกาแฟประมาณ 60–90 นาทีหลังตื่นนอน เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังตื่นตัวเองตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากการรอเท่ากัน บางคนอาจรู้สึกแตกต่าง ขณะที่บางคนแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย
3. ง่วงเมื่อไร แปลว่าต้องเติมคาเฟอีน
ความง่วงอาจมาจากการนอนน้อย ความเครียด หรือคุณภาพการนอนที่ไม่ดี การเพิ่มกาแฟอาจช่วยชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ
4. กาแฟให้พลังงานกับร่างกาย
คาเฟอีนไม่ได้สร้างพลังงานใหม่ แต่ทำงานโดยขัดขวางสารอะดีโนซีน ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับความง่วง ทำให้เรารู้สึกตื่นตัวมากขึ้น
5. ดื่มทุกวันแล้วจะไม่ดื้อคาเฟอีน
ร่างกายสามารถปรับตัวต่อคาเฟอีนได้ คนที่ดื่มเป็นประจำจึงอาจต้องเพิ่มปริมาณเพื่อให้ได้ผลใกล้เคียงเดิม
6. กาแฟช่วงบ่ายไม่กระทบการนอน
คาเฟอีนมีครึ่งชีวิตเฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมง และในบางคนอาจนานกว่านั้น งานวิจัยพบว่าการได้รับคาเฟอีนแม้ก่อนนอน 6 ชั่วโมงก็ยังอาจลดคุณภาพการนอนได้
7. เอสเปรสโซมีคาเฟอีนสูงที่สุดเสมอ
ปริมาณคาเฟอีนขึ้นอยู่กับปริมาณเมล็ดกาแฟ วิธีชง และขนาดเครื่องดื่ม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเมนูเพียงอย่างเดียว
8. กาแฟรสเข้มแปลว่าคาเฟอีนมาก
ความเข้มหรือความขมเกี่ยวข้องกับระดับการคั่วและวิธีสกัดมากกว่าปริมาณคาเฟอีนโดยตรง
9. กาแฟทำให้ร่างกายขาดน้ำรุนแรง
สำหรับคนที่ดื่มเป็นประจำ ผลขับปัสสาวะของคาเฟอีนมักไม่รุนแรงอย่างที่หลายคนกังวล และกาแฟก็ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก
10. เลิกกาแฟทันทีดีที่สุด
คนที่ดื่มเป็นประจำอาจมีอาการถอนคาเฟอีน เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือหงุดหงิด การค่อย ๆ ลดปริมาณมักทำได้ง่ายกว่า
แล้วควรดื่มกาแฟตอนไหน?
ไม่มีเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำให้สังเกตร่างกายตัวเอง หากดื่มทันทีหลังตื่นแล้วรู้สึกใจสั่นหรือพลังงานตกเร็ว อาจลองเลื่อนกาแฟออกไป 45–90 นาที และหลีกเลี่ยงคาเฟอีนในช่วงเย็นหรือก่อนนอนอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง
สุดท้ายแล้ว กาแฟไม่ใช่ผู้ร้ายและไม่ใช่ฮีโร่ สิ่งสำคัญคือการใช้คาเฟอีนให้สอดคล้องกับเวลานอน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และความไวของร่างกายแต่ละคน
แหล่งที่มา: Sleep Foundation, U.S. FDA, NCBI
อ้างอิง:
https://www.sleepfoundation.org/nutrition/caffeine-and-sleep
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3805807/
https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/spilling-beans-how-much-caffeine-too-much
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
อยากถูกหวย ศาสนาต่าง ๆ มองโชคลาภอย่างไร และอะไรคือความจริงที่ควรรู้
ยังไม่ซื้อบ้านหรือรถ อาจฉลาดกว่า ถ้ายังต้องการสภาพคล่องชีวิต
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ไบซันไม่ใช่ควาย โคอาล่าไม่ใช่หมี 3 สัตว์ที่ชื่อพาเข้าใจผิด
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
Oxford ชี้ 20 เมืองเสี่ยงร้อนสูง ช่วงเอลนีโญที่โลกต้องจับตา
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
10 ความเข้าใจผิดเรื่องรักษ์โลก ใช้แบบไหนถึงช่วยจริง
ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วพอไหม เปิด 10 ความเข้าใจผิดที่ควรรู้
อยากถูกหวย ศาสนาต่าง ๆ มองโชคลาภอย่างไร และอะไรคือความจริงที่ควรรู้
ไบซันไม่ใช่ควาย โคอาล่าไม่ใช่หมี 3 สัตว์ที่ชื่อพาเข้าใจผิด
Oxford ชี้ 20 เมืองเสี่ยงร้อนสูง ช่วงเอลนีโญที่โลกต้องจับตา
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน



