ตื่นมาดื่มน้ำเยอะเกินไป ทำไมบางคนยิ่งเพลียกว่าเดิม
การดื่มน้ำหลังตื่นนอนเป็นนิสัยที่ดี แต่การรีบดื่มหลายแก้วรวดเดียวไม่ได้ทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นเสมอไป บางคนอาจกลับรู้สึกแน่นท้อง มึน หรือเพลียกว่าเดิม เพราะร่างกายต้องค่อย ๆ ปรับสมดุลน้ำและเกลือแร่
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า “ห้ามดื่มน้ำตอนเช้า” และไม่ได้แปลว่าน้ำเปล่าเป็นอันตราย ตรงกันข้าม น้ำยังจำเป็นต่อร่างกายมาก เพียงแต่ปัญหามักเกิดจากความเข้าใจว่า ยิ่งดื่มมากทันทีหลังตื่นยิ่งดี ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ต้องการน้ำเท่ากันทุกคน
หลังนอนหลับหลายชั่วโมง ร่างกายอาจสูญเสียน้ำเล็กน้อยจากการหายใจ เหงื่อ หรืออากาศในห้อง แต่สำหรับคนทั่วไป การเริ่มเช้าด้วยน้ำ 1 แก้ว หรือค่อย ๆ จิบตามความกระหาย มักเพียงพอกว่าการบังคับตัวเองให้ดื่มครั้งละหลายแก้ว
สิ่งที่ต้องระวังคือ การดื่มน้ำปริมาณมากในเวลาสั้นมาก ๆ อาจทำให้ระดับโซเดียมในเลือดเจือจางลงได้ ภาวะนี้เรียกว่า hyponatremia หรือภาวะโซเดียมต่ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสมดุลน้ำในร่างกาย ระบบประสาท และการทำงานของกล้ามเนื้อ
อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้ไม่ได้เกิดง่ายจากการดื่มน้ำตอนเช้าเพียงแก้วสองแก้วในคนสุขภาพดี ส่วนใหญ่จะน่ากังวลเมื่อดื่มน้ำมากเกินไปอย่างรวดเร็ว ดื่มเกินความกระหายเป็นเวลาต่อเนื่อง ออกกำลังกายหนักมาก เหงื่อออกมาก หรือมีโรคและยาบางชนิดที่กระทบสมดุลน้ำและเกลือแร่
อาการที่บางคนรู้สึกหลังดื่มน้ำเยอะรวดเดียวจึงอาจไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเสมอไป แต่อาจเป็นความไม่สบายตัวชั่วคราว เช่น แน่นท้อง จุก มึนเล็กน้อย หรือรู้สึกเฉื่อย เพราะกระเพาะรับน้ำจำนวนมากในช่วงสั้น ๆ ขณะที่ร่างกายเพิ่งตื่นและระบบไหลเวียนกำลังปรับตัว
อีกจุดที่คนมักเข้าใจผิดคือ อาการเพลียไม่ได้เกิดจากการขาดน้ำเสมอไป บางครั้งอาจมาจากนอนน้อย หลับไม่ลึก ความเครียด น้ำตาลในเลือดต่ำ อาหารมื้อก่อนหน้าไม่พอ หรือใช้ร่างกายหนักเกินไป ถ้าดื่มน้ำเพิ่มแล้วไม่ดีขึ้น ควรมองหาสาเหตุอื่นด้วย
วิธีที่เหมาะกับชีวิตประจำวันคือ เริ่มจากน้ำ 1 แก้วหลังตื่น หรือค่อย ๆ จิบระหว่างเตรียมตัวตอนเช้า ไม่จำเป็นต้องดื่มหลายแก้วรวดเดียวเพื่อหวังให้ร่างกาย “ล้างพิษ” หรือสดชื่นทันที เพราะร่างกายมีไต ตับ และระบบควบคุมสมดุลของตัวเองอยู่แล้ว
ถ้าวันนั้นอากาศร้อน เหงื่อออกมาก ออกกำลังกาย หรือทำงานกลางแจ้ง ความต้องการน้ำอาจเพิ่มขึ้น แต่ก็ควรดื่มเป็นช่วง ๆ มากกว่าดื่มครั้งเดียวจำนวนมาก แนวทางความปลอดภัยของ CDC/NIOSH สำหรับคนทำงานในอากาศร้อนยังเตือนว่า ไม่ควรดื่มน้ำหรือของเหลวมากเกินไปใน 1 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้เกลือในเลือดต่ำจนเป็นเหตุฉุกเฉินได้
สัญญาณง่าย ๆ ที่ช่วยเช็กว่าดื่มพอดีหรือไม่ คือ กระหายน้ำ สีปัสสาวะ และความรู้สึกของร่างกาย หากปัสสาวะสีเหลืองอ่อน มักเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับน้ำพอสมควร แต่ถ้าปัสสาวะใสมากตลอดวันและปัสสาวะบ่อยผิดปกติร่วมกับอ่อนเพลีย มึนศีรษะ หรือคลื่นไส้ ควรลดการบังคับดื่มน้ำและสังเกตอาการ
ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการรุนแรง เช่น สับสน อาเจียนมาก ปวดศีรษะมาก ชัก หมดสติ หรืออ่อนแรงผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ คนที่มีโรคไต โรคหัวใจ ใช้ยาขับปัสสาวะ หรือมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับสมดุลน้ำและเกลือแร่
สรุปคือ น้ำเปล่ายังดีต่อสุขภาพ แต่ “ปริมาณและจังหวะ” สำคัญไม่แพ้กัน ตื่นมาแล้วดื่มน้ำได้ แต่ไม่ต้องฝืนดื่มหลายแก้วรวดเดียว ให้เริ่มจากพอดี ค่อย ๆ จิบ และฟังสัญญาณร่างกาย เพราะความสดชื่นตอนเช้าไม่ได้มาจากน้ำอย่างเดียว แต่มาจากการนอน อาหาร ความเครียด และสมดุลของร่างกายทั้งหมดด้วย
แหล่งที่มา: Mayo Clinic / CDC NIOSH / National Academies
อ้างอิง:
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/hyponatremia/symptoms-causes/syc-20373711
https://www.cdc.gov/niosh/mining/UserFiles/works/products/training/keepingcool/2017-126_hydration.pdf
https://www.nationalacademies.org/read/10925/chapter/6
บ่นเรื่องงาน 5 นาทีช่วยใจได้ไหม วิธีระบายไม่ให้กลายเป็นเครียดซ้ำ
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/6/69
ทำไมคนเปลี่ยนงานมักเงินเดือนขึ้นเร็วกว่าอยู่ที่เดิมนาน ๆ
ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
ทำไมเราชอบบอกว่ายุ่ง ทั้งที่จริงแค่อยากพักเงียบ ๆ
เครื่องบินพานักกระโดดร่มตกที่มิสซูรี เสียชีวิตยกลำ 12 คน
Quiet Quitting ไม่ใช่ขี้เกียจ แต่คือสัญญาณคนทำงานเริ่มขีดเส้นชีวิต
5 คณะสุดแกร่ง เรียนจบแล้วตลาดแย่งตัว
คอนโดล้นตลาด 3.5 แสนยูนิต! ผู้เชี่ยวชาญชี้ คนซื้อกำลังได้เปรียบที่สุดในรอบหลายปี
ล้างหอยให้คายทรายเร็วขึ้น จุดสำคัญไม่ใช่แค่น้ำอุ่น 50 องศา
