วิธีทำความสะอาดที่นอนให้สะอาด
ที่นอนเป็นของใช้ที่เราอยู่ใกล้ทุกวัน แต่กลับเป็นสิ่งที่หลายคนทำความสะอาดน้อยกว่าผ้าปูที่นอนหรือปลอกหมอน ทั้งที่ระหว่างการนอนหลับ ที่นอนสามารถสะสมเหงื่อ ฝุ่น เซลล์ผิวหนังที่หลุดออกมา รวมถึงกลิ่นอับจากความชื้นได้ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ที่นอนมีกลิ่นไม่สดชื่นและส่งผลต่อความสบายเวลานอน
การทำความสะอาดที่นอนไม่จำเป็นต้องซักทั้งหลังทุกครั้ง เพราะที่นอนหลายชนิดไม่สามารถนำไปซักน้ำได้เหมือนผ้าทั่วไป วิธีดูแลที่เหมาะสมคือการลดฝุ่น กำจัดคราบ และควบคุมความชื้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้ที่นอนสะอาดขึ้นและใช้งานได้นานกว่าเดิม
เริ่มจากถอดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มออกก่อนนำไปซัก การทำความสะอาดที่นอนจะได้ผลดีขึ้นเมื่อไม่มีสิ่งของปิดทับอยู่ ควรซักเครื่องนอนเหล่านี้เป็นประจำ เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรงและรับเหงื่อหรือคราบต่าง ๆ มากที่สุด
หลังจากเอาเครื่องนอนออกแล้ว ควรดูดฝุ่นบนที่นอนให้ทั่ว ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีหัวสำหรับพื้นผิวผ้าหรือเบาะจะช่วยเก็บฝุ่นขนาดเล็กได้ดี ควรเน้นบริเวณรอยต่อ ขอบที่นอน และร่องต่าง ๆ เพราะเป็นจุดที่ฝุ่นมักสะสมมากกว่าพื้นที่เรียบ
หากไม่มีเครื่องดูดฝุ่น สามารถใช้แปรงปัดฝุ่นหรือผ้าสะอาดช่วยได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการตีที่นอนแรง ๆ เพราะอาจทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้องแทนที่จะถูกกำจัดออกไป หลังทำความสะอาดควรเปิดหน้าต่างหรือเปิดพัดลมเพื่อให้อากาศถ่ายเท
สำหรับคราบบนที่นอน ควรจัดการตามชนิดของคราบ ไม่ควรเทน้ำหรือสารทำความสะอาดจำนวนมากลงบนที่นอน เพราะด้านในอาจแห้งช้าและเกิดกลิ่นอับได้
คราบเหงื่อหรือคราบเหลืองที่เกิดจากการใช้งานเป็นเวลานาน สามารถใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ผสมกับน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ เช็ดบริเวณที่เป็นคราบ จากนั้นใช้ผ้าแห้งซับความชื้นออกทันที ขั้นตอนสำคัญคืออย่าปล่อยให้ที่นอนเปียก เพราะความชื้นที่ค้างอยู่ด้านในอาจทำให้เกิดกลิ่นและปัญหาอื่นตามมา
หากที่นอนมีกลิ่นอับ การนำไปตากแดดอ่อน ๆ ช่วยลดความชื้นและทำให้กลิ่นลดลงได้ ควรวางในบริเวณที่อากาศไหลผ่าน ไม่จำเป็นต้องตากแดดจัดเป็นเวลานาน เพราะความร้อนสูงอาจส่งผลต่อวัสดุภายในของที่นอนบางประเภท
การโรยเบกกิ้งโซดาบาง ๆ บนพื้นผิวที่นอนเป็นอีกวิธีที่หลายคนนิยมใช้ เพราะช่วยดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ หลังทิ้งไว้ระยะหนึ่งควรดูดออกให้หมด ไม่ควรปล่อยให้ผงตกค้างอยู่บนที่นอน
การกลับด้านที่นอนก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่ช่วยให้ที่นอนสึกหรอช้าลง หากเป็นรุ่นที่สามารถกลับด้านได้ ควรเปลี่ยนด้านหรือหมุนตำแหน่งเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้บริเวณเดิมรับน้ำหนักตลอดเวลา
สิ่งที่ควรทำเป็นประจำคือการดูแลสภาพแวดล้อมรอบเตียงด้วย เพราะฝุ่นในห้องสามารถกลับมาสะสมบนที่นอนได้ง่าย การกวาดหรือดูดฝุ่นบริเวณห้องนอน ซักผ้าห่มและผ้าปูที่นอน รวมถึงไม่วางของเปียกบนเตียง จะช่วยลดปัญหาได้มาก
หลายคนคิดว่าการทำความสะอาดที่นอนต้องรอจนมีกลิ่นหรือมีคราบชัดเจน แต่จริง ๆ แล้วการดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างต่อเนื่องช่วยลดปัญหาได้ดีกว่า เช่น เปิดที่นอนให้อากาศผ่านหลังตื่นนอน ไม่รีบคลุมผ้าห่มทันที และเปิดห้องให้มีการระบายอากาศ
หากที่นอนมีคราบลึก มีกลิ่นติดแน่น หรือมีความชื้นสะสมมาก อาจต้องใช้บริการทำความสะอาดเฉพาะทาง เพราะอุปกรณ์ทั่วไปในบ้านอาจไม่สามารถเข้าถึงส่วนลึกของที่นอนได้
การรักษาความสะอาดของที่นอนไม่ใช่แค่เรื่องความเรียบร้อยของห้องนอน แต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการพักผ่อนในแต่ละวัน ที่นอนที่สะอาด แห้ง และไม่มีฝุ่นสะสม จะช่วยให้บรรยากาศในการนอนดีขึ้น และทำให้ที่นอนอยู่กับเราได้นานขึ้น
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?
การเก็บไข่ไก่ควรแช่เย็นไหม
คนอายุยืนกินอะไร? หลักง่าย ๆ ที่สำคัญกว่าอาหารวิเศษ
อย่าเพิ่งทิ้งเปลือกส้มโอ ของเหลือที่นำกลับมาใช้ได้หลายทาง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
ย้อนประวัติตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของไทย เริ่มให้บริการปี 2526
ส่องตำราเซียน! 6 ลักษณะปลากัดชั้นครู ลุยเก่ง ใจเด็ด ค่าตัวแพงลิ่ว
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
รถเมล์สายแรกของไทย จากรถม้าสู่ “อ้ายโกร่ง” รถเมล์ขาวนายเลิศ
ส่องตำราเซียน! 6 ลักษณะปลากัดชั้นครู ลุยเก่ง ใจเด็ด ค่าตัวแพงลิ่ว
คุกที่สบายที่สุดในโลก? เปิดชีวิต “Halden Prison” เรือนจำในนอร์เวย์ที่ทำให้คนสงสัยว่า…นี่คุกจริงหรือ?



