หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รถเมล์สายแรกของไทย จากรถม้าสู่ “อ้ายโกร่ง” รถเมล์ขาวนายเลิศ

เขียนโดย ราชสีห์ขี่เป็ด

ประวัติศาสตร์ของรถเมล์ยุคแรกในประเทศไทยแบ่งได้เป็น 2 ช่วงสำคัญ คือยุครถโดยสารที่ใช้ม้าลาก และยุครถโดยสารประจำทางที่เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานของระบบรถเมล์ในกรุงเทพฯ

ยุคแรกเริ่มของรถเมล์เทียมม้า

ในสมัยรัชกาลที่ 5 กรุงเทพมหานครเริ่มมีรถโดยสารที่ใช้ม้าลากตัวรถ วิ่งรับ–ส่งผู้โดยสารตามเส้นทางที่กำหนด จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับรถโดยสารประจำทาง แม้ยังไม่ได้ใช้เครื่องยนต์เหมือนรถเมล์ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการรถเมล์เทียมม้าในยุคแรกมีรายละเอียดแตกต่างกันตามแหล่งข้อมูล บางหลักฐานกล่าวถึงกิจการรถเทียมม้าตั้งแต่ราว พ.ศ. 2428 ขณะที่ประวัติรถเมล์ขาวนายเลิศระบุว่า นายเลิศ เศรษฐบุตร เริ่มนำรถม้ามาให้บริการในเส้นทางระหว่างสะพานยศเส หรือสะพานกษัตริย์ศึก กับประตูน้ำสระปทุม ราว พ.ศ. 2450–2452

รถม้าเหล่านี้ยังเดินทางได้ไม่รวดเร็วมากนัก เมื่อสภาพเมืองและความต้องการเดินทางของประชาชนเปลี่ยนไป จึงเกิดแนวคิดนำเครื่องยนต์มาใช้แทนกำลังม้า

รถเมล์ขาวนายเลิศ จุดเริ่มต้นของรถเมล์เครื่องยนต์

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อกิจการรถเมล์ไทยคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร ผู้บุกเบิกธุรกิจการขนส่งสาธารณะหลายรูปแบบในกรุงเทพฯ

กิจการเริ่มจากรถม้าซึ่งวิ่งระหว่างสะพานยศเสกับประตูน้ำ ก่อนพัฒนาเป็นรถโดยสารที่ใช้เครื่องยนต์ โดยนำโครงรถและเครื่องยนต์ยี่ห้อฟอร์ดจากต่างประเทศมาดัดแปลง ต่อตัวถังไม้และติดตั้งที่นั่งสองแถวสำหรับผู้โดยสาร

แหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุว่า การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์เกิดขึ้นราว พ.ศ. 2453–2456 โดย พ.ศ. 2456 เป็นปีที่ถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลายในฐานะช่วงที่รถเครื่องยนต์เข้ามาวิ่งแทนรถม้า และมีการขยายเส้นทางจากประตูน้ำไปถึงบางลำพู

รถโดยสารรุ่นแรกมีขนาดเล็กกว่ารถเมล์ปัจจุบันมาก มีที่นั่งสองแถว รับผู้โดยสารได้ประมาณ 10 คน ตัวรถทาสีขาวและมีเครื่องหมายกากบาทสีแดง จึงถูกเรียกว่า “รถเมล์ขาวนายเลิศ”

ทำไมจึงเรียกว่า “อ้ายโกร่ง”

ตัวถังของรถเมล์ในยุคนั้นทำจากไม้ เมื่อแล่นไปตามถนนซึ่งยังไม่ราบเรียบเหมือนปัจจุบัน ตัวรถจะส่งเสียงดัง “โกร่งกร่าง” ชาวพระนครจึงพากันเรียกรถโดยสารชนิดนี้ว่า “อ้ายโกร่ง”

ชื่อเรียกดังกล่าวกลายเป็นภาพจำของรถเมล์ยุคบุกเบิก และสะท้อนบรรยากาศการเดินทางในกรุงเทพฯ เมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษก่อน

กิจการรถเมล์ขาวยังมีแนวทางให้บริการที่เป็นที่กล่าวถึงว่า

“สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย”

เมื่อประชาชนให้ความนิยม กิจการรถเมล์จึงขยายเส้นทางออกไปกว้างขึ้น และมีผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาให้บริการ เกิดรถเมล์หลายสีซึ่งใช้สีของตัวรถแยกบริษัทและเส้นทางเดินรถ

จากรถเมล์ขาวสู่ระบบรถโดยสารของกรุงเทพฯ

รถเมล์ขาวนายเลิศไม่ได้เป็นเพียงพาหนะรับ–ส่งผู้โดยสาร แต่ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนของการคมนาคมในกรุงเทพฯ เพราะทำให้ประชาชนสามารถเดินทางตามเส้นทางประจำได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้รถม้า

ต่อมา เมื่อกิจการรถโดยสารเพิ่มจำนวนขึ้น รัฐบาลจึงเข้ามาจัดระเบียบและรวมกิจการรถเมล์หลายแห่งไว้ภายใต้ระบบเดียวกัน จนนำไปสู่การก่อตั้ง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ใน พ.ศ. 2519 และเริ่มรับมอบกิจการเดินรถของเอกชนในเวลาต่อมา

จากรถม้าคันเล็กที่วิ่งระหว่างสะพานยศเสกับประตูน้ำ สู่รถเครื่องยนต์เสียงดังโกร่งกร่าง “รถเมล์ขาวนายเลิศ” จึงเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ขนส่งมวลชนไทย และเป็นภาพสะท้อนว่าการเดินทางของคนกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงมาไกลเพียงใด

 

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ราชสีห์ขี่เป็ด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 177 ครั้ง
เขียนโดย ราชสีห์ขี่เป็ด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (5/5 จาก 4 คน)
VOTED: ladda, C lover, มังกรจำศีล, ราชสีห์ขี่เป็ด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!เรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?กล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยฝุ่น PM2.5 ทำให้ความจำพร่าได้แค่ไหนทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาพชุมชนที่นักท่องเที่ยวเห็น อาจไม่ใช่ชีวิตจริงที่คนในพื้นที่กำลังเผชิญไฟถนนสีส้มกับสีขาวต่างกันอย่างไร สีขาวปลอดภัยกว่าเสมอไหม?ขันลงหินบ้านบุสืบทอดกันหลายรุ่น แต่ทำไมคนที่ทำอาชีพนี้จึงเหลือน้อยลงเสื้อดำซีดไวเพราะแดดอย่างเดียวไหม? กลับด้านก่อนตากช่วยตรงไหน
ตั้งกระทู้ใหม่