หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เต่ามะเฟือง เต่าทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ต้องการๆอนุรักษ์และดูแล

เขียนโดย dukedick

หากพูดถึงสัตว์ทะเลที่ทั้งยิ่งใหญ่ ลึกลับ และน่าทึ่งที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ชื่อของ "เต่ามะเฟือง" ย่อมติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) คือเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังได้รับการจัดให้เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ความพิเศษของมันไม่ได้อยู่แค่ขนาดตัวอันมหึมาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปร่าง วิถีชีวิต และความสามารถอันน่าเหลือเชื่อที่ทำให้มันแตกต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นอย่างชัดเจน

ชื่อ "เต่ามะเฟือง" มีที่มาจากลักษณะของกระดองที่ดูคล้ายผลมะเฟือง เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นสันนูนทอดยาวไปตามลำตัวถึง 7 สัน แตกต่างจากเต่าทะเลทั่วไปที่มีกระดองแข็งเป็นแผ่นเกล็ดเรียงตัวกันอย่างชัดเจน เพราะกระดองของเต่ามะเฟืองนั้นเป็นชั้นหนังหนาเหนียวคล้ายยางหุ้มอยู่ภายนอก จึงทำให้มันเป็นเต่าชนิดเดียวในวงศ์ Dermochelyidae ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนโลกในปัจจุบัน

เมื่อเติบโตเต็มวัย เต่ามะเฟืองสามารถมีความยาวได้มากกว่า 2 เมตร และอาจมีน้ำหนักมากถึง 800–900 กิโลกรัม หรือเกือบเทียบเท่ารถยนต์ขนาดเล็กทั้งคันเลยทีเดียว ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตเช่นนี้ หลายคนอาจคิดว่ามันคงเคลื่อนที่ได้เชื่องช้า แต่ในความเป็นจริง เต่ามะเฟืองกลับเป็นนักเดินทางแห่งมหาสมุทรที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง สามารถว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร และยังมีความสามารถในการดำน้ำได้ลึกถึงประมาณ 1,280 เมตร ซึ่งลึกกว่าความสูงของตึกระฟ้าหลายแห่งรวมกันเสียอีก

ในความมืดมิดของทะเลลึก เต่ามะเฟืองยังคงสามารถออกหาอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาหารหลักของมันคือแมงกะพรุน สัตว์ทะเลเนื้ออ่อนที่ลอยตัวอยู่ตามกระแสน้ำ จะงอยปากของเต่ามะเฟืองมีลักษณะพิเศษคล้ายกรรไกรที่สามารถงับจับเหยื่อได้ดี อีกทั้งภายในปากและลำคอยังมีโครงสร้างคล้ายหนามเล็กๆ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้แมงกะพรุนหลุดย้อนออกมา นอกจากแมงกะพรุนแล้ว มันยังสามารถกินแพลงก์ตอนและสิ่งมีชีวิตเนื้ออ่อนอื่นๆ ที่พบในทะเลลึกได้อีกด้วย

วงจรชีวิตของเต่ามะเฟืองถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดในธรรมชาติ เมื่อถึงฤดูวางไข่ แม่เต่าจะขึ้นจากทะเลมายังชายหาดในยามค่ำคืน ใช้ครีบขุดหลุมลึกบนผืนทราย ก่อนจะวางไข่จำนวนมากแล้วกลบหลุมอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงเดินทางกลับสู่ท้องทะเล ทิ้งให้ธรรมชาติเป็นผู้ดูแลลูกๆ ต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ เพศของลูกเต่ามะเฟืองไม่ได้ถูกกำหนดโดยพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิภายในหลุมไข่ด้วย หากอุณหภูมิสูงขึ้นจะมีแนวโน้มได้ลูกเต่าเพศเมียมากขึ้น ในขณะที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่าจะเพิ่มโอกาสให้ได้ลูกเต่าเพศผู้มากกว่า นับเป็นกลไกทางธรรมชาติที่ละเอียดอ่อนและได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง

หลังจากใช้เวลาฟักตัวประมาณ 60–70 วัน ลูกเต่าตัวน้อยจะเริ่มเจาะเปลือกไข่ออกมา แต่พวกมันจะยังไม่รีบขึ้นสู่ผิวทรายทันที กลับเลือกที่จะรออยู่ภายในหลุมอีกประมาณ 1–2 วัน เพื่อให้พี่น้องในรังฟักออกมาพร้อมกัน ก่อนจะร่วมแรงกันขุดทรายขึ้นสู่ผิวดินและพร้อมใจกันคลานลงสู่ทะเลในช่วงเวลากลางคืน ภาพของลูกเต่านับสิบตัวที่มุ่งหน้าสู่มหาสมุทรภายใต้แสงดาว ถือเป็นหนึ่งในภาพที่งดงามและน่าประทับใจที่สุดของโลกธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม แม้เต่ามะเฟืองจะสามารถอยู่รอดผ่านการเปลี่ยนแปลงของโลกมาได้หลายล้านปี แต่ปัจจุบันกลับต้องเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงจากกิจกรรมของมนุษย์ ประชากรของมันลดลงอย่างน่าเป็นห่วง โดยสถิติการวางไข่ในรอบกว่า 50 ปีที่ผ่านมา พบว่าจำนวนรังวางไข่ลดลงมากกว่า 5 เท่า จากเดิมที่เคยมีราว 2,500 รังต่อปี เหลือเพียงประมาณ 300–400 รังต่อปีเท่านั้น

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือผลกระทบจากการประมง เต่ามะเฟืองจำนวนมากได้รับบาดเจ็บจากการติดอวน เชือก หรือเครื่องมือประมงต่างๆ จนไม่สามารถดำรงชีวิตต่อได้ นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง การก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ต และสิ่งปลูกสร้างริมทะเล ยังทำให้แหล่งวางไข่ตามธรรมชาติหายไปหรือถูกรบกวนจนแม่เต่าไม่สามารถขึ้นมาวางไข่ได้ตามปกติ

อีกหนึ่งภัยเงียบที่ส่งผลร้ายแรงไม่แพ้กันคือขยะพลาสติกในทะเล เนื่องจากถุงพลาสติกที่ลอยอยู่ในน้ำมีลักษณะคล้ายแมงกะพรุน ซึ่งเป็นอาหารโปรดของเต่ามะเฟือง พวกมันจึงมักเข้าใจผิดและกลืนพลาสติกเข้าไป ส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารอุดตันและอาจเสียชีวิตในที่สุด

ในประเทศไทย เต่ามะเฟืองได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากชนิดนี้ การช่วยเหลือเต่ามะเฟืองอาจเริ่มต้นได้จากเรื่องง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการไม่รบกวนพื้นที่วางไข่ การไม่บริโภคไข่เต่า การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และการไม่ทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำหรือทะเล

แม้เต่ามะเฟืองจะเป็นเพียงหนึ่งชีวิตในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แต่การคงอยู่ของมันมีความหมายต่อระบบนิเวศมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะทุกครั้งที่ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลตัวนี้ยังคงว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทร นั่นหมายถึงความสมดุลของธรรมชาติยังคงดำเนินต่อไป และเป็นเครื่องเตือนใจว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์ที่สมควรได้รับการปกป้องจากพวกเราทุกคน

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 67 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่าทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุอาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุดพูดตรง ไม่ยิ้ม หรือแค่ต่างวัฒนธรรม? เปิดผลสำรวจ 10 สัญชาติที่ถูกมองว่าหยาบคายเปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง5 ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำทำไมนักบินอวกาศหญิงต้องกินยาคุมกำเนิดแบบต่อเนื่อง5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด6 อาหารอุ่นซ้ำ กลายเป็นสารพิษหรือมะเร็ง จริงหรือไม่เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/6910 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แชร์เทคนิคเขียนบทความ Postjung จากคนที่ลองผิดลองถูกเอง
ฟันฉลามขาว อาวุธคมกริบของนักสังหารแห่งท้องทะเลที่ผลัดเปลี่ยนได้ตลอดชีวิต“แมวหูบิน” ภาษากายน่ารักที่กำลังบอกความรู้สึกของเจ้านาย ที่มีต่อทาสมนุษย์ทำไมแม่ไก่จึงออกไข่ได้เกือบทุกวัน ทั้งที่ไม่มีไก่ตัวผู้?ปลาไหลไฟฟ้า : แบตเตอรี่มีชีวิตแห่งสายน้ำแอมะซอน
ตั้งกระทู้ใหม่