4 เมืองดังของโลกที่ต้องเผชิญ “คืนขั้วโลก” เมื่อดวงอาทิตย์หายไปนานหลายเดือน
ลองจินตนาการว่าคุณตื่นเช้ามาแล้วไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย ไม่ใช่แค่วันเดียว แต่เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลายเมืองใกล้ขั้วโลกเหนือ ซึ่งต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “คืนขั้วโลก” (Polar Night)
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อพื้นที่อยู่ในช่วงฤดูหนาวและแกนโลกเอียงออกจากดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ไม่สามารถโผล่พ้นขอบฟ้าได้ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้บางเมืองต้องอยู่กับความมืดต่อเนื่องเป็นเวลานาน แม้ว่าบางแห่งจะยังมีแสงสนธยาจาง ๆ ในช่วงกลางวันก็ตาม
1. Tromsø ประเทศนอร์เวย์
เมืองทรอมโซเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักล่าแสงเหนือ และเป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ที่อยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล
ช่วงคืนขั้วโลกของที่นี่มักอยู่ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมกราคม แม้ดวงอาทิตย์จะไม่ขึ้นเหนือขอบฟ้า แต่ช่วงกลางวันยังมีแสงสีน้ำเงินอมม่วงของ Twilight ส่องสว่างอยู่หลายชั่วโมง ทำให้เมืองไม่ได้มืดสนิทตลอดวัน
สิ่งที่ทำให้ทรอมโซโด่งดังคือการเป็นหนึ่งในจุดชมแสงเหนือที่ดีที่สุดของโลก
2. Longyearbyen หมู่เกาะสฟาลบาร์ ประเทศนอร์เวย์
หากพูดถึงความมืดที่แท้จริง ลองเยียร์เบียนถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดดเด่นที่สุด
พื้นที่แห่งนี้อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมาก จึงมีช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำกว่าขอบฟ้าตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยช่วงมืดที่สุดอยู่ราวกลางพฤศจิกายนถึงปลายมกราคม
ในช่วงดังกล่าว ผู้คนใช้ชีวิตท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและแสงเหนือแทบตลอดทั้งวัน
3. Utqiagvik รัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา
เมืองนี้เคยใช้ชื่อว่า Barrow และเป็นเมืองที่อยู่เหนือสุดของสหรัฐอเมริกา
ทุกปีดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน และไม่กลับขึ้นมาอีกจนถึงปลายเดือนมกราคม รวมเวลาประมาณ 64–65 วัน
แม้จะไม่มีแสงอาทิตย์โดยตรง แต่ชาวเมืองยังคงมองเห็นแสงสลัวจาก Twilight และมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้บ่อยครั้ง
4. Murmansk ประเทศรัสเซีย
มูร์มันสค์เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล
ช่วงคืนขั้วโลกมักเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมจนถึงกลางหรือปลายเดือนมกราคม รวมเวลาประมาณ 40 วัน
แม้ต้องเผชิญความหนาวจัดและแสงอาทิตย์ที่หายไปหลายสัปดาห์ แต่เมืองท่าแห่งนี้ยังคงดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการขนส่งตามปกติ
คืนขั้วโลกต่างจากพระอาทิตย์เที่ยงคืนอย่างไร?
หลายคนมักสับสนระหว่างสองปรากฏการณ์นี้
- คืนขั้วโลก (Polar Night) คือช่วงที่ดวงอาทิตย์ไม่ขึ้นเหนือขอบฟ้าเลย
- พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) คือช่วงที่ดวงอาทิตย์ไม่ตกดิน แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วก็ตาม
ทั้งสองปรากฏการณ์เกิดจากการเอียงของแกนโลกเหมือนกัน แต่เกิดในคนละฤดูกาลและเป็นภาพตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
อ้างอิง:https://www.timeanddate.com/astronomy/polar-night.html?utm_source=chatgpt.com
https://www.visitnorway.com/places-to-go/northern-norway/polar-night/?utm_source=chatgpt.com
เขียนโดย Idea DD
กล้วยหอม...ผลไม้ธรรมดาที่มีดีมากกว่าความอิ่ม เติมพลัง ดูแลหัวใจ และช่วยเรื่องขับถ่าย
ประเทศจีนมีลอตเตอรี่หรือไม่?
ถอดรหัสลับจับพิรุธ: สู่ 7 พฤติกรรมที่คนโกหกมักพลาดตกม้าตาย
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
5 สัตว์ที่หลายคนกลัว แต่กลับกลายเป็นตัวละครขวัญใจคนทั่วโลก
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
ปรงภูเขา ไม้ดึกดำบรรพ์กลางป่า พืชโบราณที่ควรชมแต่ไม่ควรแตะ
ไขข้อแตกต่าง มะไฟ กับ ละไม ต่างกันอย่างไร?ผลไม้หน้าตาคล้ายกัน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
5 สัตว์ที่หลายคนกลัว แต่กลับกลายเป็นตัวละครขวัญใจคนทั่วโลก


