จำได้ไหม Hi5 ยุคที่ Top Friends สำคัญกว่าไลก์บน Facebook
ก่อนยุคไลก์ แชร์ และสตอรี คนไทยจำนวนมากเคยใช้ Hi5 เป็นพื้นที่โชว์ตัวตน แต่งโปรไฟล์ ใส่เพลง และลุ้นว่าใครจะวางเราไว้ใน Top Friends
สำหรับคนที่โตมากับอินเทอร์เน็ตช่วงปลายยุค 2000 ชื่อ Hi5 ไม่ได้เป็นแค่เว็บไซต์เก่า แต่เป็นความทรงจำของยุคที่การมีหน้าโปรไฟล์สวย ๆ สำคัญพอ ๆ กับการมีตัวตนบนโลกออนไลน์
กลับจากโรงเรียนหรือเลิกงาน หลายคนเปิดคอมพิวเตอร์ เช็กคอมเมนต์หน้าโปรไฟล์ เปลี่ยนพื้นหลัง ใส่โค้ดตกแต่ง ใส่เพลงโปรดให้เล่นอัตโนมัติ แล้วแอบเข้าไปดูหน้าใครบางคนซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องกดไลก์อะไรเลย
วันนี้พฤติกรรมเหล่านั้นอาจดูเชย แต่ในเวลานั้นมันคือโซเชียลมีเดียเต็มรูปแบบของคนรุ่นหนึ่ง
Hi5 เคยเป็นพื้นที่แสดงตัวตนก่อนยุค Facebook
Hi5 เปิดตัวในปี 2003 และเคยเป็นหนึ่งในโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เติบโตแรงมากในหลายภูมิภาค รวมถึงเอเชียและลาตินอเมริกา ช่วงหนึ่งเคยถูกพูดถึงในฐานะเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ของโลก ก่อนที่ Facebook จะขยายตัวจนกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักของผู้ใช้จำนวนมาก
ในไทย ช่วงประมาณปี 2006–2010 คือช่วงที่หลายคนรู้จัก Hi5 มากที่สุด เว็บนี้ไม่ได้เด่นเพราะฟีดข่าวแบบปัจจุบัน แต่เด่นตรง “หน้าโปรไฟล์” ที่เป็นเหมือนห้องส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต
ใครชอบเพลงอะไรก็ใส่เพลงนั้น ใครชอบสีอะไร ธีมแบบไหน รูปแบบตัวอักษรแบบใด ก็แต่งออกมาได้ตามสไตล์ของตัวเอง
บางหน้าโปรไฟล์เปิดมาแล้วเพลงดังทันที บางหน้ามีพื้นหลังระยิบระยับ บางคนแต่งจนโหลดช้า แต่ก็ยังภูมิใจ เพราะมันคือพื้นที่ที่บอกว่า “นี่แหละ ตัวตนของฉัน”
Top Friends ฟีเจอร์เล็กที่เคยมีผลต่อความรู้สึกจริง
สิ่งที่หลายคนจำได้ดีที่สุดคือ Top Friends
บนหน้าจออาจเป็นเพียงรายชื่อเพื่อนไม่กี่คน แต่ในความรู้สึกของผู้ใช้ยุคนั้น มันมีความหมายมากกว่าการเรียงชื่อธรรมดา เพราะการได้อยู่ใน Top Friends ของใครสักคนเหมือนถูกบอกว่า “เธอสำคัญนะ”
บางคนจัดอันดับเพื่อนสนิทจริง บางคนใส่คนที่แอบชอบ บางคนใส่แฟน บางคนเปลี่ยนลำดับตามอารมณ์ และบางครั้งการถูกถอดออกจาก Top Friends ก็ทำให้เกิดอาการงอนกันจริง
ถ้ามองจากวันนี้ Top Friends อาจคล้ายกับการถูกเพิ่มใน Close Friends บน Instagram หรือการที่ใครสักคนกดหัวใจให้เราบ่อย ๆ บนแพลตฟอร์มใหม่ เพียงแต่ยุคนั้นทุกอย่างเปิดเผยกว่า เห็นชัดกว่า และตีความกันตรง ๆ กว่า
นี่คือเหตุผลที่หลายคนยังจำได้ว่า Top Friends เคยสำคัญกว่าไลก์บน Facebook เสียอีก เพราะมันไม่ได้วัดแค่ความนิยม แต่มันวัด “ตำแหน่งของเราในใจใครบางคน” แบบที่เห็นได้บนหน้าโปรไฟล์
ทำไม Facebook ถึงค่อย ๆ แทนที่ Hi5
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Facebook ได้รับความนิยมมากขึ้นในไทยและทั่วโลก
Facebook ใช้งานเรียบง่ายกว่า ไม่ต้องแต่งหน้าโปรไฟล์ด้วยโค้ด ไม่ต้องเข้าไปดูทีละหน้าเพื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังทำอะไร เพราะ News Feed รวมความเคลื่อนไหวของทุกคนมาไว้หน้าเดียว
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นี่คือความสะดวกที่เปลี่ยนพฤติกรรมครั้งใหญ่ จากเดิมที่เรา “เข้าไปเยี่ยมโปรไฟล์” กลายเป็นการ “ไถฟีด” เพื่อดูชีวิตคนอื่นแบบต่อเนื่อง
เมื่อสมาร์ตโฟนเริ่มกลายเป็นอุปกรณ์หลัก Facebook ก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะเหมาะกับการอัปเดตเร็ว คอมเมนต์เร็ว แชร์เร็ว และเชื่อมกับชีวิตประจำวันได้ง่ายกว่า
ในปี 2010 สื่อไทยอย่าง Bangkok Post รายงานว่า Facebook ในไทยมีสมาชิกประมาณ 1.34 ล้านบัญชี และไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ Facebook เติบโตเร็วมากช่วงนั้น ต่อมาในปี 2011 ข้อมูลจาก The Egg ระบุว่า Facebook กลายเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมอันดับหนึ่งในไทย ขณะที่ Hi5 ยังอยู่ในอันดับรองลงมา
ส่วนตัว Hi5 เองก็เปลี่ยนทิศทางไปมาก หลังจากถูก Tagged ซื้อกิจการในปี 2011 แพลตฟอร์มค่อย ๆ ขยับจากภาพจำเดิมของเว็บโปรไฟล์วัยรุ่น ไปสู่แนว social discovery เกม และการพบปะผู้คนใหม่ ๆ มากขึ้น
จากหน้าโปรไฟล์ สู่ฟีด รูปภาพ และวิดีโอสั้น
ถ้ามองย้อนกลับไป Hi5 ไม่ได้หายไปแค่เพราะคนเบื่อ แต่เพราะวิธีใช้โซเชียลของคนเปลี่ยนไป
ยุค Hi5 คนอยากมี “หน้าบ้านออนไลน์” ที่แต่งเองได้
ยุค Facebook คนอยากรู้ว่าเพื่อนทำอะไรแบบเรียลไทม์
ยุค Instagram คนอยากเล่าเรื่องด้วยภาพ
ยุค TikTok คนอยากดูและเล่าชีวิตผ่านวิดีโอสั้น
แพลตฟอร์มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งหนึ่งยังเหมือนเดิม คือคนยังอยากมีพื้นที่ให้คนอื่นเห็นตัวตน อยากรู้ว่าใครสนใจเรา และอยากรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนในความสัมพันธ์ของคนรอบตัว
ต่างกันแค่ว่า สมัย Hi5 เราดูจาก Top Friends
สมัย Facebook เราดูจากไลก์และคอมเมนต์
สมัย Instagram เราดูจากคนดูสตอรี
สมัย TikTok เราดูจากยอดวิวและคนแชร์
รูปแบบเปลี่ยน แต่ความรู้สึกพื้นฐานแทบไม่เปลี่ยนเลย
ทำไม Hi5 ยังอยู่ในความทรงจำของคนไทย
เหตุผลที่ Hi5 ยังถูกพูดถึงเสมอ ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีล้ำที่สุด แต่เพราะมันผูกกับช่วงวัยที่อินเทอร์เน็ตยังรู้สึกสนุก สดใหม่ และเป็นส่วนตัวกว่าวันนี้
การแต่งหน้าโปรไฟล์เองทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าโลกออนไลน์มีพื้นที่ของตัวเองจริง ๆ การใส่เพลงทำให้หน้าเว็บมีอารมณ์ การมี Top Friends ทำให้ความสัมพันธ์ถูกมองเห็น และการรอคอมเมนต์จากใครบางคนก็ทำให้คืนธรรมดาดูมีความหมายขึ้นมา
วันนี้เราอาจมีแอปที่เร็วกว่า ฉลาดกว่า และเชื่อมต่อผู้คนได้มากกว่าเดิม แต่ความรู้สึกตอนเปิดหน้า Hi5 แล้วได้ยินเพลงโปรดของตัวเองดังขึ้นมา อาจเป็นสิ่งที่โซเชียลยุคใหม่ให้แทนได้ยาก
ถ้าเคยผ่านยุคนั้นมา คำถามหนึ่งคงตอบยากกว่าที่คิด
ตอนเล่น Hi5 คุณใช้เพลงอะไรบนหน้าโปรไฟล์ และใครเคยอยู่ใน Top Friends ของคุณ?
แหล่งที่มา:แหล่งที่มา: hi5 / Tagged, TechCrunch, Bangkok Post, The Egg, Wired
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ฉีดอสุจิเข้ากะโหลกศีรษะ พฤติกรรมสืบพันธุ์สุดโหดของ “หมึกกล้วยน้ำลึก”
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
สัตว์เป็น LGBTQ+ ได้ไหมในมุมวิทยาศาสตร์
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
พาสตาฟาเรียน ศาสนาที่มีพระเจ้าเป็นเส้นสปาเกตตี
10 ข้อมูลสำคัญที่ไม่ควรส่งให้ AI เสี่ยงข้อมูลส่วนตัวและความลับรั่วไหล
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
สูดอากาศดาราใส่ถุงขาย…เกือบ 2 ล้าน เรื่องเหลือเชื่อที่แฟนคลับแย่งกันประมูล
เรื่องราวของ “Arbre du Ténéré” ต้นไม้ที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก
อำเภอที่อยู่ห่างไกลมาก แต่มีความเจริญรุ่งเรืองมากเป็นพิเศษ
ฉีดอสุจิเข้ากะโหลกศีรษะ พฤติกรรมสืบพันธุ์สุดโหดของ “หมึกกล้วยน้ำลึก”
สัตว์เป็น LGBTQ+ ได้ไหมในมุมวิทยาศาสตร์
จีนเทาคือใคร ทำไมต้องเรียกว่าเทา
"หมู่บ้านเส้นตรง"ในประเทศโปแลนด์ ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก!
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
ไขความลับเบื้องหลังไพ่ทาโรต์: ทำไมภาพบนไพ่ถึงทายเรื่องราวในชีวิตเราได้เป๊ะขนาดนั้น




