หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

7 ความเชื่อที่เคยถูกมองว่าเป็นวิทยาศาสตร์ แต่วันนี้รู้แล้วว่าผิด

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

บางความเชื่อที่วันนี้ฟังแล้วแปลกมาก เคยถูกมองว่าเป็นคำอธิบายจริงจังของยุคหนึ่ง ไม่ใช่แค่ข่าวลือหรือเรื่องเล่าขำ ๆ แต่เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเคยเชื่อ ใช้ และส่งต่อกันจริง

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ว่า “คนสมัยก่อนเชื่อได้อย่างไร” แต่คือหลายความเชื่อเคยดูสมเหตุสมผลในบริบทของเวลานั้น เพราะยังไม่มีเครื่องมือ ไม่มีความรู้เรื่องเชื้อโรค ไม่มีการทดลองที่รัดกุม หรือยังมีอคติทางสังคมปนอยู่กับคำอธิบายทางการแพทย์

หนึ่งในตัวอย่างที่คนไทยคุ้นหูคือความเชื่อว่าผู้หญิงกับผู้ชายมีจำนวนซี่โครงไม่เท่ากัน โดยเฉพาะความเชื่อว่าผู้ชายมีซี่โครงน้อยกว่า ความจริงแล้วมนุษย์โดยทั่วไปมีซี่โครง 12 คู่ รวม 24 ซี่ ไม่ได้แบ่งตามเพศแบบที่หลายคนเคยได้ยินมา แน่นอนว่าบางคนอาจมีซี่โครงเกินหรือมีความแตกต่างทางกายวิภาคเฉพาะบุคคลได้ แต่กรณีเหล่านั้นไม่ใช่หลักฐานว่าชายหญิงมีจำนวนซี่โครงตามความเชื่อเก่า

อีกเรื่องที่ชวนแปลกใจคือมะเขือเทศเคยถูกมองว่าเป็นของอันตรายในยุโรปบางยุค ผลไม้สีแดงที่วันนี้อยู่ในซอส สลัด พิซซ่า และอาหารบ้าน ๆ ทั่วโลก เคยถูกเรียกในทำนองว่าเป็น “แอปเปิลพิษ” ส่วนหนึ่งมาจากความหวาดระแวงต่อพืชตระกูลใกล้เคียงกับพืชมีพิษ และอีกทฤษฎีหนึ่งโยงกับจานพิวเตอร์ของชนชั้นสูงที่มีตะกั่ว เมื่ออาหารเป็นกรดอย่างมะเขือเทศสัมผัสภาชนะประเภทนั้น อาจทำให้ตะกั่วปนออกมา แล้วความผิดถูกโยนไปให้มะเขือเทศแทน

ความเชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นเองจากสิ่งไม่มีชีวิตก็เคยอยู่ในความคิดมนุษย์มายาวนาน คนเคยอธิบายว่าหนอนเกิดจากเนื้อเน่า หรือสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากโคลนและของเสียได้เอง แนวคิดนี้เรียกว่า spontaneous generation แต่ภายหลังการทดลองของหลุยส์ ปาสเตอร์ โดยเฉพาะการใช้ขวดคอหงส์ ช่วยแสดงให้เห็นว่าเชื้อจุลินทรีย์ไม่ได้เกิดขึ้นเองจากความว่างเปล่า หากเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งปนเปื้อนที่มีอยู่ก่อน

เรื่องการล้างมือก็เคยเป็นประเด็นที่ถูกต่อต้านอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกวันนี้การล้างมือก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หรือก่อนดูแลผู้ป่วยเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ในศตวรรษที่ 19 อิกนาซ เซมเมลไวส์ แพทย์ชาวฮังการีพบว่าการล้างมือด้วยสารฆ่าเชื้อช่วยลดการเสียชีวิตจากไข้หลังคลอดได้มาก แนวคิดนี้กลับถูกแพทย์จำนวนไม่น้อยปฏิเสธ เพราะมันกระทบความเชื่อเดิมและทำให้แพทย์รู้สึกเหมือนถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แพร่โรค

อีกวิธีรักษาที่เคยถูกใช้แพร่หลายคือการปล่อยเลือดออกจากร่างกาย หรือ bloodletting ผู้คนเคยเชื่อว่าการเอาเลือดออกช่วยกำจัดของเสียหรือปรับสมดุลในร่างกาย วิธีนี้ถูกใช้กับอาการหลากหลาย ตั้งแต่การเจ็บป่วยทั่วไปไปจนถึงโรคที่แพทย์ยุคนั้นยังอธิบายไม่ได้ แต่ในหลายกรณี การทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดกลับยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแรงลง

ความฝันของนักเล่นแร่แปรธาตุที่อยากเปลี่ยนโลหะธรรมดาให้เป็นทองก็เคยถูกมองว่าเป็นภารกิจจริงจัง ไม่ใช่แฟนตาซีแบบในนิยายเท่านั้น หลายคนตามหาศิลานักปราชญ์และทดลองกับสารต่าง ๆ ด้วยความหวังว่าจะเปลี่ยนโลหะราคาถูกให้กลายเป็นทองคำได้ แม้เป้าหมายแบบนั้นไม่สำเร็จตามความเชื่อเดิม แต่การลองผิดลองถูก การกลั่น การสกัด และการสังเกตปฏิกิริยาของสาร กลายเป็นหนึ่งในทางเดินที่ช่วยปูพื้นให้เคมีสมัยใหม่

หนึ่งในความเชื่อที่สะท้อนอคติทางเพศอย่างชัดเจนคือทฤษฎี “มดลูกเคลื่อนที่” หรือ wandering womb ในโลกแพทย์โบราณ มีความเชื่อว่าอาการป่วยหรือความทุกข์ทางอารมณ์ของผู้หญิงเกิดจากมดลูกที่เคลื่อนที่ไปทั่วร่างกาย แนวคิดนี้เกี่ยวพันกับการวินิจฉัยกว้าง ๆ อย่าง hysteria ซึ่งถูกใช้กับผู้หญิงมายาวนาน ทั้งที่หลายอาการควรถูกมองด้วยความเข้าใจทางกาย จิตใจ และสังคมที่ซับซ้อนกว่านั้น

เมื่อมองรวมกัน ทั้ง 7 เรื่องไม่ได้ทำให้วิทยาศาสตร์ดูน่าหัวเราะ แต่กลับทำให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ที่ดีต้องยอมเปลี่ยนเมื่อมีหลักฐานที่แข็งแรงกว่าเข้ามา ความรู้ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง และบางครั้งสิ่งที่ดูน่าเชื่อมากในยุคหนึ่ง ก็อาจเป็นเพียงคำอธิบายที่ยังมีข้อมูลไม่พอ

ยุคนี้ข้อมูลเดินทางเร็วกว่าเดิมมาก เรื่องที่ดูเหมือนจริงอาจถูกแชร์ต่อภายในไม่กี่นาที บทเรียนจากความเชื่อเก่า ๆ จึงยังใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “เรื่องนี้ฟังแปลกไหม” แต่คือ “มีหลักฐานอะไรทำให้เชื่อได้จริง”

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 134 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างสถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้าสสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทยจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยรวมไอเดียตั้งชื่อสุนัขสุดกวน ฟังแล้วจำง่าย ไม่ซ้ำใครแน่นอนสืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงรายได้ 10 สายการบินชั้นนำ3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมของขวัญยอดนิยมที่สนมชอบส่งไปเพื่อแซะกันแซลมอนสด อาหารยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งคนญี่ปุ่นเคย "อี๋" มาก่อนงานวิจัย ม.เกียวโตเผย! ดมกลิ่นกุหลาบทุกวัน ช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อม?เมื่อของเล่นกลัวแท็บเล็ตแย่งความรัก พนักงานออฟฟิศ ก็กลัว Al แย่งงาน..
ตั้งกระทู้ใหม่