3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศไทย
ตัวเลข “จังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุด” ไม่ได้บอกแค่ว่าพื้นที่ไหนมีรายได้น้อย แต่สะท้อนปัญหาลึกกว่านั้น ทั้งโอกาสทำงาน การเดินทาง โครงสร้างเศรษฐกิจ และต้นทุนชีวิตของคนในพื้นที่
ข้อมูลปี 2567 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ระบุว่า 3 จังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดของประเทศ คือ แม่ฮ่องสอน ยะลา และปัตตานี
ตัวเลขสำคัญมีดังนี้
- แม่ฮ่องสอน 25.69%
- ยะลา 25.41%
- ปัตตานี 25.39%
เกณฑ์นี้วัดจากสัดส่วนประชากรที่มีรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคเฉลี่ยต่ำกว่าเส้นความยากจนของประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือนในปี 2567
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ คำว่า “จังหวัดยากจน” ไม่ได้แปลว่าทุกคนในจังหวัดนั้นยากจน และไม่ได้หมายความว่าพื้นที่นั้นไม่มีศักยภาพ แต่เป็นตัวเลขที่ชี้ว่าในจังหวัดนั้นมีประชากรกลุ่มเปราะบางอยู่ในสัดส่วนสูงกว่าพื้นที่อื่น
แม่ฮ่องสอนเป็นตัวอย่างชัดของความยากจนที่ผูกกับภูมิประเทศ จังหวัดนี้มีพื้นที่ภูเขาสูงและป่าไม้จำนวนมาก ทำให้การเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเข้าถึงบริการพื้นฐานมีต้นทุนสูงกว่าพื้นที่ราบในหลายจังหวัด
เมื่อการเดินทางยาก โอกาสทางเศรษฐกิจก็มักถูกจำกัดตามไปด้วย ทั้งเรื่องตลาดรับซื้อสินค้า การท่องเที่ยว การศึกษา งานประจำ และการลงทุนใหม่ ๆ หลายครัวเรือนยังพึ่งพาเกษตรกรรมหรือรายได้ไม่แน่นอน จึงเสี่ยงมากขึ้นเมื่อราคาสินค้าเกษตรผันผวนหรือฤดูกาลไม่เอื้อ
ส่วนยะลาและปัตตานีมีบริบทต่างออกไป แม้อยู่คนละภูมิประเทศกับแม่ฮ่องสอน แต่ต้องเจอกับโจทย์เศรษฐกิจชายแดนและความเปราะบางของพื้นที่มายาวนาน การลงทุน การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนเดินหน้าได้ไม่เต็มศักยภาพ
ในหลายพื้นที่ของภาคใต้ชายแดน รายได้ครัวเรือนยังเกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา ลองกอง และอาชีพท้องถิ่นที่ขึ้นกับราคาในตลาด เมื่อราคาขึ้นลงแรง คนที่มีรายได้ทางเดียวหรือมีเงินสำรองน้อยก็รับแรงกระแทกมากกว่า
จุดที่น่าสนใจคือ แม่ฮ่องสอนและปัตตานีถูกพูดถึงในกลุ่มจังหวัดที่เผชิญความยากจนเรื้อรังต่อเนื่องเป็นเวลานาน สะท้อนว่าโจทย์นี้ไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ด้วยเงินช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับระบบถนน งาน การศึกษา สุขภาพ ตลาด และโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่
ตัวเลขนี้จึงควรถูกอ่านแบบแยกชั้น
ชั้นแรก คือ รายได้และรายจ่ายของคนในครัวเรือน
ชั้นที่สอง คือ โครงสร้างพื้นที่ที่ทำให้หาเงินยากหรือมีต้นทุนชีวิตสูง
ชั้นที่สาม คือ โอกาสระยะยาว เช่น งานที่มั่นคง การศึกษาที่เข้าถึงได้ และระบบขนส่งที่เชื่อมคนกับตลาด
ถ้ามองแค่ชื่อจังหวัด อาจเผลอสรุปง่ายเกินไปว่าเป็นปัญหาของคนในพื้นที่ แต่เมื่อดูบริบทจริง จะเห็นว่าความยากจนจำนวนมากเกิดจากข้อจำกัดที่คนคนเดียวแก้เองได้ยาก เช่น ถนนไกล ตลาดไกล งานมีจำกัด หรือพื้นที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจมานาน
ประเด็นนี้จึงสำคัญกับคนทั้งประเทศ เพราะงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ ล้วนต้องอาศัยข้อมูลรายพื้นที่ที่แม่นพอ ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจรวมของจังหวัดเพียงอย่างเดียว
แม่ฮ่องสอน ยะลา และปัตตานี อาจอยู่คนละภูมิภาค แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือ “โอกาส” ยังไปไม่ถึงคนจำนวนหนึ่งอย่างเท่าเทียม ตัวเลขสัดส่วนคนจนจึงไม่ควรถูกใช้เพื่อมองพื้นที่ในแง่ลบ แต่ควรใช้เพื่อเห็นว่าพื้นที่ไหนต้องการการแก้ปัญหาที่ตรงจุดกว่าคำตอบแบบเดียวกันทั้งประเทศ
แหล่งที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, The Nation Thailand
อ้างอิง: https://www.nesdc.go.th/download/รายงานการวิเคราะห์สถาน/ , https://www.nationthailand.com/news/general/40055678
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
คลื่นความร้อนสูงระดับประวัติศาสตร์ถล่มยุโรป ยอดเสียชีวิตพุ่งเกินพันราย
รายได้ 10 สายการบินชั้นนำ
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
4 สะพานที่แหวกแนวที่สุดในโลก
