คดีพลิก! "ชาวอียิปต์โบราณไม่ได้ขี่อูฐ" เผยความจริงที่ฮอลลีวูดหลอกเรามานานนับปี
บ่อยครั้งที่ "ความจริง" ในความรับรู้ของคนเราไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่ถูกฉายซ้ำผ่านแสงเงาบนจอภาพยนตร์ ภาพจำของคนทั่วโลกเมื่อนึกถึงอารยธรรมอียิปต์โบราณ คือภาพทิวทัศน์ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง มีพีระมิดตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง และมีกองทัพอูฐเดินเยื้องย่างอย่างสง่างาม สื่อบันเทิงกระแสหลักโดยเฉพาะภาพยนตร์ฮอลลีวูดได้ทำการ "ประกอบสร้างความจริง" (Construction of Reality) ชุดนี้ขึ้นมาจนกลายเป็นภาพตัวแทนทางวัฒนธรรมที่ดูสมจริง ทว่าในแง่มุมของประวัติศาสตร์และโบราณคดี ภาพความจริงที่ภาพยนตร์มอบให้เรานั้น กลับเป็นความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่
หากมองผ่านเลนส์ของ วัฒนธรรมศึกษา (Cultural Studies) จะพบว่าความฉลาดแกมโกงของสื่อบันเทิงมักหยิบยกอัตลักษณ์และภาพลักษณ์ในยุคปัจจุบันของพื้นที่หนึ่ง ๆ มาจับคู่สวมทับเข้ากับอดีตอย่างไร้รอยต่อ เพื่ออธิบายหรือ "ยัดเยียด" ภาพความเป็นอื่น (Otherness) หรือความแปลกถิ่น (Exoticism) ของดินแดนตะวันออกกลางให้ชัดเจนขึ้นสำหรับผู้ชมฝั่งตะวันตก อูฐและทะเลทรายจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชิงสัญลักษณ์ในการเล่าเรื่อง เพื่อสร้างกลิ่นอายความลี้ลับและมนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมอียิปต์โบราณ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าในความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์แล้ว สัตว์ชนิดนี้อยู่คนละไทม์ไลน์กับการสร้างพีระมิดอย่างสิ้นเชิง
อูฐเดินทางมาถึงดินแดนฟาโรห์ "ช้ากว่าที่คิด"
ความจริงที่ชวนประหลาดใจและหักปากกาเซียนบทภาพยนตร์ทุกเรื่องคือ ในยุคสร้างพีระมิด (ประมาณ 2,500 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อารยธรรมอียิปต์โบราณเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดและมีการจารึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้มากมายนั้น ไม่มีอูฐอาศัยอยู่ในอียิปต์เลยแม้แต่ตัวเดียว ชาวอียิปต์โบราณในยุคทองนั้นไม่เคยเลี้ยง ใช้งาน หรือแม้แต่รู้จักอูฐในฐานะสัตว์พาหนะ
เมื่อสืบค้นตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กว่าที่อูฐจะเดินทางเข้ามามีบทบาทในดินแดนแห่งนี้ก็ล่วงเลยมาถึงประมาณ 900 ปีก่อนคริสตกาล (ตรงกับสมัยราชวงศ์ที่ 22) และการใช้อูฐอย่างแพร่หลายในฐานะสัตว์ขนส่งสินค้าข้ามทะเลทราย เพิ่งจะเริ่มกลายเป็นที่นิยมจริง ๆ ในช่วงที่อียิปต์ถูกยึดครองและปกครองโดยชาวต่างชาติ เช่น ชาวเปอร์เซีย และต่อมาคือยุคของชาวกรีก-โรมัน (ช่วง 500 – 300 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่พีระมิดสร้างเสร็จและตั้งตระหง่านผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วหลายพันปี
ไร้อูฐ... แล้วคนอียิปต์โบราณเดินทางและขนส่งอย่างไร?
เมื่อตัดภาพมายาที่ฮอลลีวูดประกอบสร้างขึ้นออกไป เราจะพบกับ "ความจริง" อีกชุดหนึ่งที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาและการจัดการทางวัฒนธรรมที่มีประสิทธิภาพสูงของชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศเชิงนิเวศวิทยาโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอูฐเลยแม้แต่น้อย
-
แม่น้ำไนล์ (เส้นทางสายเลือดหลัก): ในเชิงวัฒนธรรมศึกษา แม่น้ำไนล์ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งอุปโภคบริโภค แต่เป็น "ทางหลวงแผ่นดิน" ที่สำคัญที่สุด ชาวอียิปต์โบราณใช้ระบบคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก โดยต่อเรือขนาดใหญ่เพื่อลำเลียงหินและวัสดุก่อสร้างน้ำหนักมหาศาลจากเหมืองล่องไปตามลำน้ำมุ่งสู่ไซต์ก่อสร้างพีระมิด
-
ลา (Donkey) วีรบุรุษตัวจริงทางบก: สัตว์สี่เท้าที่เป็นฮีโร่ตัวจริงในวิถีชีวิตประจำวันและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือ "ลา" ชาวอียิปต์ใช้งานลามาตั้งแต่ยุคโบราณเพื่อบรรทุกสัมภาระ เดินทาง และติดต่อค้าขายทั้งในระยะใกล้และระยะไกล ภาพบนฝาผนังสุสานโบราณจึงเต็มไปด้วยภาพของลา ไม่ใช่ภาพของอูฐ
-
แรงงานคนและวิศวกรรมการลากเลื่อน: สำหรับการเคลื่อนย้ายก้อนหินมหึมาขึ้นมาสร้างศาสนสถาน พวกเขาพึ่งพาแรงงานมนุษย์ร่วมกับเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่ชาญฉลาด นั่นคือการใช้ตั่งเลื่อน (Sledges) ลากไปบนพื้นทราย โดยมีภูมิปัญญาในการราดน้ำลงบนทรายในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อลดแรงเสียดทาน ทำให้ทรายจับตัวแน่นและลื่นขึ้น ช่วยทุ่นแรงในการลากจูงได้อย่างมหาศาล
การรื้อถอนความเชื่อเรื่อง "อูฐกับพีระมิด" ในครั้งนี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานในภาควัฒนธรรมศึกษา ที่ทำให้เราเห็นว่า สื่อบันเทิงมีความสามารถในการ "บิดเบือนประวัติศาสตร์" เพื่อรับใช้ความบันเทิงและการตลาด จนทำให้ภาพลักษณ์ของอียิปต์ในยุคปัจจุบันกลายไปเป็นความจริงในอดีตอย่างผิดฝาผิดตัว การรับรู้ความจริงเชิงประวัติศาสตร์ที่แท้จริงช่วยให้เรามองเห็นคุณค่าของอารยธรรมอียิปต์โบราณอย่างลึกซึ้ง ว่าความยิ่งใหญ่ระดับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนั้น ถูกขับเคลื่อนและตรากตรำขึ้นมาจากมันสมอง พลังกายของมนุษย์ และเจ้าลาตัวเล็ก ๆ เท่านั้น หาใช่อูฐทะเลทรายตามที่มายากลของภาพยนตร์พยายามหลอกเรามาตลอดหลายทศวรรษ
เขียนโดย kyogisa
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไร
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
ทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?
ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
เสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ล
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น
อำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทย
ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?
กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไร
เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
ตามรอย 7 สถานที่จริงบนหน้าประวัติศาสตร์ เปิดบันทึกการเดินทางของ "อับราฮัม" จากคัมภีร์สู่โบราณคดี
รู็หรือไม่ว่า ช้างไม่ได้มี 4 เข่า เหมือนอย่างที่เข้าใจกันนะ
ถอดรหัสลับม้าทรง: อภินิหารข้ามภพภูมิหรือเทคโนโลยีทางสังคม
“บลูยีนส์” จากเครื่องแบบกรรมกร สู่สัญลักษณ์ระดับตำนาน




