หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เคยสงสัยไหม? ทำไมชื่อเดือนไทยถึงโคตรฉลาด แค่ฟังคำลงท้ายก็เดาได้เลยว่ามีกี่วัน!

เขียนโดย sansanti

เคยสงสัยไหม? ทำไมชื่อเดือนไทยถึงโคตรฉลาด แค่ฟังคำลงท้ายก็เดาได้เลยว่ามีกี่วัน!

สมัยเด็ก ๆ หลายคนคงเคยท่องชื่อเดือนแบบงง ๆ

มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน...

ท่องได้ก็จริง แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางเดือนลงท้ายด้วย "คม" บางเดือนลงท้ายด้วย "ยน" แล้วอยู่ดี ๆ กุมภาพันธ์ดันไม่เหมือนชาวบ้านเขาอีก?

ผมเองก็เคยคิดว่าเป็นแค่ชื่อที่ตั้งให้เพราะ ๆ เท่านั้น จนกระทั่งได้ลองไปหาข้อมูลดูจริง ๆ ถึงได้รู้ว่า ชื่อเดือนของไทยไม่ได้ถูกตั้งขึ้นแบบสุ่ม ๆ เลย แต่เต็มไปด้วยแนวคิดด้านภาษา ดาราศาสตร์ และการคำนวณเวลาอย่างน่าทึ่ง

ที่สำคัญคือ ชื่อเดือนแบบที่เราใช้กันทุกวันนี้ เพิ่งมีอายุราว ๆ ร้อยกว่าปีเท่านั้นเอง!

เมื่อก่อนคนไทยไม่ได้เรียก มกราคม กุมภาพันธ์

ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 คนไทยใช้ปฏิทินจันทรคติเป็นหลัก โดยอ้างอิงการโคจรของดวงจันทร์

ชื่อเดือนในอดีตจึงเรียกง่าย ๆ ว่า

ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงเดือน 12

แต่เมื่อสยามเริ่มติดต่อค้าขายและทำสนธิสัญญากับชาติตะวันตกมากขึ้น ระบบนับวันเวลาแบบเดิมเริ่มไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพราะฝั่งตะวันตกใช้ปฏิทินสุริยคติที่อิงการโคจรของโลกและดวงอาทิตย์

จึงเกิดการปรับปรุงระบบปฏิทินให้ทันสมัย และในช่วง พ.ศ. 2432 ได้มีการกำหนดชื่อเดือนแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นต้นแบบที่เราใช้มาจนถึงทุกวันนี้

"คม - ยน - พันธ์" ไม่ได้มีไว้ให้จำยาก

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ คำลงท้ายของชื่อเดือนมีความหมายซ่อนอยู่

เดือนที่ลงท้ายด้วย "คม"

ได้แก่

เดือนเหล่านี้มี 31 วัน

เดือนที่ลงท้ายด้วย "ยน"

ได้แก่

เดือนเหล่านี้มี 30 วัน

ส่วน "กุมภาพันธ์"

เป็นเดือนพิเศษที่มีเพียง 28 หรือ 29 วัน

เพราะฉะนั้นแค่จำคำลงท้ายให้ได้ ก็แทบไม่ต้องเปิดปฏิทินดูจำนวนวันอีกเลย

ยิ่งรู้ที่มาแล้วยิ่งรู้สึกว่าคนคิดระบบนี้เก่งมาก เพราะออกแบบให้ชื่อเดือนช่วยบอกข้อมูลในตัวเองไปด้วย

ชื่อเดือนมาจากจักรราศีบนท้องฟ้า

นอกจากคำลงท้ายแล้ว ส่วนหน้าของชื่อเดือนยังมีที่มาจากชื่อจักรราศีอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น

กล่าวง่าย ๆ คือชื่อเดือนของไทยเชื่อมโยงกับตำแหน่งการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ผ่านกลุ่มดาวจักรราศีตามแนวคิดทางดาราศาสตร์โบราณ

ฟังดูเหมือนเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วเราเห็นและใช้งานสิ่งเหล่านี้อยู่ทุกวันผ่านปฏิทินที่อยู่ในมือถือของเรานั่นเอง

สรุป

ยิ่งรู้ที่มาของชื่อเดือนไทย ยิ่งรู้สึกว่าภาษาไทยมีเสน่ห์มากกว่าที่คิด

จากที่เคยมองว่าเป็นแค่คำยาว ๆ ไว้ท่องจำ กลับกลายเป็นว่าทุกคำถูกออกแบบอย่างมีเหตุผล ทั้งเชื่อมโยงกับภาษาบาลี-สันสกฤต ความรู้ทางดาราศาสตร์ และยังซ่อน "รหัส" บอกจำนวนวันเอาไว้ด้วย

เรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญาที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง

หลังจากรู้เรื่องนี้แล้ว ทุกครั้งที่เห็นคำว่า "คม" หรือ "ยน" ในปฏิทิน ก็คงมองชื่อเดือนเหล่านี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปครับ

แล้วคุณล่ะ เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า? หรือมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยที่น่าสนใจอีก ลองมาแชร์กันได้เลยครับ 😊

แหล่งอ้างอิง

botlc.or.th
� �
thaiwords.app
Thai Reference
� �
lingua.website
Lingua
หมายเหตุ: นักวิชาการบางส่วนอธิบายรายละเอียดด้านรากศัพท์ของคำว่า "คม", "ยน" และ "พันธ์" แตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปนิยมใช้เป็นหลักช่วยจำจำนวนวันของแต่ละเดือนตามที่กล่าวข้างต้น

เนื้อหาโดย: sansanti
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sansanti's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย sansanti
สันติ เรียบเรียงวิเคราะห์เกี่ยวกับหวยลอตเตอรี่รัฐบาลโดยเรียบเรียงมาจากเว็บไซต์ต่างๆรวมทั้งข่าวเด่นประเด็นร้อนทุกข่าวที่น่าสนใจ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งโรงเรียนช่างกลที่เคยโด่งดังและมีชื่อเสียงมากในประเทศไทยอาเมียร์ ขาน ยืนยันแต่งงานอีกครั้ง 5 ก.ค. กับเการี สแปรตต์กระบี่ไม่ได้ดังแค่ทะเล ทำไม NASA ถึงหยิบภาพชายฝั่งไปอธิบายปลาโอปาห์ ทำไมปลาทะเลลึกชนิดนี้ถึงถูกเรียกว่าปลาเลือดอุ่นกินอิ่มแล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม เรื่องที่ไม่อันตรายเสมอไป แต่บางคนควรรอก่อนเท้าบวมไม่ได้แปลว่าแค่กินเค็มอย่างเดียว แต่โฆษณา “หายใน 15 นาที” ก็ต้องอ่านให้ดี10 อาชีพในสหรัฐฯ ที่ AI แทนยาก เพราะยังต้องใช้ทักษะมนุษย์แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69ทรัมป์บอกอีลอน มัสก์กลับมาเป็นเพื่อนอีกครั้ง หลังเคยแตกหักหนักเรื่องงบและรถ EVเขตชิบูย่าในโตเกียวเข้มงวดเรื่องการทิ้งขยะ โดยผู้ที่ทิ้งขยะจะถูกปรับ 2,000 เยนทันที5 โรงเรียนช่างกลเก่าในความทรงจำ ที่เลิกเปิดสอนไปแล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดอันดับประเทศที่ระบบน้ำประปาสะอาดที่สุดในโลกชวนลองเข้ามาดูประติมากรรมที่จะทำให้คุณต้องหยุดมองแล้วอุทานว่า “ว้าว!”อาเมียร์ ขาน ยืนยันแต่งงานอีกครั้ง 5 ก.ค. กับเการี สแปรตต์ปลาโอปาห์ ทำไมปลาทะเลลึกชนิดนี้ถึงถูกเรียกว่าปลาเลือดอุ่นกินอิ่มแล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม เรื่องที่ไม่อันตรายเสมอไป แต่บางคนควรรอก่อนเท้าบวมไม่ได้แปลว่าแค่กินเค็มอย่างเดียว แต่โฆษณา “หายใน 15 นาที” ก็ต้องอ่านให้ดี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
15 มหาวิทยาลัยของรัฐที่มีนิสิตนักศึกษามากที่สุดในประเทศไทยดอกกำปองดอกชนิดเดียวที่หายากที่สุดในไทยเมื่อ "เบาหวาน" ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำตาล: บันทึกชีวิต 5 ปีบนเส้นทางฟอกไตและความหวังที่ยังไม่เลือนหายยืมเงินญาติอย่างไรให้ไม่เสียทั้ง “เงิน” และ “มิตรภาพ”? บทเรียนจากกรณีแม่เลี้ยงเดี่ยว
ตั้งกระทู้ใหม่