ชื่อเดือนไทยซ่อนวิธีจำจำนวนวัน แค่ดูคำลงท้ายก็รู้ว่าเดือนไหนมี 30 หรือ 31 วัน
ชื่อเดือนอย่าง มกราคม เมษายน กันยายน หรือธันวาคม ไม่ได้เป็นแค่คำยาว ๆ ที่เราท่องกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะคำลงท้ายของแต่ละเดือนช่วยบอกได้คร่าว ๆ ว่าเดือนนั้นมี 30 วัน 31 วัน หรือเป็นเดือนพิเศษอย่างกุมภาพันธ์
จุดที่น่าสนใจคือ ชื่อเดือนแบบไทยที่ใช้กันทุกวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่เกี่ยวข้องกับปฏิทินสุริยคติ ชื่อราศี และการเลือกคำให้สอดคล้องกับจำนวนวันในเดือนนั้น ๆ
ก่อนจะมีชื่อเดือนแบบปัจจุบัน คนไทยคุ้นกับการเรียกเดือนตามปฏิทินจันทรคติ เช่น เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือน 3 เดือน 4 ไล่ไปจนถึงเดือน 12
ต่อมาเมื่อสยามเริ่มปรับระบบปฏิทินให้เข้ากับการนับวันแบบสากลมากขึ้น จึงมีการใช้ชื่อเดือนตามระบบสุริยคติ โดย Thai PBS ระบุว่าใน พ.ศ. 2432 มีการประกาศให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยในเวลานั้น และชื่อเดือนแบบสุริยคติไทยเกี่ยวข้องกับ “เทวะประติทิน” ของสมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ
จำแบบสั้น ๆ
- ลงท้าย “คม” = เดือนนั้นมี 31 วัน
- ลงท้าย “ยน” = เดือนนั้นมี 30 วัน
- “กุมภาพันธ์” = เดือนพิเศษ มี 28 วัน หรือ 29 วันในปีอธิกสุรทิน
ถ้าแยกเป็นกลุ่ม จะจำง่ายขึ้นมาก
| คำลงท้าย | จำนวนวัน | เดือน |
|---|---|---|
| คม | 31 วัน | มกราคม, มีนาคม, พฤษภาคม, กรกฎาคม, สิงหาคม, ตุลาคม, ธันวาคม |
| ยน | 30 วัน | เมษายน, มิถุนายน, กันยายน, พฤศจิกายน |
| พันธ์ | 28 หรือ 29 วัน | กุมภาพันธ์ |
เหตุผลที่ “คม” กับ “ยน” ใช้ต่างกัน เพราะชื่อเดือนจำนวนมากมาจากการนำชื่อราศีมารวมกับคำว่า “อาคม” หรือ “อายน” ซึ่งสื่อถึงการมาถึงของดวงอาทิตย์ในราศีนั้น ๆ โดย Thai PBS อธิบายว่า “อาคม” ใช้กับเดือนที่มี 31 วัน ส่วน “อายน” ใช้กับเดือนที่มี 30 วัน
ตัวอย่างที่เห็นง่ายคือ
มกราคม มาจาก “มกร” ที่เกี่ยวกับราศีมกร รวมกับ “อาคม” จึงเป็นเดือนที่มี 31 วัน
เมษายน มาจาก “เมษ” ที่เกี่ยวกับราศีเมษ รวมกับ “อายน” จึงเป็นเดือนที่มี 30 วัน
มิถุนายน มาจาก “มิถุน” ที่เกี่ยวกับราศีมิถุน รวมกับ “อายน” จึงมี 30 วัน
ธันวาคม มาจาก “ธนู” ที่เกี่ยวกับราศีธนู รวมกับ “อาคม” จึงมี 31 วัน
ส่วนกุมภาพันธ์เป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่ได้ลงท้ายด้วย “คม” หรือ “ยน” เหมือนเดือนอื่น ๆ โดยอธิบายกันว่าเกี่ยวข้องกับคำว่า “อาพันธ์” จึงกลายเป็นชื่อที่แยกออกมา และเป็นเดือนเดียวที่มีจำนวนวันไม่เท่ากันระหว่างปีปกติกับปีอธิกสุรทิน
สิ่งที่หลายคนอาจเข้าใจผิดคือ คำลงท้ายเหล่านี้ไม่ได้เป็นกฎภาษาไทยทั่วไปที่เอาไปใช้กับคำอื่นได้ทั้งหมด แต่เป็นหลักจำที่ใช้กับ “ชื่อเดือน” ในระบบปฏิทินไทยปัจจุบันเท่านั้น
ภาพรวมจึงน่าสนใจตรงที่ ชื่อเดือนไทยไม่ได้ให้แค่เสียงที่ไพเราะ แต่ยังใส่ข้อมูลไว้ในคำด้วย
ครั้งต่อไปถ้านึกไม่ออกว่า เมษายน มิถุนายน กันยายน หรือพฤศจิกายนมีกี่วัน แค่เห็นคำว่า “ยน” ก็จำได้ทันทีว่าเป็นเดือน 30 วัน ส่วนเดือนที่ลงท้าย “คม” ให้จำว่าเป็นกลุ่ม 31 วัน และกุมภาพันธ์ก็แยกไว้เป็นเดือนพิเศษเพียงเดือนเดียว
อ้างอิง: https://www.thaipbs.or.th/now/content/280
เขียนโดย sansanti
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ที่มาและความสําคัญประวัติศาตร์คลองแสนแสบสายน้ําเส้นเลือดใหญ่คนเมือง
10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
ทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสด
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
เปิดประวัติหน้าที่อันตรายของเพื่อนเจ้าบ่าวในสมัยโบราณ
ทำไมวันฝนตกถึงชวนให้โรแมนติก? เข้าใจอารมณ์รักผ่านร่างกายและจิตใจ
เลขเด็ด 16 กรกฎาคม 2569 จาก ทุกสำนักดังทั่วไทย
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ควรหรือไม่เมื่อทานข้าวเสร็จแล้วทาลิปสติกบนโต๊อาหาร
รู้จัก “มะม่วงยักษ์” ผลไม้แปลก ลูกใหญ่กว่าที่เคยเห็น
ทำไมเราถึงรู้สึกอิจฉาคนอื่น ทั้งที่ชีวิตตัวเองก็ไม่ได้แย่? เมื่อสมองมนุษย์ชอบเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว
ทำไมบางคนชอบช่วยคนอื่น แต่กลับไม่ดูแลตัวเอง? เมื่อความใจดีอาจทำให้เราลืมตัวเอง

