ดาวศุกร์ ดาวนรกจริงหรือไม่?
ถ้ามนุษย์ต้องย้ายจากโลกไปอยู่ดาวดวงอื่น คุณคิดว่าดาวศุกร์คือตัวเลือกที่ดีหรือไม่?
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามเช้าหรือยามเย็น เราอาจเห็นดาวสุกสว่างดวงหนึ่งที่โดดเด่นกว่าดาวดวงอื่น ๆ ดาวดวงนั้นคือ "ดาวศุกร์" หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "ดาวประกายพรึก" ความสวยงามของมันทำให้มนุษย์หลงใหลมานานหลายพันปี แต่หากเราสามารถเดินทางไปยืนบนพื้นผิวของดาวศุกร์ได้จริง เราจะพบว่าภายใต้ความงดงามนั้น กลับเป็นโลกที่โหดร้ายราวกับนรก
ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดก็ตาม อุณหภูมิบนพื้นผิวสูงถึงประมาณ 465 องศาเซลเซียส ทั้งกลางวันและกลางคืน ร้อนมากพอที่จะหลอมละลายโลหะบางชนิดได้ บนดาวศุกร์เต็มไปด้วยพายุรุนแรง เมฆกรดซัลฟิวริก และภูเขาไฟจำนวนมากที่เชื่อว่ายังคงมีการปะทุอยู่ในปัจจุบัน
สาเหตุที่ดาวศุกร์ร้อนผิดปกติเกิดจากชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นอย่างมหาศาล ซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่าบรรยากาศโลกถึงประมาณ 92 เท่า บรรยากาศส่วนใหญ่ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกอย่างรุนแรง ความร้อนจากดวงอาทิตย์จึงถูกกักเก็บเอาไว้ ไม่สามารถระบายออกสู่อวกาศได้ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนดาวศุกร์ร้อนกว่าดาวพุธ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดเสียอีก
แม้สภาพแวดล้อมจะแตกต่างจากโลกอย่างสิ้นเชิง แต่ดาวศุกร์กลับถูกเรียกว่า "ฝาแฝดของโลก" เนื่องจากมีขนาดและมวลใกล้เคียงกับโลกมาก นอกจากนี้ ดาวศุกร์ยังมีลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือหมุนรอบตัวเองในทิศทางตรงกันข้ามกับดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ในระบบสุริยะ ทำให้หากยืนอยู่บนดาวศุกร์ เราจะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกและตกทางทิศตะวันออก
ในช่วงปี ค.ศ. 1961-1984 สหภาพโซเวียตได้ส่งยานสำรวจชุด "เวเนรา" (Venera) ไปยังดาวศุกร์มากกว่า 15 ภารกิจ ในระยะแรกหลายภารกิจล้มเหลว เนื่องจากเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าพอ และนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสภาพแวดล้อมที่แท้จริงของดาวศุกร์
ความสำเร็จครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1970 เมื่อยานเวเนรา 7 กลายเป็นยานอวกาศลำแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถลงจอดบนดาวเคราะห์ดวงอื่นและส่งข้อมูลกลับมายังโลกได้สำเร็จ แต่ภารกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ เวเนรา 13 ในปี ค.ศ. 1982 ซึ่งสามารถลงจอดบนพื้นผิวดาวศุกร์ ส่งภาพสีภาพแรกกลับมายังโลก วิเคราะห์องค์ประกอบของดินและหิน รวมถึงบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมบนพื้นผิวดาวเคราะห์ได้
ข้อมูลจากภารกิจเหล่านี้ทำให้มนุษย์ได้เห็นความจริงว่า ดาวศุกร์ไม่ใช่โลกเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์อย่างที่เคยจินตนาการกัน แต่เป็นโลกที่ร้อนจัด มีความดันมหาศาล และแทบไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตอย่างที่เรารู้จัก
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ยานสำรวจจะเดินทางไปถึงดาวศุกร์ นักวิทยาศาสตร์เคยจินตนาการถึงโลกอีกแบบหนึ่ง เนื่องจากเมฆหนาทึบที่ปกคลุมดาวศุกร์ทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็นพื้นผิวด้านล่างได้ หลายคนเคยคาดเดาว่าอาจมีป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ แม่น้ำ มหาสมุทร หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ใต้ทะเลเมฆเหล่านั้น
แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ความฝันเหล่านั้นก็สลายไป ดาวศุกร์กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของผลกระทบจากปรากฏการณ์เรือนกระจกที่รุนแรงที่สุดในระบบสุริยะ และอาจเป็นคำเตือนจากจักรวาลถึงโลกของเราว่า หากวันหนึ่งมนุษย์ไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โลกอาจเผชิญชะตากรรมที่แตกต่างจากดาวศุกร์มาก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลของบรรยากาศที่ทำให้ชีวิตบนโลกยังคงดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้
ที่มา www.lesa.biz.com
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
บ้านล่องหน Mirrorcube Treehotel ในสวีเดน ไอเดียเจ๋งเลยนะเนี่ย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ชาไทยติดอันดับโลก แล้วร้านไหนคือเบอร์ 1 ของประเทศไทย?
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
แอปเปิลถอด VK ออกจาก App Store รัสเซียขอคำชี้แจง
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
ส้มตำที่ใส่ขนมจีน ทำไมจึงเรียก "ตำซั่ว"
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา



