ลองทำ Digital Detox แล้วรู้ว่าเราอาจไม่ได้ขี้ลืม แค่สมองพักไม่พอ
เคยเป็นไหมครับ เดินเข้าไปในห้องแล้วลืมว่าเข้ามาทำไม หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะเช็กงาน แต่ไม่กี่นาทีต่อมากลับพบว่าตัวเองกำลังดูคลิปสั้นที่ไม่ได้เกี่ยวกับงานเลยแม้แต่นิดเดียว
หลายคนเริ่มถามตัวเองว่า นี่เรา “ขี้ลืม” ขึ้นจริง ๆ หรือสมองแค่เหนื่อยจากการรับข้อมูลทั้งวันกันแน่
ช่วงหลังคำว่า Digital Detox ถูกพูดถึงมากขึ้น แต่หลายคนยังนึกภาพว่ามันคือการปิดมือถือ หายไปจากโลกออนไลน์ หรือใช้ชีวิตแบบตัดขาดทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งฟังแล้วก็ยากจริงครับ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานผ่านมือถือ ตอบแชตลูกค้า ดูข่าว เช็กอีเมล หรือใช้โซเชียลเป็นส่วนหนึ่งของงาน
แต่ถ้าดูจากชีวิตจริง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “เราเล่นมือถือ” อย่างเดียว แต่อยู่ที่เราแทบไม่มีช่วงว่างให้สมองได้พักจากข้อมูลเลยมากกว่า
ตั้งแต่ตื่นนอน หลายคนเริ่มวันด้วยการไถฟีด ดูข่าว อ่านคอมเมนต์ เช็กดราม่า ตอบแชต แล้วค่อยลุกไปทำอย่างอื่น ระหว่างวันก็มีแจ้งเตือนเด้งเข้ามาเป็นระยะ พอสมองกำลังจะโฟกัสกับเรื่องหนึ่ง ก็มีเรื่องใหม่มาดึงไปอีกทาง
งานวิจัยด้านสมาร์ทโฟนและการแจ้งเตือนพบว่า notification สามารถรบกวนการควบคุมความสนใจและการทำงานของสมองที่ต้องใช้สมาธิได้ โดยเฉพาะในจังหวะที่เรากำลังทำงานที่ต้องคิดจริงจัง
กรมสุขภาพจิตก็เคยให้แนวทางเรื่อง Social Detox ว่าไม่ได้หมายถึงการเลิกใช้โซเชียลตลอดไป แต่คือการใช้อย่างสมดุลมากขึ้น เพื่อให้มีเวลาจดจ่อกับชีวิตจริง อารมณ์สงบขึ้น และเชื่อมโยงกับตัวเองหรือคนรอบข้างมากขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจคือ Digital Detox อาจไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำแล้วชีวิตดีขึ้นทันทีสำหรับทุกคน งานทบทวนและวิเคราะห์อภิมานใน Scientific Reports ปี 2025 พบว่า การงดใช้โซเชียลชั่วคราวยังไม่พบผลชัดเจนต่ออารมณ์เชิงบวก อารมณ์เชิงลบ หรือความพึงพอใจในชีวิตโดยรวม และนักวิจัยชี้ว่ายังต้องศึกษาเพิ่ม เพราะผลแต่ละงานไม่เหมือนกัน
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหักดิบแล้วเครียดกว่าเดิม ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนครับ สำหรับหลายคน วิธีที่เหมาะกว่าอาจเป็นการ “ลดการถูกรบกวน” มากกว่าการ “เลิกใช้”
ลองเริ่มจากเรื่องเล็กมาก ๆ เช่น ปิดแจ้งเตือนแอปที่ไม่จำเป็น ตั้งช่วง 15–30 นาทีแรกหลังตื่นนอนเป็นเวลายังไม่เปิดฟีด หรือวางมือถือไว้นอกโต๊ะทำงานตอนต้องทำงานที่ใช้สมาธิ ถ้าทำไม่ได้ทั้งวัน อย่างน้อยทำเป็นบางช่วงก็ยังช่วยให้สมองได้มีจังหวะต่อเนื่องมากขึ้น
อีกวิธีที่ง่ายแต่ได้ผลคือสร้าง “พื้นที่ไม่รับข้อมูล” เช่น ตอนกินข้าว ตอนเข้าห้องน้ำ ก่อนนอน 30 นาที หรือช่วงเดินสั้น ๆ ระหว่างวัน เพราะหลายครั้งเราไม่ได้เหนื่อยจากงานอย่างเดียว แต่เหนื่อยจากการไม่มีช่องว่างให้สมองเรียงลำดับสิ่งที่เพิ่งเจอมา
หลายคนอาจสังเกตว่า เราจำเรื่องดราม่าในโซเชียลได้แม่นกว่าเรื่องที่ตั้งใจจะทำวันนี้เสียอีก ไม่ใช่เพราะดราม่าสำคัญกว่าเสมอไป แต่เพราะมันถูกออกแบบมาให้ดึงความสนใจได้ไว มีภาพ มีอารมณ์ มีคอมเมนต์ และมีเรื่องใหม่มาต่อเรื่อย ๆ ต่างจากงานจริงที่ต้องใช้สมาธิต่อเนื่องกว่า
ตรงนี้ไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่าใครลืมบ่อยเพราะเล่นมือถืออย่างเดียว อาการลืมง่าย สมาธิลดลง หรือเหนื่อยล้าทางใจ อาจเกี่ยวกับการนอน ความเครียด ภาวะสุขภาพ หรือภาระงานสะสมด้วย หากเริ่มกระทบชีวิตประจำวันมาก ควรคุยกับบุคลากรสุขภาพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้บทความหรือคลิปสั้นเป็นคำตอบสุดท้าย
สิ่งที่ Digital Detox ให้เราอาจไม่ใช่การหายไปจากโลกออนไลน์ แต่คือการได้กลับมาถามตัวเองว่า “วันนี้เราเลือกเสพข้อมูลเอง หรือปล่อยให้ข้อมูลเลือกเราอยู่ตลอดเวลา” แค่เริ่มปิดเสียงบางแอป วางมือถือให้ไกลมือขึ้นนิด และมีช่วงที่ไม่ต้องอัปเดตอะไรเลยบ้าง สมองก็อาจได้พื้นที่หายใจมากกว่าที่คิด
https://www.tiktok.com/@lalyn_lyla/video/7535076422738578706
ที่มาข้อมูล
-
กรมสุขภาพจิต (คำแนะนำการใช้สื่อดิจิทัล)
-
กรุงเทพธุรกิจ (สรุปเทรนด์ Digital Detox)
-
TikTok (คลิปกระแสวิเคราะห์พฤติกรรม)
แหล่งที่มา: กรมสุขภาพจิต / WHO Europe / Scientific Reports / งานวิจัยด้าน smartphone notifications
อ้างอิง:
https://mhc7.dmh.go.th/13/01/2025/20267/
https://www.who.int/europe/publications/i/item/WHO-EURO-2025-12187-51959-79685
https://www.nature.com/articles/s41598-025-90984-3
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9671478/
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับ
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
5 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพปี 2026 ที่น่าจับตา
เจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุด
โอกาสทำเงินของ Gen Z ในวงการอีสปอร์ต
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
เสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลัก
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทย





