เมืองใต้ดินนาอูร์ ที่ซ่อน 300 ห้องใต้หมู่บ้านฝรั่งเศส
ใต้หมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ นาอูร์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส มีอุโมงค์และห้องใต้ดินที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งหมด แต่เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ขุดและขยายต่อกันมานานหลายศตวรรษ จนกลายเป็นเมืองหลบภัยใต้ดินที่มีห้องราว 300 ห้อง และทางเดินหลายสายซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน
สถานที่แห่งนี้รู้จักกันในชื่อ Cité souterraine de Naours หรือเมืองใต้ดินแห่งนาอูร์ อยู่ในแคว้นซอมม์ของฝรั่งเศส ห่างจากปารีสไปทางเหนือราว 2 ชั่วโมง พื้นที่ด้านล่างเป็นชั้นหินปูนที่เอื้อต่อการขุดเจาะ เดิมเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองหิน ก่อนที่ชาวบ้านจะค่อย ๆ ใช้เป็นที่ซ่อนตัวในช่วงที่ภูมิภาคนี้เผชิญการรุกรานและสงครามบ่อยครั้ง
ชาวบ้านท้องถิ่นเรียกอุโมงค์ลักษณะนี้ว่า Muches ซึ่งหมายถึง “ที่ซ่อน” ชื่อนี้บอกหน้าที่ของมันได้ชัดเจน เพราะที่นี่ไม่ใช่ถ้ำไว้เดินชมเล่น แต่เคยเป็นพื้นที่เอาชีวิตรอดของคนทั้งชุมชน ในช่วงที่กองทัพหรือกลุ่มปล้นสะดมเคลื่อนผ่านหมู่บ้าน คนและสัตว์เลี้ยงสามารถลงไปหลบอยู่ใต้ดินพร้อมเสบียงได้
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานที่ระบุว่า ในช่วงที่เมืองใต้ดินนาอูร์ใช้งานถึงจุดสูงสุด มีทางเดินหรือแกลเลอรี 28 สาย และห้องประมาณ 300 ห้อง ตัวพื้นที่ถูกใช้งานตั้งแต่ยุคกลางจนถึงราวศตวรรษที่ 17 ก่อนจะค่อย ๆ ถูกทิ้งร้างและลืมเลือนไปตามกาลเวลา
สิ่งที่ทำให้นาอูร์น่าสนใจ ไม่ใช่แค่จำนวนห้อง แต่คือการจัดพื้นที่ใต้ดินให้เหมือนเมืองขนาดย่อม ภายในมีพื้นที่รวมตัว บ่อน้ำ โบสถ์ ห้องเก็บของ คอกสัตว์ และส่วนที่เกี่ยวกับการทำอาหาร บางจุดมีระบบระบายควันจากเตาอบที่ออกแบบให้ควันไม่ลอยขึ้นมาเปิดเผยตำแหน่งของคนที่ซ่อนอยู่ด้านล่างง่าย ๆ
ถ้ามองจากพื้นดิน นาอูร์อาจดูเหมือนหมู่บ้านฝรั่งเศสทั่วไป แต่ใต้พื้นดินกลับเป็นเครือข่ายหลบภัยที่สะท้อนความไม่มั่นคงของยุโรปในอดีต โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสที่เคยเป็นเส้นทางเดินทัพและสมรภูมิซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมืองใต้ดินจึงเป็นหลักฐานว่า ชีวิตของชาวบ้านธรรมดาในยุคนั้นต้องคิดเรื่องการหนี การซ่อน และการรักษาเสบียงไว้ตลอดเวลา
หลังจากยุโรปเข้าสู่ช่วงที่สงบขึ้น เมืองใต้ดินแห่งนี้ถูกปิดตายและหายไปจากความทรงจำของผู้คน จนกระทั่งปี ค.ศ. 1887 บาทหลวงท้องถิ่นชื่อ Abbé Danicourt ค้นพบทางเข้าอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มสำรวจและทำให้สถานที่นี้กลับมาเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งประวัติศาสตร์ใต้ดินของฝรั่งเศส
อีกชั้นหนึ่งของประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 1 เมืองใต้ดินนาอูร์ไม่ได้ถูกใช้เป็นฐานทัพหรือโรงพยาบาลอย่างที่เคยเล่าต่อกันในบางแหล่ง แต่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่า ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลังแนวรบของทหารฝ่ายสัมพันธมิตร โดยเฉพาะทหารออสเตรเลีย อังกฤษ และชาติในเครือจักรภพที่เดินทางมาเยี่ยมชมระหว่างพักจากแนวหน้า
สิ่งที่ทหารเหล่านั้นทิ้งไว้คือรอยขีดเขียนบนผนังหินปูน ทั้งชื่อ ยศ เมืองเกิด หน่วยทหาร และวันที่มาเยือน มีการพูดถึงจารึกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 หลายพันชิ้น จน Naours ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแหล่งรวม graffiti ของทหารยุคนั้นที่สำคัญมากแห่งหนึ่งบนแนวรบตะวันตก
รอยเขียนเหล่านี้ทำให้เมืองใต้ดินนาอูร์มีความหมายมากกว่าสถานที่หลบภัย เพราะมันเก็บเสียงของคนธรรมดาที่กลายเป็นทหารในสงครามใหญ่ บางคนเขียนชื่อไว้เหมือนบอกว่า “ฉันเคยมาถึงที่นี่” บางชื่อพาไปถึงบ้านเกิดอีกซีกโลกหนึ่ง โดยเฉพาะทหารออสเตรเลียที่เดินทางไกลมาสู้รบในยุโรป
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบประวัติศาสตร์ นาอูร์จึงต่างจากถ้ำสวยงามทั่วไป เพราะจุดเด่นไม่ได้อยู่ที่หินงอกหินย้อย แต่อยู่ที่การเห็นร่องรอยการเอาตัวรอดของชุมชน และร่องรอยของทหารในสงครามโลกซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เดินผ่านห้องหนึ่งอาจเห็นภาพของชาวบ้านที่ซ่อนตัวจากกองทัพยุคกลาง แต่อีกผนังหนึ่งกลับเป็นชื่อทหารจากปี 1916 หรือ 1917
ถ้าสนใจโครงสร้างใต้ดินในฝรั่งเศส ยังมีสถานที่อื่นที่น่าไปต่อยอด เช่น สุสานใต้ดินปารีส ซึ่งเป็นเหมืองหินเก่าที่ถูกปรับเป็นที่เก็บกระดูกมนุษย์จำนวนมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และกลุ่มหมู่บ้านถ้ำในแถบลุ่มแม่น้ำลัวร์ ที่ใช้หน้าผาหินปูนเป็นบ้าน โรงบ่มไวน์ และพื้นที่ใช้งานจริงมานานหลายร้อยปี
เสน่ห์ของเมืองใต้ดินนาอูร์อยู่ตรงความเงียบของมัน ยิ่งรู้ว่าใต้หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้เคยมีคนหลบภัยเป็นพันคน เคยมีสัตว์ เสบียง โบสถ์ และต่อมายังมีชื่อทหารสงครามโลกสลักอยู่บนผนัง ความมืดใต้ดินจึงไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยร่องรอยของคนที่พยายามเอาชีวิตรอดในช่วงเวลาที่ยากที่สุดของประวัติศาสตร์
แหล่งที่มา: Cité souterraine de Naours / INRAE-INRAP / Australian War Memorial / Sir John Monash Centre
อ้างอิง: เว็บไซต์ทางการของ Cité souterraine de Naours, INRAP, Australian War Memorial และ Sir John Monash Centre
เขียนโดย puypuy
ทำไมเปิดไฟกลางคืนแล้วแมลงบินมารุมเต็มหลอดในไม่กี่นาที
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
คลื่นความร้อนฝรั่งเศสทำไฟดับ 68,000 หลังคาเรือน
ทำไมรถหรูที่เศรษฐีไทยใช้จริง อาจไม่ใช่ซูเปอร์คาร์
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
นายกฯ ญี่ปุ่นถูกประท้วงกลางพิธีโอกินาวา ปมมาตรา 9 และไต้หวัน
เชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหาย
ทำไมกล้วยหนึ่งหวีถึงสุกไล่กัน ทั้งที่ซื้อมาเขียวพร้อมกัน
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
อีกาฉลาดกว่าที่เห็น 4 ความสามารถที่ทำให้นกสีดำชนิดนี้ไม่ธรรมดา
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
ทำไมเปิดไฟกลางคืนแล้วแมลงบินมารุมเต็มหลอดในไม่กี่นาที
อนุทินสั่งล้างผลสอบท้องถิ่นลอตมีปัญหา แม้บรรจุแล้วก็ต้องตรวจใหม่
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
คลื่นความร้อนฝรั่งเศสทำไฟดับ 68,000 หลังคาเรือน
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
พระนางพิมพา มุมเงียบในพุทธประวัติที่หลายคนมองข้าม






