10 เรื่องบนอวกาศที่ฟังดูเหมือนนิยาย แต่เกิดขึ้นจริง
อวกาศเป็นสถานที่ที่ทำให้คำว่า “เป็นไปไม่ได้” ดูเหมือนจะต้องคิดใหม่หลายรอบ
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนอกโลกบางอย่างฟังดูเหมือนฉากในหนังไซไฟ
ทั้งดาวที่มีฝนประหลาด วัตถุที่หนาแน่นอย่างเหลือเชื่อ ไปจนถึงเวลาที่เดินไม่เท่ากัน
และนี่คือ 10 เรื่องที่น่าสนใจจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง
1. ฝนบนดาวดวงอื่นอาจไม่เหมือนฝนบนโลก
บนโลก เราคุ้นกับฝนที่ตกลงมาเป็นหยดน้ำ แต่ดาวเคราะห์แต่ละแห่งมีสภาพแวดล้อมแตกต่างกันมาก จึงเกิดปรากฏการณ์ที่แปลกออกไปได้
ตัวอย่างเช่น ดาวศุกร์มีเมฆที่ประกอบด้วยกรดซัลฟิวริก และมีการตกของหยดกรดในชั้นบรรยากาศ แต่เนื่องจากอุณหภูมิบริเวณพื้นผิวสูงมาก หยดเหล่านั้นสามารถระเหยก่อนถึงพื้น
ส่วนบนไททัน ดวงจันทร์ขนาดใหญ่ของดาวเสาร์ มีวัฏจักรของ มีเทน ที่คล้ายกับวัฏจักรน้ำบนโลก มีเมฆ ฝน และแม่น้ำ แต่สิ่งที่ไหลอยู่บนพื้นผิวไม่ใช่น้ำ เป็นของเหลวไฮโดรคาร์บอนอย่างมีเทนและอีเทน
2. มีดาวเคราะห์ที่วันหนึ่งยาวกว่าหนึ่งปี
ดาวศุกร์ใช้เวลาประมาณ 243 วันของโลกในการหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบ แต่ใช้เวลาประมาณ 225 วันของโลกในการโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ
พูดง่าย ๆ คือ หากนิยาม “วัน” จากการหมุนรอบตัวเอง ดาวศุกร์มีวันยาวกว่าหนึ่งปี
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองในทิศตรงข้ามกับดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ในระบบสุริยะ ทำให้ดวงอาทิตย์บนดาวศุกร์ดูเหมือนขึ้นทางทิศตะวันตกและตกทางทิศตะวันออก
3. มีดาวที่หนาแน่นจนหนึ่งช้อนชาหนักมหาศาล
ดาวนิวตรอน เกิดจากแกนกลางของดาวฤกษ์มวลมากที่ยุบตัวลงหลังเหตุการณ์ซูเปอร์โนวา
วัตถุชนิดนี้มีขนาดเพียงระดับไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่สามารถมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์
สสารภายในถูกบีบอัดอย่างรุนแรงจนมีความหนาแน่นมหาศาล หากนำสสารดาวนิวตรอนปริมาณเล็กน้อยมาเทียบกับสิ่งของบนโลก น้ำหนักจะสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ จนแทบเหมือนวัตถุจากนิยายวิทยาศาสตร์
4. มีดาวเคราะห์ที่ฝนตกเป็นแก้ว
ดาวเคราะห์นอกระบบ HD 189733 b เป็นดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 64 ปีแสง
นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่าสภาพบรรยากาศของมันร้อนจัดและมีลมความเร็วสูงมาก
โดยมีงานวิจัยเสนอว่าอนุภาคซิลิเกตในบรรยากาศอาจควบแน่นเป็นอนุภาคคล้ายแก้ว
จึงมีการอธิบายเชิงภาพว่า หากเกิดการตกของอนุภาคเหล่านี้ในสภาพลมรุนแรง
ก็อาจมีลักษณะคล้าย ฝนแก้วที่พัดไปด้านข้าง
ฟังดูเหมือนฉากในหนัง แต่เป็นผลจากการศึกษาบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบจริง ๆ
5. หลุมดำไม่ได้เป็นเครื่องดูดฝุ่นของจักรวาล
ภาพจำของหลุมดำมักเหมือนหลุมขนาดยักษ์ที่ดูดทุกสิ่งเข้าไป แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น
หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกับวัตถุอื่นที่มีมวล หากดวงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยหลุมดำที่มี มวลเท่ากัน โลกจะยังคงโคจรรอบตำแหน่งเดิมได้ในหลักการ เพียงแต่ระบบสุริยะจะไม่มีแสงและความร้อนจากดวงอาทิตย์อีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้หลุมดำแตกต่างคือ เมื่อวัตถุเข้าใกล้บริเวณที่เรียกว่า ขอบฟ้าเหตุการณ์ มากพอ การกลับออกมาอาจเป็นไปไม่ได้ แม้แต่แสงก็ไม่สามารถหลบหนีได้
6. เวลาไม่ได้เดินเท่ากันทุกที่
นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่เป็นผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์
ความเร็วและแรงโน้มถ่วงมีผลต่อการวัดเวลา นาฬิกาที่อยู่ในบริเวณที่มีแรงโน้มถ่วงต่างกันจึงสามารถเดินด้วยอัตราที่แตกต่างกันเล็กน้อย
เรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง เพราะระบบ GPS ต้องคำนึงถึงผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของทั้งความเร็วของดาวเทียมและความแตกต่างของแรงโน้มถ่วงระหว่างดาวเทียมกับพื้นโลก หากไม่แก้ไขผลดังกล่าว ระบบระบุตำแหน่งจะเกิดความคลาดเคลื่อนอย่างรวดเร็ว
7. มีดวงจันทร์ที่มีทะเลและแม่น้ำ แต่ไม่มีน้ำ
ไททัน ดวงจันทร์ขนาดใหญ่ของดาวเสาร์ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในระบบสุริยะ
บนพื้นผิวมีแม่น้ำ ทะเลสาบ และทะเลจริง เพียงแต่ของเหลวเหล่านั้นไม่ได้ประกอบด้วยน้ำเป็นหลัก แต่เป็น มีเทนและอีเทนในสถานะของเหลว
ขณะที่น้ำบนโลกทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญของวัฏจักรน้ำ ไททันมีวัฏจักรของมีเทนแทน มีการระเหย การก่อตัวของเมฆ และการตกลงสู่พื้นผิว
เหมือนมีโลกอีกใบที่ยืมโครงสร้างของโลกมา แต่เปลี่ยน “น้ำ” เป็น “มีเทน”
8. มนุษย์ที่เดินทางไปในอวกาศพอกลับมาแล้วพบว่ามีความสูงเพิ่มขึ้น
เมื่อมนุษย์อยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักเป็นเวลานาน กระดูกสันหลังจะยืดตัวมากขึ้น เพราะแรงโน้มถ่วงไม่ได้กดกระดูกสันหลังเหมือนตอนอยู่บนโลก
นักบินอวกาศจึงอาจมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้หลายเซนติเมตรระหว่างอยู่ในอวกาศ
แต่เมื่อกลับมายังโลกและได้รับแรงโน้มถ่วงตามปกติ กระดูกสันหลังจะกลับเข้าสู่สภาพเดิม ทำให้ความสูงลดลงกลับมาใกล้เคียงก่อนเดินทาง
9. มนุษย์สามารถเห็นอดีตด้วยการมองท้องฟ้า
แสงไม่ได้เดินทางมาถึงโลกทันที แต่ต้องใช้เวลา
แสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลาประมาณ 8 นาที 20 วินาที เดินทางมายังโลก หมายความว่าเรามองเห็นดวงอาทิตย์ในภาพจากเมื่อกว่า 8 นาทีก่อน
เมื่อมองดาวที่อยู่ไกลออกไป เรากำลังมองแสงที่เดินทางมาเป็นเวลาหลายปี หลายร้อยปี หรือแม้แต่หลายพันล้านปี
ดังนั้นกล้องโทรทรรศน์จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของจักรวาล
10. มนุษย์กำลังมองเห็นจักรวาลในวัยเยาว์
จักรวาลมีอายุประมาณ 13,800 ล้านปี และนักดาราศาสตร์สามารถสังเกตแสงจากวัตถุที่อยู่ไกลมากจนแสงของมันใช้เวลาเดินทางมายังเรานานนับพันล้านปี
กล้องโทรทรรศน์อวกาศอย่าง James Webb Space Telescope จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายภาพดาวสวย ๆ แต่ยังใช้ศึกษากาแล็กซีในยุคแรก ๆ ของจักรวาล เพื่อทำความเข้าใจว่าดาวและกาแล็กซีเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไร
ยิ่งมองไกลออกไป ก็ยิ่งเหมือนกำลังเปิดหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ของจักรวาลย้อนกลับไปทีละหน้า
อวกาศจึงเต็มไปด้วยเรื่องที่ฟังดูเหมือนนิยาย ทั้งฝนที่ไม่ใช่น้ำ ทะเลที่ไม่มีน้ำ ดาวที่หนาแน่นอย่างเหลือเชื่อ และเวลาที่ไม่ได้เดินเหมือนกันทุกแห่ง
บางทีสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอาจไม่ใช่การที่จักรวาลมีเรื่องแปลก ๆ ซ่อนอยู่มากมาย แต่คือ หลายเรื่องที่ฟังดูเหลือเชื่อที่สุด กลับเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์สามารถตรวจวัดและอธิบายได้จริง
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
จากภูมิปัญญาชาวบ้าน สู่ “นวดไทย” ที่คนทั่วโลกรู้จัก
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
ทำไมพระพุทธเจ้าจึงสอนให้รู้จักปล่อยวาง
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
แอปสอนภาษากำลังเปลี่ยนเพราะ AI
ต้นไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูก มีที่มาอย่างไร
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?
อุปมาตาบอดคลำช้างกับการยึดติดในมุมมอง
เลขแห่งวันออกพรรษา + ฤกษ์ดาวอาทิตย์ 16 ส.ค. 69 — มองความสัมพันธ์งวดพิเศษผสมการคำนวณ
ทำไมคนไทยจำนวนมากจึงเชื่อรีวิวจากผู้ใช้จริงมากกว่าคำโฆษณาจากดาราและแบรนด์
จากภูมิปัญญาชาวบ้าน สู่ “นวดไทย” ที่คนทั่วโลกรู้จัก
10อันดับมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ได้รับความ นิยมและเป็นที่จดจำในไทยยุค 80


