หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กระทรวงแพทยาคม หน่วยงานโบราณที่ถูกเปรียบเป็นกระทรวงเวทมนตร์ของไทย


เขียนโดย Mstar81

รู้กันรึเปล่าว่า ในอดีตไทยเคยมีหน่วยงานหนึ่งที่คนยุคนี้มักเอามาเปรียบเทียบแบบสนุก ๆ ว่าเป็นเหมือน “กระทรวงเวทมนตร์” ของไทย

แต่หน่วยงานนี้ไม่ได้ใช้ชื่อว่ากระทรวงเวทมนตร์โดยตรง ชื่อที่ถูกพูดถึงคือ “กระทรวงแพทยาคม” หรือบางบันทึกเรียกว่า “ศาลกระทรวงแพทยา” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องไสยศาสตร์ คุณไสย เวทมนตร์อาคม และความเชื่อในลักษณะนี้

วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับกระทรวงแพทยาคม หรือหน่วยงานโบราณที่หลายคนเรียกเล่น ๆ ว่าเป็นกระทรวงเวทมนตร์ของไทยในอดีต ว่าแท้จริงแล้วมีบทบาทอย่างไร และเหตุใดหน่วยงานลักษณะนี้จึงค่อย ๆ หมดความสำคัญลงในช่วงการปฏิรูประบบราชการและศาลสมัยรัชกาลที่ 5

กระทรวงแพทยาคม คืออะไร?

คำว่า “แพทยาคม” มักถูกอธิบายว่ามาจากคำว่า “แพทย” และ “อาคม” รวมกัน โดย “แพทย” หมายถึงหมอหรือผู้รักษาโรค ส่วน “อาคม” ในบริบทความเชื่อหมายถึงเวทมนตร์หรือคาถาอาคม เมื่อนำมารวมกันจึงถูกตีความว่าเกี่ยวข้องกับผู้รู้เรื่องการรักษา โรคภัย และความเชื่อเรื่องอาคมในสังคมโบราณ

อย่างไรก็ตาม คำว่า “กระทรวง” ในบริบทเก่าไม่ได้เหมือนกระทรวงในความหมายของระบบราชการปัจจุบันเสียทีเดียว ในเอกสารโบราณมักพบคำที่สะกดหรือใช้ในความหมายใกล้เคียงกับหน่วยงานหรือศาลที่รับพิจารณาเรื่องเฉพาะด้านมากกว่า

ตามข้อมูลที่ถูกเล่าต่อกันมา กระทรวงแพทยาคมหรือศาลกระทรวงแพทยาไม่ปรากฏชัดว่าเริ่มมีขึ้นในสมัยใดแน่นอน แต่มีการกล่าวถึงบริบทของคดีประเภทคุณไสย เสน่ห์ยาแฝด การฝังรูปด้วยวิทยาคม และข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องเวทมนตร์อาคมในสังคมไทยโบราณ

คำว่า “วิทยาคม” เองก็น่าสนใจ เพราะโดยทั่วไปอาจเข้าใจได้ว่าเกี่ยวกับความรู้และอาคม แต่คำว่า “อาคม” ในบางบริบทก็มีความหมายเกี่ยวกับการมาถึงด้วย ดังนั้นคำว่า “วิทยาคม” หรือ “พิทยาคม” ที่พบในชื่อโรงเรียนจำนวนมาก จึงไม่ได้หมายถึงเวทมนตร์เสมอไป แต่อาจสื่อถึงการมาถึงของความรู้มากกว่า

 

ในบันทึกและคำอธิบายเกี่ยวกับศาลกระทรวงแพทยา มีการกล่าวถึงหน้าที่ในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องกระสือ กระหัง การทำเวทมนตร์อาคม การใส่ว่านยา การทำเสน่ห์ยาแฝด ยาเมา หรือการทำให้แท้ง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ชีวิต รวมถึงคดีที่พราหมณ์ โยคี หรือผู้เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมเป็นโจทก์จำเลยกัน

ถ้าคดีเกิดขึ้นในหัวเมือง ก็มีการกล่าวถึงขุนหมื่นกรมแพทยาหัวเมืองในฐานะผู้พิจารณา เรื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ในสังคมไทยโบราณ ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเรื่องเล่าชาวบ้านเท่านั้น แต่บางกรณียังเข้าไปเกี่ยวพันกับระบบกฎหมายและการพิจารณาคดีด้วย

กระทรวงแพทยาคม หรือศาลกระทรวงแพทยา จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจในฐานะภาพสะท้อนของสังคมไทยยุคเก่า ที่ความเชื่อ การแพทย์ พิธีกรรม และกฎหมายยังทับซ้อนกันอยู่มาก ต่างจากระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันที่แยกหน้าที่ชัดเจนกว่าเดิม

 

ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ หน่วยงานลักษณะนี้ถูกลดบทบาทลงเรื่อย ๆ โดยมีการกล่าวถึงการเปลี่ยนจากศาลกระทรวงแพทยาเป็นศาลกรมแพทยาในช่วงรัชกาลที่ 3 ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีการปฏิรูประบบศาลและระบบราชการครั้งใหญ่

การเปลี่ยนแปลงในยุคนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามปรับประเทศให้ทันสมัย และจัดระเบียบกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับโลกใหม่มากขึ้น หน่วยงานหรือศาลที่เกี่ยวข้องกับคดีไสยศาสตร์แบบเดิมจึงค่อย ๆ หมดบทบาทลง และถูกยกเลิกไปในที่สุด

เพราะฉะนั้น ถ้าจะบอกว่าไทยเคยมีกระทรวงเวทมนตร์ ก็ควรเข้าใจว่าเป็นการเปรียบเทียบแบบร่วมสมัย ไม่ใช่กระทรวงเวทมนตร์แบบในนิยายหรือระบบราชการยุคปัจจุบัน แต่เป็นร่องรอยของหน่วยงานโบราณที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีความด้านความเชื่อ อาคม และไสยศาสตร์ในสังคมไทยยุคก่อน

เรื่องนี้จึงไม่ได้มีแค่ความแปลกน่าสนใจเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นว่า ระบบกฎหมายของไทยเคยผูกพันกับโลกความเชื่ออย่างใกล้ชิดเพียงใด ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบศาลและราชการแบบสมัยใหม่

 

เนื้อหาโดย: Mstar81

แหล่งที่มา: มติชนสุดสัปดาห์ / Sanook Campus
อ้างอิง: https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_460881 / https://www.sanook.com/campus/1401991/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mstar81's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 71 ครั้ง
เขียนโดย Mstar81
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
องคุลิมาล จากโจรผู้คนหวาดกลัว สู่พระอรหันต์หลังได้ยินคำว่า “หยุด”5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยพญานาคในลุ่มน้ำโขง จากตำนานสายน้ำสู่ความเชื่อที่ยังอยู่ในชีวิตคนไทยพญานาคอยู่ที่ไหนตามความเชื่อโบราณ ทำไมจึงผูกกับสายน้ำห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการอาหารไทยที่กำลังสูญหาย5 ขนมไทยคุ้นปาก ทำไมยังอยู่ในใจคนไทยทุกยุคมอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวันรูเล็ก ๆ บนห่วงเปิดกระป๋องน้ำอัดลม มีไว้ทำอะไรกันแน่?รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันถั่วแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร เลือกกินให้ได้ประโยชน์มากขึ้นเที่ยวญี่ปุ่นให้สบายใจขึ้น มารยาทเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวควรรู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาหารไทยที่กำลังสูญหายทำไมเค้กโบราณถึงยังครองใจคนไทย ทั้งที่รสชาติไม่ได้หวือหวา?หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมห้างสรรพสินค้าไทยที่เติบโตจากธุรกิจเล็กสู่ระดับประเทศจุดเริ่มต้นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากไอเดียของชายคนหนึ่ง สู่อาหารที่คนทั้งโลกกินกันทุกวันวิธีหาต้นบอนไซตามธรรมชาติ เคล็ดลับที่นักเล่นบอนไซมือเก๋าใช้กันทำไมเด็กชอบเอากาวลาเท็กซ์มาทามือแล้วลอก? เรื่องเล่นๆ ที่ซ่อนความสนุกทางสมองเอาไว้
ตั้งกระทู้ใหม่