เมราปี ภูเขาไฟอินโดนีเซียที่ยังปะทุและถูกจับตาใกล้ชุมชน
เมราปีไม่ได้อันตรายเพราะเป็นภูเขาไฟสูงใหญ่ที่สุดในโลก แต่อันตรายเพราะมันยังขยับอยู่จริง และอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีคนใช้ชีวิตจำนวนมากบนเกาะชวา
ภูเขาไฟลูกนี้ตั้งอยู่ทางตอนกลางของเกาะชวา ไม่ไกลจากยอกยาการ์ตา เมืองสำคัญด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย ชื่อ “Merapi” มักแปลกันว่า “ภูเขาแห่งไฟ” ฟังดูเหมือนชื่อในตำนาน แต่สำหรับคนที่อยู่แถวนั้น มันคือภูเขาจริงที่ต้องเฝ้าดูทุกวัน
ข้อมูลจาก Smithsonian Global Volcanism Program ระบุว่า เมราปีเป็นภูเขาไฟที่ยังมีการปะทุต่อเนื่อง โดยช่วงการปะทุรอบปัจจุบันเริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2020 และกิจกรรมในระยะหลังเกี่ยวข้องกับโดมลาวา เถ้าภูเขาไฟ หินร้อนที่ถล่มลงมาตามไหล่เขา รวมถึงกระแสไพโรคลาสติกในบางช่วง
น่ากลัวตรงนี้แหละ
กระแสไพโรคลาสติกไม่ใช่ลาวาไหลช้า ๆ แบบที่หลายคนจินตนาการ แต่เป็นมวลแก๊สร้อน เถ้าถ่าน และเศษหินภูเขาไฟที่พุ่งลงมาตามลาดเขาด้วยความเร็วสูง NASA Earth Observatory เคยอธิบายว่า อันตรายสำคัญของเมราปีคือกระแสไพโรคลาสติกและลาฮาร์ หรือโคลนภูเขาไฟ ซึ่งสร้างความเสียหายซ้ำ ๆ ในประวัติศาสตร์ของภูเขาไฟลูกนี้
เหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อเมราปีกลับมาอยู่ในความทรงจำของคนจำนวนมาก คือการปะทุใหญ่ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2010 USGS ระบุว่า การปะทุครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 341 คน บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 2,000 หลัง และมีประชาชนเกือบ 350,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นภาพชัดกว่าแค่คำว่า “อันตราย”
ถึงอย่างนั้น รอบเมราปีก็ยังมีชุมชนอยู่จำนวนมาก เหตุผลหนึ่งคือดินภูเขาไฟมีแร่ธาตุสูง เหมาะกับการทำเกษตร ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยจึงยังผูกชีวิตไว้กับพื้นที่นี้ ทั้งที่รู้ว่าบางปีอาจต้องเก็บของหนีเถ้าถ่าน ลาฮาร์ หรือคำสั่งอพยพจากทางการ
อินโดนีเซียเองก็อยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก ทำให้ประเทศนี้มีภูเขาไฟ सक्रियจำนวนมาก การเฝ้าระวังจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นงานประจำของหน่วยงานด้านธรณีวิทยา เช่น PVMBG และ BPPTKG ที่ติดตามสัญญาณแผ่นดินไหว การเปลี่ยนรูปของภูเขาไฟ ก๊าซ และการเติบโตของโดมลาวา
เมราปีจึงไม่ควรถูกเล่าแบบภูเขาไฟลึกลับที่พร้อมระเบิดตลอดเวลา แต่ควรถูกมองในฐานะภูเขาไฟมีพลังที่อยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างใกล้ชิดเกินกว่าจะประมาทได้
ในโลกยังมีภูเขาไฟที่ถูกจับตาอีกหลายแห่ง เช่น คิลาเวอาในฮาวาย เอตนาในอิตาลี หรือเยลโลว์สโตนในสหรัฐฯ แต่เมราปีมีจุดที่ต่างออกไป คือความถี่ของกิจกรรมภูเขาไฟ ประวัติความเสียหาย และระยะห่างจากชุมชนที่ไม่ไกลนัก
ภูเขาไฟลูกนี้เลยไม่ได้เป็นแค่ภาพสวยของควันเหนือยอดเขา แต่เป็นบททดสอบยาวนานของการอยู่กับธรรมชาติที่ยังไม่เคยหลับสนิท
แหล่งที่มา: Smithsonian Global Volcanism Program, USGS, NASA Earth Observatory, Encyclopaedia Britannica
อ้างอิง: https://volcano.si.edu/volcano.cfm?vn=263250, https://www.usgs.gov/observatories/hvo/news/volcano-watch-thousands-saved-accurate-eruption-forecasts-mount-merapi, https://science
ค่าจ้างสตั๊นท์แมนในไทย ได้เท่าไรต่อวัน และต้องเสี่ยงกับอะไรบ้าง
ร่างกายต้องการ “ธาตุเหล็ก” แต่ทำไมเรากินเหล็กก่อสร้างแทนไม่ได้?
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
ในหลวงทรงสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะ ๘ รูป รวมถึงท่านพระอาจารย์ชยสาโร พระสงฆ์ชาวต่างชาติรูปแรก ที่ได้สมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
นึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัต
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
จากความสนุกสู่เสียงวิจารณ์ เพื่อนเจ้าสาวถูกปาไข่–สาดแป้งกลางงานแต่ง
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด
7 ของลดราคาในห้างที่ดูคุ้ม แต่บางครั้งอาจทำให้เราเสียเงินเกินจำเป็น
นักดนตรีกลางคืนได้เงินเท่าไร? เปิดเรตเล่นร้านอาหาร ผับ และงานอีเวนต์
นึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัต
ร่างกายต้องการ “ธาตุเหล็ก” แต่ทำไมเรากินเหล็กก่อสร้างแทนไม่ได้?
จากความสนุกสู่เสียงวิจารณ์ เพื่อนเจ้าสาวถูกปาไข่–สาดแป้งกลางงานแต่ง
Viking Row คืออะไร? ท่าพายเรือที่รวมใจชาวนอร์เวย์ในฟุตบอลโลก 2026
