หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“อาหารที่ดูเหมือนเสีย แต่ยิ่งเก่ายิ่งแพง”


เขียนโดย Djung

เปิดกระป๋องซูร์สตรอมมิ่งทีหนึ่ง บางคนต้องถอยหลัง แต่ในสวีเดน นี่คือของกินตามฤดูกาลที่มีวัน “เปิดฤดูกิน” กันจริงจังในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

อาหารบางอย่างจึงตัดสินจากกลิ่นอย่างเดียวไม่ได้

ของที่ดูคล้ายเสีย ขึ้นรา สีคล้ำ หรือเหนียวเป็นเมือก อาจเป็นอาหารที่ผ่านการหมักและบ่มแบบควบคุม ไม่ใช่ของเน่าเสียแบบที่ควรโยนทิ้งทันที ความต่างอยู่ที่วัตถุดิบ เกลือ อุณหภูมิ เวลา และจุลินทรีย์ที่ใช้ในกระบวนการนั้น ๆ

  1. ไข่เยี่ยวม้า

ไข่เยี่ยวม้าดูชวนลังเลตั้งแต่ผ่าครึ่ง ไข่ขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มใสคล้ายวุ้น ส่วนไข่แดงกลายเป็นสีเทาเขียว เนื้อแน่นและมีกลิ่นเฉพาะตัว

แต่ชื่อ “ไข่ร้อยปี” ไม่ได้แปลว่าต้องเก็บไว้ร้อยปีจริง ๆ Britannica อธิบายว่าเป็นไข่ที่ผ่านการถนอมด้วยสภาพด่าง ทำให้เนื้อไข่และรสชาติเปลี่ยนไปจากไข่สดทั่วไป นิยมกินกับโจ๊ก ขิงดอง หรือใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารจีนหลายเมนู

 

  1. บลูชีส

เส้นสีฟ้าเขียวในบลูชีสอาจทำให้คนไม่คุ้นคิดว่าเป็นชีสขึ้นราเสียแล้ว แต่ราในบลูชีสเป็นราที่ตั้งใจใส่เข้าไปในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะกลุ่ม Penicillium roqueforti ซึ่งเป็นเชื้อสำคัญของชีสเส้นฟ้าหลายชนิด

จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ “ราที่ตั้งใจบ่ม” กับ “ราที่ขึ้นภายหลังเพราะเก็บไม่ดี” ไม่ใช่ว่าชีสขึ้นราแบบไหนก็กินได้หมด ถ้ากลิ่นเปลี่ยนไปแรงผิดปกติ เนื้อเยิ้ม สีราขึ้นแปลก หรือดูไม่น่าไว้ใจ ก็ควรหยุดกิน ไม่ต้องฝืนพิสูจน์ความกล้า

 

  1. นัตโตะ

นัตโตะของญี่ปุ่นเป็นถั่วเหลืองหมักที่คนรักก็รักไปเลย คนไม่ไหวก็วางตะเกียบตั้งแต่คำแรก จุดจำง่ายคือกลิ่นแรง เนื้อเหนียว และเส้นยืด ๆ ที่เกิดตอนคนถั่ว

Britannica ระบุว่านัตโตะทำจากถั่วเหลืองต้มที่หมักด้วยแบคทีเรีย Bacillus subtilis natto จนเกิดเนื้อสัมผัสเหนียวและกลิ่นเฉพาะ นิยมกินกับข้าว โดยเฉพาะมื้อเช้าในญี่ปุ่น

ดูเหมือนเสีย แต่ไม่ใช่เสีย

 

  1. กิมจิ

กิมจิไม่ได้เป็นแค่ผักดองรสเผ็ดเปรี้ยว แต่เป็นอาหารหมักที่อยู่กับครัวเกาหลีมานาน รสของกิมจิเปลี่ยนไปตามเวลา จากสด กรอบ เผ็ดหอม ไปจนถึงเปรี้ยวจัดขึ้นเมื่อหมักนานขึ้น

ข้อมูลจาก Britannica ระบุว่ากิมจิเกิดจากการหมักแบบกรดแลกติก จึงมีรสเปรี้ยวและกลิ่นชัดตามธรรมชาติของอาหารหมัก กิมจิที่เปรี้ยวมากมักถูกเอาไปทำซุปกิมจิ ข้าวผัดกิมจิ หรือเมนูร้อน ๆ มากกว่าจะกินเปล่าแบบกิมจิใหม่

 

  1. ซูร์สตรอมมิ่ง

ซูร์สตรอมมิ่ง หรือปลาเฮร์ริงทะเลบอลติกหมักของสวีเดน เป็นชื่อที่มักติดโผอาหารกลิ่นแรงของโลก Visit Sweden ระบุว่าอาหารชนิดนี้มีช่วง “surströmmingspremiär” หรือวันเปิดฤดูกินตามธรรมเนียมในวันพฤหัสบดีที่สามของเดือนสิงหาคม

กลิ่นแรงมากก็จริง แต่คนสวีเดนไม่ได้กินแบบเปิดกระป๋องแล้วตักเข้าปากตรง ๆ อย่างที่เห็นในคลิปท้าทายกันเสมอไป วิธีดั้งเดิมมักกินคู่กับขนมปังแผ่นบาง มันฝรั่ง หัวหอม และเครื่องเคียงที่ช่วยบาลานซ์กลิ่นกับรสเค็มเปรี้ยว

  1. Parmigiano Reggiano

Parmigiano Reggiano ไม่ใช่แค่ชีสโรยพาสต้า แต่เป็นชีสอิตาลีที่มีระบบการผลิตและการบ่มจริงจังมาก เอกสารของกลุ่มผู้ผลิต Parmigiano Reggiano ระบุว่าชีสชนิดนี้มีช่วงอายุบ่มหลายระดับ เช่น 12-18 เดือน, 22-24 เดือน และ 30-36 เดือน ซึ่งรส กลิ่น และเนื้อสัมผัสจะเปลี่ยนไปตามเวลา

ยิ่งบ่มนาน เนื้อยิ่งร่วนเป็นเกล็ด กลิ่นถั่วและรสอูมามิจะชัดขึ้น ราคาก็ขยับตามอายุและคุณภาพการเก็บรักษา แต่ไม่ได้แปลว่าชีสทุกก้อนยิ่งเก็บมั่ว ๆ แล้วยิ่งดี การบ่มกับการลืมไว้ในตู้เย็นคนละเรื่องกัน

  1. น้ำปลา

น้ำปลาเป็นของใกล้ตัวคนไทยมากจนบางทีลืมไปว่า นี่ก็คืออาหารหมักเหมือนกัน

มาตรฐาน Codex สำหรับน้ำปลาระบุว่าน้ำปลาผลิตจากการหมักปลาและเกลือ และโดยทั่วไปกระบวนการหมักใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน กลิ่นแรงที่หลายบ้านคุ้นเคยจึงมาจากกระบวนการย่อยสลายโปรตีนของปลาอย่างควบคุม ไม่ใช่การปล่อยให้เน่าแบบไร้หลัก

ของดีต้องสะอาดด้วย

อาหารหมักไม่ได้แปลว่าปลอดภัยทุกกรณี จุดสำคัญคือการผลิตต้องได้มาตรฐาน วัตถุดิบต้องสะอาด ภาชนะและอุณหภูมิต้องเหมาะสม เพราะถ้าปนเปื้อนหรือเก็บผิดวิธี อาหารที่ควรอร่อยก็กลายเป็นของเสียได้เหมือนกัน

ความน่าสนใจของอาหารเหล่านี้อยู่ตรงนี้เอง ของที่คนหนึ่งดมแล้วถอย อีกคนกลับยอมจ่ายแพงเพื่อรสที่หาไม่ได้จากอาหารสดใหม่

 

 



⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์5 เงินเดือนผู้นำประเทศ ตัวเลขจริงที่ต่างกันมากกว่าที่คิดลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชีวิตามิน B12 กับมะเร็ง งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ซับซ้อน อย่าเพิ่งตีความเกินหลักฐานวิธีเก็บเงินล้านก่อนอายุ 35 ต้องออมเดือนละเท่าไรทำไมศรีราชาถึงมีคนญี่ปุ่นเยอะ จนถูกเรียกว่า Little Osakaไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้สวนสัตว์อิจิคาวะยืนยัน พันช์คุงไม่พบอาการบาดเจ็บ หลังแฟนคลับห่วงแขนขวาแร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมากท่อนจันทน์กับการสำเร็จโทษเจ้านาย จารีตเก่าที่ผูกอำนาจกับพระราชฐานะ4 นายกฯ ไทยที่ทิ้งรอยลึกต่อประเทศ วัดอิทธิพลคนละแบบอิหร่านเริ่มคืนอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ หลังถูกจำกัดเกือบ 3 เดือน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อิหร่านเริ่มคืนอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ หลังถูกจำกัดเกือบ 3 เดือนวิตามิน B12 กับมะเร็ง งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ซับซ้อน อย่าเพิ่งตีความเกินหลักฐานปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์เงินเดือนนายกรัฐมนตรีไทย 2550-2569 ได้เดือนละเท่าไหร่อย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)ท่อนจันทน์กับการสำเร็จโทษเจ้านาย จารีตเก่าที่ผูกอำนาจกับพระราชฐานะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
Chuối Ép Nướng กล้วยทับปิ้งเวียดนาม หอมเตาถ่าน กินคู่กะทิอาหารเช้าวันเร่งรีบ! "ขนมจีบรถเข็น" เสน่ห์สตรีทฟู้ดที่อร่อยด้วยจิ๊กโฉ่วและกระเทียมเจียวพูน ๆเปิดโลกสายแป้ง! "โรตี" สตรีทฟู้ดยามดึกที่สะกดจิตคนด้วยเสียงสับตะหลิว (พร้อมศึกชิงแชมป์: กรอบ VS หนานุ่ม)เอ็นข้อไก่ทอด ทำไมกินที่ร้านกรอบกว่า และทำเองมักพลาดตรงไหน
ตั้งกระทู้ใหม่