หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บ้านหลุมดินส่านโจว หมู่บ้านใต้ดินจีนที่เย็นเองได้กลางที่ราบดินเหลือง


เขียนโดย puypuy

มองจากพื้นดินด้านบน แทบไม่เห็นหลังคาบ้านสักหลัง เห็นเพียงต้นไม้ ลานดิน และช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่เจาะลึกลงไปใต้พื้น

พอเดินเข้าไปใกล้ขอบหลุม ภาพจึงค่อยเปลี่ยนเป็นอีกโลกหนึ่ง บ้านทั้งหลังซ่อนอยู่ข้างล่าง มีลานกลางบ้านรับแสงแดด ผนังดินรอบด้านถูกเจาะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องเก็บของ และพื้นที่ใช้ชีวิตแบบที่คนบนที่ราบดินเหลืองของจีนอยู่กันมานานหลายชั่วคน

ที่นี่คือ “ส่านโจวตี้เคิงย่วน” หรือบ้านหลุมดินส่านโจว ในเขตส่านโจว เมืองซานเหมินเซียะ มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน หลายคนเรียกง่าย ๆ ว่า “สี่เหอยวนใต้ดิน” เพราะรูปแบบคล้ายเรือนลานจีน แต่แทนที่จะสร้างขึ้นบนพื้นดิน ช่างโบราณเลือกขุดลงไปก่อน แล้วค่อยเจาะห้องเข้าไปตามผนังดิน

วิธีสร้างฟังดูเรียบง่าย แต่ต้องรู้จักดิน รู้จักน้ำ และรู้จักลมพอสมควร

ข้อมูลจากศูนย์คุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจีน ระบุว่า ตี้เคิงย่วนของส่านโจวเป็นเรือนพื้นถิ่นที่เกิดจากการขุดหลุมสี่เหลี่ยมในพื้นที่ดินเหลืองหนา ลึกประมาณ 6 เมตร แล้วเจาะโพรงเข้าไปในผนังทั้งสี่ด้านเพื่ออยู่อาศัย รูปแบบนี้ถูกมองว่าเป็น “สถาปัตยกรรมแบบลบ” คือไม่ได้สร้างสิ่งปลูกสร้างสูงขึ้นจากพื้น แต่ตัดพื้นที่ลงไปในดินแทน

เสน่ห์ของมันอยู่ตรงนี้แหละ

บ้านแบบนี้ใช้คุณสมบัติของดินเหลืองเป็นฉนวนตามธรรมชาติ หน้าร้อนด้านในจึงไม่ร้อนจัดเหมือนพื้นดินด้านบน ส่วนหน้าหนาวก็กันลมและเก็บอุณหภูมิได้ดีกว่าบ้านเปิดโล่งทั่วไป เว็บไซต์ทางการของเมืองซานเหมินเซียะอธิบายว่า คนท้องถิ่นเคยเรียกบ้านลักษณะนี้ว่า “เครื่องปรับอากาศธรรมชาติ” เพราะฤดูหนาวด้านในยังอุ่น และฤดูร้อนยังเย็นสบาย

ไม่ใช่แค่เย็นหรืออุ่น

บ้านหลุมดินต้องจัดการน้ำฝนให้ดี เพราะถ้าน้ำขัง ทุกอย่างพังได้ โครงสร้างดั้งเดิมจึงมักมีทางระบายน้ำและบ่อซึมในลานกลางบ้าน พื้นที่ตั้งบ้านก็ต้องเป็นที่ดอน ดินแน่น และระบายน้ำสะดวก ไม่ใช่ขุดตรงไหนก็ได้แล้วจะอยู่ได้ปลอดภัย

คนสมัยก่อนรู้เรื่องนี้จากการใช้ชีวิต ไม่ใช่จากตำรา

คำบอกเล่าที่มักใช้กับส่านโจวคือ “เข้าหมู่บ้านไม่เห็นบ้าน เห็นต้นไม้แต่ไม่เห็นหมู่บ้าน ได้ยินเสียงคนแต่ไม่เห็นตัวคน” ฟังเหมือนประโยคชวนเที่ยว แต่พอเห็นภาพจากมุมสูงจะเข้าใจทันที เพราะทั้งหมู่บ้านถูกซ่อนไว้ใต้เส้นขอบฟ้า เหลือเพียงยอดไม้และปากหลุมที่บอกว่ามีคนอาศัยอยู่ข้างล่าง

ประวัติของบ้านหลุมดินในแถบนี้ถูกโยงกับวัฒนธรรมที่อยู่อาศัยบนที่ราบสูงดินเหลืองมานานมาก แหล่งข้อมูลจีนหลายแห่งระบุอายุการอยู่อาศัยแบบขุดดินเป็นพันปี และเชื่อมกับร่องรอยที่อยู่อาศัยกึ่งใต้ดินตั้งแต่ยุควัฒนธรรมหย่างเสา ส่วนซากบ้านหลุมดินที่ยังพบจำนวนมากในส่านโจว หลายแห่งอยู่ในช่วงราชวงศ์หมิงและชิง

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ก่อนทศวรรษ 1980 เว็บไซต์ทางการของซานเหมินเซียะระบุว่า ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ส่านโจวจำนวนมากยังเป็นบ้านหลุมดิน มีเหลืออยู่เป็นจำนวนมากในหมู่บ้านต่าง ๆ ก่อนวิถีชีวิตสมัยใหม่ ถนน บ้านคอนกรีต และการย้ายถิ่นจะค่อย ๆ เปลี่ยนภาพเดิมไป

ปี 2011 เทคนิคการก่อสร้างบ้านหลุมดิน หรือ “ตี้เคิงย่วนอิ๋งเจ้า จี้อี้” ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติของจีน เรื่องนี้ทำให้บ้านที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยธรรมดาของชาวบ้าน กลายเป็นมรดกที่รัฐต้องเข้ามาดูแลจริงจังมากขึ้น

ปัจจุบันส่านโจวตี้เคิงย่วนถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีทั้งบ้านหลุมดินที่บูรณะเป็นพื้นที่จัดแสดง วิถีครัวเรือนเก่า งานหัตถกรรมพื้นบ้าน การแสดงท้องถิ่น และเส้นทางเดินชมสถาปัตยกรรมใต้ดิน สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ว่า เมืองซานเหมินเซียะยังเดินหน้าฟื้นฟูบ้านตี้เคิงย่วนในหมู่บ้านเป่ยอิง ตำบลจางเปียน เขตส่านโจว เพื่อเชื่อมการอนุรักษ์กับการท่องเที่ยวชุมชน

คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ว่า “คนโบราณขุดบ้านลงไปอยู่ใต้ดินได้อย่างไร”

แต่คือเขาเข้าใจพื้นที่ของตัวเองลึกแค่ไหน จึงสร้างบ้านที่ไม่แย่งพื้นที่บนดินมากนัก ใช้วัสดุเดิมของภูมิประเทศเป็นผนังบ้าน กันร้อนกันหนาวได้โดยไม่ต้องมีเครื่องจักร และยังทำให้หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเงียบลงไปอยู่ใต้พื้นดินได้แบบแนบเนียน

ทุกวันนี้ บ้านหลุมดินส่านโจวอาจไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยหลักของคนจำนวนมากเหมือนอดีตแล้ว แต่ภาพลานสี่เหลี่ยมใต้ดินกับห้องที่เจาะเข้าไปในผนังดิน ยังบอกอะไรบางอย่างชัดเจนมาก

บางครั้ง ภูมิปัญญาไม่ได้เริ่มจากการสร้างให้ใหญ่ขึ้น แต่อาจเริ่มจากการรู้ว่าควรขุดลงไปตรงไหนก่อน

เนื้อหาโดย: puypuy

แหล่งที่มา: China Intangible Cultural Heritage / Sanmenxia Municipal Government / Xinhua
อ้างอิง: https://www.ihchina.cn/project_details/14687.html, https://www.smx.gov.cn/4138/614864448/732660.html, https://english.news.cn/20251222/a9d2fb8493324edc8f14fdb003ca0209/c.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
puypuy's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 32 ครั้ง
เขียนโดย puypuy
นักเขียนสาย Hot Topic และคอนเทนต์จัดอันดับ ถ่ายทอดเรื่องใกล้ตัวและประเด็นที่คนสนใจให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว พร้อมมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: puypuy
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชีเจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69วาซาบิแท้ ทำไมพืชเล็ก ๆ จากลำธารญี่ปุ่นถึงปลูกยากและแพง9 อำเภอไทย ที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งเกินคาด รายได้สะพัดแม้ไร้นักท่องเที่ยวต่างชาติไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียนบ้านพักส่วนตัวที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติมังคุดคัด ของกินเมืองนครฯ ที่กรอบ เปรี้ยวหวาน และต้องใช้ฝีมือในวรรณกรรมพงศาวดารจีนเรื่อง "ไซอิ๋ว" มีตัวละครใดที่มีตัวตนจริงอยู่บ้างปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพลง Goals ของลิซ่าถูกวิจารณ์ แฟนบอลบางส่วนมองว่ายังไม่ถึงอารมณ์ฟุตบอลโลกมังคุดคัด ของกินเมืองนครฯ ที่กรอบ เปรี้ยวหวาน และต้องใช้ฝีมือ4 ราศี สัมภาษณ์งานเก่ง รับมือได้นิ่งที่สุด! เคล็ดลับดึงดูดใจผู้สัมภาษณ์ช่างผมนิวยอร์กแลกบริการกับไข่ 1 กล่อง เมื่อค่าครองชีพบีบให้คนใช้ทักษะแทนเงิน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมวันหยุดถึงลงตัวที่เสาร์-อาทิตย์ ประวัติสั้น ๆ ของสัปดาห์ทำงาน 5 วันทำไมต้องเป็น “แพะรับบาป”: เรื่องเล่าของสัตว์ตัวเล็กที่แบกความผิดของมนุษย์วาซาบิแท้ ทำไมพืชเล็ก ๆ จากลำธารญี่ปุ่นถึงปลูกยากและแพงทำไมเชียงใหม่ยังเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับชีวิตหลังเกษียณ
ตั้งกระทู้ใหม่